“โกลเบล็ก” ชี้หุ้นไทยไร้ทิศทาง เซ่นพิษตะวันออกกลางเดือด
“โกลเบล็ก” ชี้หุ้นไทยไร้ทิศทาง เซ่นพิษตะวันออกกลางเดือด แนะเก็บหุ้นรับอานิสงส์ศาลสหรัฐฯ ยกเลิกภาษีทรัมป์
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ดัชนี SET ปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้แรงซื้อในตลาดหุ้นไทยซบเซา ขณะที่แรงขายทำกำไรยังคงมีต่อเนื่อง
โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 1,380 – 1,430 จุด โดยปัจจัยต่างประเทศยังเป็นตัวแปรสำคัญ ทั้งทิศทางราคาน้ำมัน ความผันผวนของค่าเงิน และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและทิศทางการลงทุนภาครัฐ
ปัจจัยบวก
- ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ทรงตัวที่ 213,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 215,000 ราย สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานที่ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว
- ทางจีน เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพื่อลดความกังวลและสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้นในภูมิภาค
สถานการณ์ในประเทศไทย
- มีความคืบหน้าและชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล
- ททท.ปรับกลยุทธ์รับวิกฤติตะวันออกกลางเร่งดึงตลาดระยะใกล้-อาเซียน และจับตาตลาดจีนฟื้นตัว 5% นักท่องเที่ยวคุณภาพใช้จ่ายต่อหัวเพิ่ม 15%
- กระทรวงพาณิชย์ที่ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มาอยู่ที่ระดับ 53.0 จากเดิม 52.6 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
- ส่วน BOI เดินหน้าหารือกับผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อเตรียมจัดทำแพ็กเกจสนับสนุนเสนอต่อรัฐบาลใหม่ สัญญาณดีที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุน
ส่วนปัจจัยลบ
มีการวิเคราะห์ ว่าสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มที่จะดำเนินสงครามกับอิหร่านยืดเยื้อต่อไปอีกอย่างน้อย 100 วัน หรืออาจลากยาวไปจนถึงเดือนกันยายน
ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า ภาวะสงครามในตะวันออกกลางกำลังทดสอบความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลก และประเมินว่าแรงกระแทกทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ในรูปแบบและขนาดที่แตกต่างกันจะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทางด้านเศรษฐกิจฝั่งเอเชีย รัฐบาลจีนได้ประกาศเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำปี 2569 ลดลงมาอยู่ที่กรอบ 4.5%–5% ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990
ในขณะที่ประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ลดลง 0.88% ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ส่งผลให้ภาพรวมช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-กุมภาพันธ์) ปรับลดลงรวม 0.77%
แนะเก็บหุ้นรับอานิสงส์ศาลสหรัฐฯ ยกเลิกภาษีทรัมป์
ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นจากข่าวศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์ ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ KCE, HANA, DELTA, CCET กลุ่มอาหารทะเลส่งออก TU, ASIAN และกลุ่มยางพาราและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง STA, NER
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB