GWM ทุ่มอีก 10,000 ล้าน อัดแผนเปิดตัว 7 รุ่นใหม่
GWM ทุ่มอีก 10,000 ล้าน อัดแผนเปิดตัว 7 รุ่นใหม่ ดันยอดขายปี 2569 โต 40%
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด GWM (Thailand) เปิดเผยว่า GWM ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทลงทุนในประเทศไทยไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท พร้อมเดินเครื่องผลิตรถยนต์ที่โรงงาน จังหวัดระยอง ให้เป็นฐานการผลิต เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังหลากหลายประเทศทั่วโลก เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม บราซิล และออสเตรเลีย
รวมทั้งเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์แรกที่เริ่มสายการผลิตในไทย ด้านยอดขายสะสม ณ สิ้นปี 2567 บริษัททำยอดขายไปได้รวม 53,619 คัน
ซึ่งมาจากแบรนด์ฮาวาล (HAVAL) และโอร่า (ORA) แบรนด์ละประมาณ 22,000 คัน และแทงค์ (TANK) กว่า 9,000 คัน ขณะที่ยอดขายเฉพาะในปี 2567 อยู่ที่ 18,966 คัน และล่าสุดได้ประสบความสำเร็จในการส่งมอบรถยนต์ แทงค์ 300 ครบ 10,000 คันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ได้มีการปรับปรุงรูปแบบธุรกิจใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา โดยกระจายสต็อกสินค้าให้พาร์ทเนอร์เป็นผู้บริหารจัดการ และยังมีนโยบายราคาเดียว (One Price) เพื่อสร้างมาตรฐานและทลายข้อจำกัดในการจำหน่าย
สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2569 ประเมินว่ายังคงมีการเติบโตแต่จะไม่ก้าวกระโดดเหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 20% ของตลาดรถยนต์รวมทั้งหมด
“เป้าหมายของเราก็คือ การก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความไว้วางใจมากที่สุดครับ เราเป็นแบรนด์ที่นำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เข้ามาเพื่อทลายข้อจำกัด แล้วก็ยกระดับมาตรฐานของผู้จำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย โดยเราเป็นผู้ริเริ่มนโยบาย One Price นโยบายราคาเดียวทั่วประเทศ”
ด้านเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวเสริมว่า บริษัทมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดไทย และขยายขีดความสามารถของโรงงานในการผลิตเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ
สำหรับกำลังการผลิตของโรงงานที่จังหวัดระยอง ในปีที่ผ่านมามีการผลิตไปประมาณ 25,000 คัน โดยโรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตสูงสุดที่ 80,000 คันต่อปี ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถเพิ่มอัตราการผลิตจนเกือบเต็มกำลังได้ภายในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้าเมื่อมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ GWM (Thailand) ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 25,000 คัน หรือคิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 40% จากปีที่ผ่านมา ผ่าน 4 กลยุทธ์ในด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทเตรียมเปิดตัวรถยนต์ใหม่ถึง 7 รุ่น โดยมีรุ่นไฮไลต์คือ GWM ORA 5 รถยนต์สไตล์ SUV-B ที่จะมีทั้งเวอร์ชัน EV และ HEV พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิดตัวแบรนด์ระดับลักซัวรี่อย่าง WEY เพิ่มอีก 1 รุ่นในช่วงปลายปีนี้
ส่วนด้านการตลาด จะเดินหน้ากลยุทธ์ Omni Channel ขณะที่ด้านการขาย ตั้งเป้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ พร้อมรับประกันความพร้อมของอะไหล่ โดยรักษาอัตราการมีอะไหล่ (Part Fill Rate) ให้ไม่ต่ำกว่า 95% พร้อมบริการจัดส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมงสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งเตรียมขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีให้ครบ 40 แห่งทั่วประเทศ และนำเทคโนโลยี AI Chatbot เข้ามาช่วยตอบคำถามและวินิจฉัยปัญหา
ทั้งนี้ โรงงานในประเทศไทยถือเป็นโรงงานหลักของบริษัทและเป็นศูนย์กลางการผลิตตลาดอาเซียน ทั้งสำหรับการจำหน่ายในประเทศและการส่งออกโมเดลสำคัญอย่าง TANK 500 และ TANK 300 ในขณะที่โรงงานในประเทศมาเลเซียจะเป็นลักษณะของการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อประกอบรถยนต์ (CKD) โดยเน้นไปที่ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) เป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างภาษีและความต้องการของแต่ละประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์โลกในปัจจุบันจะเผชิญกับวิกฤติสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลางและยุโรป ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางเศรษฐกิจโดยรวม แต่ GWM จะไม่มีการเลื่อนหรือชะลอแผนการลงทุนใดๆ ทั้งสิ้น โดยเชื่อมั่นว่าวิกฤติพลังงานและการปรับตัวของต้นทุนจะเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB