หุ้นไทยยังเป็น Safe Haven ภูมิภาค เล็งดัน TISA ให้รัฐบาลใหม่ ภายใน เม.ย. 69
ประธานบอร์ด ตลท. มั่นใจ หุ้นไทยยังเป็น Safe Haven ภูมิภาค วอนนักลงทุนอย่าตื่นตระหนก แม้สงครามตะวันออกกลางเดือด เตรียมเสนอแพ็กเกจกฎหมายตลาดทุน-ดัน TISA ให้รัฐบาลใหม่ ภายใน เม.ย. 69
ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าว ในนงาน ONEAM INVESTMENT FORUM 2026 Unlock the Unknowns ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดใน ตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน เป็นปัจจัยที่ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลดลงตามกระแสโลก อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังถือว่าปรับตัวลดลง เฉลี่ยประมาณ 7% ซึ่งถือว่าน้อยกว่าหลายประเทศ
สำหรับกรณีเรือของ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ที่ถูกโจมตีกลางช่องแคบฮอร์มุซ มองว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นได้จากความเสี่ยงของเส้นทางเดินเรือในพื้นที่ความขัดแย้ง แต่โดยภาพรวมมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
การเดินเรือในเส้นทางที่มีความเสี่ยงก็อาจมีเหตุการณ์เกิดขึ้นได้บ้าง แต่โดยทั่วไปบริษัทเดินเรือก็ประเมินความเสี่ยงอยู่แล้ว และหากสถานการณ์รุนแรง ผู้ประกอบการก็อาจหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
ทั้งนี้ ตลท. ยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อ ราคาพลังงาน การขนส่งทางเรือ และกำไรของบริษัทจดทะเบียน
พร้อมย้ำว่า นักลงทุนไทยไม่ควรตื่นตระหนก เนื่องจากพื้นฐานบริษัทจดทะเบียนไทยยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวของราคาหุ้นในช่วงนี้อาจเป็นโอกาสลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะหุ้นพื้นฐานดีที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลสม่ำเสมอ
หุ้นไทยยังเป็น Safe Haven ภูมิภาค
ทิศทางนักลงทุนต่างชาติ มองว่า ไทยยังมีศักยภาพในการเป็น "หลุมหลบภัย" (Safe Haven) ของภูมิภาค หากรัฐบาลเร่งปลดล็อกกฎระเบียบเพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) เช่น การส่งเสริม Financial Hub หรือการทบทวนระเบียบเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อดึงดูดกลุ่ม Family Office และนักลงทุนคุณภาพ
ขณะที่ ความคืบหน้า แพ็กเกจกฎหมายตลาดทุน เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างรวบรวมและปรับปรุง เพื่อเตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่ โดยตั้งเป้าเสนอ ภายใน 1 เดือนหลังรัฐบาลเข้ารับตำแหน่ง หรือภายในเดือนเมษายนนี้ โดยเป็นการรวบรวมข้อเสนอจากหลายหน่วยงานในตลาดทุน ทั้ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายตลาดทุน เพื่อเสนอผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปยังนายกรัฐมนตรี
โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือ TISA (Thailand Individual Savings Account) หรือบัญชีออมเพื่อการลงทุนระยะยาว ซึ่งมีเป้าหมายกระตุ้นให้ประชาชนออมและลงทุนในตลาดทุนมากขึ้น คล้ายรูปแบบที่หลายประเทศใช้เพื่อส่งเสริมการลงทุนระยะยาวของประชาชน นอกจากนี้ ยังปรับปรุงกฎหมายหลักทรัพย์ รวมถึง มาตรการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) และแนวทางขยายฐานนักลงทุน เช่น การเปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 18 ปีสามารถเปิดบัญชีลงทุนได้ โดยกำหนดวงเงินลงทุน เพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย
หากรัฐบาลกดปุ่มเดินหน้ามาตรการเหล่านี้ได้จริง ภายในระยะเวลา 12 เดือนหลังจากจัดตั้ง ครม. ผมเชื่อว่ากฎหมายสำคัญหลายฉบับจะทยอยออกมา ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ตลาดทุนไทยกลับมาเติบโตอย่างมีเสถียรภาพอีกครั้ง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB