สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง วันที่ 20 มี.ค. 2569 ปิดตลาดราคาปรับตัวลดลง 550 บาท
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง วันที่ 20 มี.ค. 2569 ปิดตลาดราคาปรับตัวลดลง 550 บาท ตลอดทั้งวันปรับ 58 ครั้ง
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง วันที่ 20 มี.ค. 2569 ปิดตลาดราคาปรับตัวลดลง 550 บาท ตลอดทั้งวันปรับ 58 ครั้ง
ทองคำแท่ง รับซื้อคืน 72,150.00 บาท/บาททองคำ และขายออก 72,350.00 บาท/บาททองคำ
ทองรูปพรรณ รับซื้อคืน 70,706.24 บาท/บาททองคำ และขายออก 73,150.00 บาท/บาททองคำ
- ทองครึ่งสลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 9,844 บาท
- ทอง 1 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 18,888 บาท
- ทอง 2 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 36,975 บาท
- ทอง 2 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 146,300 บาท
- ทอง 5 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 365,750 บาท
ทองคำในประเทศ อ้างอิงตลาดสปอตที่ 4,653.00 ดอลลาร์/ออนซ์ และอิงค่าเงินบาท 32.82 บาท/ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยดิ่งลงกว่า 300 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศไทยปรับลดลงมากกว่า 3,600 บาท สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งสวนทางกับมุมมองของนักลงทุนบางส่วนที่คาดว่าทองคำควรจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
ล่าสุด นายมงคล พ่วงเภตรา รองกรรมการผู้จัดการ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ Wealth Wake up ต่อมุมมองของราคาทองคำในขณะนี้ว่า ตั้งแต่เกิดสงครามตนเองมีมุมมองว่าทองคำอาจอยู่ในสภาวะที่ "น่าจะตาย" และยังเป็นสินทรัพย์ที่ตนเองเป็นห่วงที่สุด
โดยตนเองมีมุมมองต่างจากคนอื่นมาโดยตลอดคือ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กับผลกระทบจากสงคราม เนื่องจากทั้งสองส่วนนี้คือต้นตอของปัญหาเงินเฟ้อ และปัญหาที่ตามมาคือความกังวลว่าหากเกิดปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงเช่นนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ย่อมไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้
นายมงคล ระบุว่า หากพิจารณาตลาดพันธบัตรจะพบว่าสถานการณ์หนักขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 4.2% กว่า ซึ่งหมายความว่าตลาดพันธบัตรในขณะนี้ไม่ได้ "Pricing" หรือสะท้อนถึงการลดดอกเบี้ยในปีนี้เลย ปัจจัยนี้จึงส่งผลกระทบโดยตรงกับราคาทองคำอย่างมาก เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ถือครองแล้วไม่ได้เงินปันผล
ดังนั้น การถือทองคำจึงกลายเป็น Carrying Cost หรือต้นทุนในการถือครองทันที นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มจะเผชิญกับปัญหา Private Credit ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดอัตราดอกเบี้ยได้ยากขึ้นไปอีก ประเด็นเหล่านี้ถือเป็นปัญหาเฉพาะตัวที่กดดันทั้งทองคำและพันธบัตร
นายมงคล ระบุว่าหากสังเกตให้ดี การที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นมาก่อนหน้านี้ แทบจะบอกเหตุผลสำคัญได้ 3 ปัจจัย คือ
-ราคาสูงเกินไป ที่ระดับราคา 4,000 - 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าไม่ได้ถูกและเกินมูลค่าพื้นฐาน
-แรงเทขายจากรายใหญ่ โดยกองทุน ETF ทองคำได้เทขายทองคำติดต่อกันมาไม่ต่ำกว่า 5 วันแล้ว รวมถึงนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มส่งสัญญาณไม่เอาทองคำแล้ว ซึ่งต่างชาติรับรู้และขยับตัวนำหน้ามาล่วงหน้าแล้ว 1-2 สัปดาห์ ในขณะที่นักลงทุนไทยเพิ่งจะเริ่มรู้สึกตัว
-ความเสี่ยงเงินเฟ้อ ที่ตัวเลขเงินเฟ้อในปัจจุบันพุ่งสูงกว่าที่ทุกคนคาดการณ์ไว้มาก กลายเป็นประเด็นหลักที่กดดันราคาทองคำในเวลานี้
ส่วนราคาทองคำจะลงไปได้ลึกแค่ไหน นายมงคล มองว่า หากประเมินจากสภาพที่เป็นอยู่และภาวะต้นทุนในปัจจุบัน ทองคำยังมีโอกาสปรับตัวลดลงได้ต่อ อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาจะไม่ลงไปต่ำกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยประเมินว่าแนวรับน่าจะอยู่ในโซน 4,000 ดอลลาร์ต้นๆ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์สงครามด้วย
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นายมงคล แนะนำว่า เมื่อราคาทองคำปรับตัวลดลงหนักจนเข้าสู่โซนที่น่าสนใจ หากนักลงทุนประเมินแล้วว่าราคาจะไม่หลุดต่ำกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์ สามารถเริ่มเข้าซื้อได้ แต่ต้องใช้กลยุทธ์ "การแบ่งสัดส่วนซื้อ" หรือ "แบ่งไม้" และย้ำว่าไม่ควรซื้อทั้งหมดในคราวเดียว โดยให้แบ่งไม้ในการเข้าซื้อและสำรองเงินทุนเอาไว้เผื่อในกรณีที่ราคาอาจมีการปรับตัวลดลงไปอีกในอนาคต
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB