ตลาดเกมไทยโตไม่หยุด! “Free Fire” เร่งปั้น Ecosystem ครบวงจร ดันอีสปอร์ต–ครีเอเตอร์–คอนเทนต์ไทย สู่เวทีโลก
ตลาดเกมไทยโตไม่หยุด! “Free Fire” เร่งปั้น Ecosystem ครบวงจร ดันอีสปอร์ต–ครีเอเตอร์–คอนเทนต์ไทย สู่เวทีโลก พร้อมรับมือความท้าทายเศรษฐกิจและวิกฤตชิป
นางสาวภวิษย์พร เจียรประเสริฐ Country Head ประจำประเทศไทย บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมเกมระดับโลกในปัจจุบันว่า มีมูลค่าสูงกว่า 190,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตทะลุ 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเกมมีขนาดใหญ่กว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดนตรีรวมกันหลายเท่าตัว การเล่นเกมได้กลายมาเป็นไลฟ์สไตล์ดิจิทัลยุคใหม่ เป็นพื้นที่แสดงตัวตน และเป็นช่องทางเชื่อมโยงผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน
สำหรับผู้เล่นทั่วโลกนั้นมีมากกว่า 3,500 ล้านคน และกำลังจะพุ่งสูงถึง 4,500 ล้านคน โดยกว่า 50% คือผู้เล่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโต คาดว่าตลอดทั้งปี 2025 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเกมไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 36,500 ล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ปี 2018-2025 ตลาดเกมไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.5% ต่อปี และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก
อย่างไรก็ดี การเติบโตในไทยเกิดจากการพัฒนาระบบนิเวศที่เชื่อมโยงตัวเกม ชุมชนผู้เล่น และอีสปอร์ตเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ประเทศไทยยังครองแชมป์อันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านรายได้จากการซื้อของในแอปพลิเคชัน ซึ่งสะท้อนถึงความผูกพันที่ผู้เล่นมีต่อเกม โดยตลาดเกมมือถือคิดเป็นสัดส่วน 50% ของตลาดเกมทั้งหมดในไทย เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เข้าถึงเกมที่ซับซ้อนได้อย่างสะดวก
ทั้งนี้ นางสาวภวิษย์พร กล่าวเพิ่มเติมว่า แก่นแท้ที่ทำให้คนเล่นเกม ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- การเชื่อมต่อกับชุมชนผู้เล่น
- การเสพคอนเทนต์
- ความภาคภูมิใจจากวงการอีสปอร์ต
ซึ่งทิศทางการขับเคลื่อนตลาดในปี 2026 นี้ บริษัทคาดหวังให้เกมในพอร์ตโฟลิโอเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Free Fire, RoV, FC Online และ Delta Force โดยจะมุ่งเน้นไปที่เนื้อหาเกม การสนับสนุนครีเอเตอร์ และการผลักดันอีสปอร์ต
"มันคือ 3 เหตุผลนี้นะคะ คือ Community, Content แล้วก็ Legacy เล่นเกมเพื่อ connect กับคนที่เราเล่นเกมเพื่อคอนเทนต์ของเกม นั่นคือความรู้สึกภาคภูมิใจที่เราได้รับจากการเข้าร่วม eSports"
ในส่วนของสิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม นางสาวภวิษย์พร ระบุว่า คือเรื่องของอีสปอร์ต เนื่องจากการลงทุนจัดการแข่งขันระดับโลกอย่าง World Series ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาล หากได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากทั้งภาครัฐ เอกชน และแบรนด์ต่างๆ มากขึ้น ก็จะช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลให้แก่เยาวชนและนักศึกษา ซึ่งต้องใช้เวลาในการให้ความรู้และเติบโตไปด้วยกัน
"จริงๆการลงทุน eSports ใช้เม็ดเงินที่เยอะ แบบเยอะมากๆ มองว่าถ้าเรามีการผลักดันตรงนี้มากขึ้น แล้วก็ได้ funding กัน อาจจะเป็นตั้งแต่นักศึกษาขึ้นมา ทำให้เด็กๆเข้าใจ Digital Economy มากขึ้น"
ขณะเดียวกัน ด้านสถานการณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น นางสาวภวิษย์พร ชี้ว่า ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบที่ชัดเจนจากเรื่องนี้ เนื่องจากธุรกิจการให้บริการเกมถือเป็นธุรกิจส่วนปลายน้ำ หากจะเกิดผลกระทบขึ้นจริง อาจต้องจับตาดูทิศทางเศรษฐกิจในภาพรวมที่อาจส่งผลต่อพฤติกรรมผู้เล่นแทน แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ดิจิทัลของบริษัทในขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
"คิดว่า ณ ตอนนี้เรายังไม่ได้เห็นผลกระทบที่ชัดเจนอะไรขนาดนั้น ฝั่งเราเป็นฝั่งปลายน้ำ ถ้าจะมีถึงก็อาจจะต้องรอดูทิศทางผลกระทบกับเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากๆ ก็อาจจะกระทบกับ behavior ของผู้เล่นของเรามากกว่า แต่ว่าฝั่งตัว Digital Product เอง ณ ตอนนี้ยังไม่มี"
ด้านนายศุภศิลป์ ทรัพย์พิศาลกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ และ โปรดิวเซอร์เกม Free Fire (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตัวเกมมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 2,000 ล้านครั้ง และรักษาตำแหน่งแอปพลิเคชันที่มียอดดาวน์โหลดอันดับ 1 ไว้ได้หลายปีติดต่อกัน ตัวเกมพัฒนาสถานะไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้เล่นทั่วโลกใช้งานกว่า 100 ล้านคน ในประเทศไทยเปิดให้บริการมา 7 ปีและครองแชมป์ยอดดาวน์โหลดอันดับ 1 ถึง 7 ปีซ้อน (ปี 2018-2024) ด้วยยอดรวม 88 ล้านดาวน์โหลด
นอกจากนี้ ทิศทางในปีนี้มุ่งเป้าต่อยอดความสำเร็จในฐานะเกมยิงปืนที่มีการแข่งขันสูง ผ่านกลยุทธ์ 3 เสาหลัก ได้แก่
- การสร้างชุมชนอีสปอร์ต
- การผลักดันครีเอเตอร์
- การสร้างแคมเปญความร่วมมือใหม่ๆ
ขณะที่ความสำเร็จของวงการอีสปอร์ตไทยนั้นเด่นชัดมาก โดยทีมไทยสามารถคว้าแชมป์โลกได้ทุกปีตั้งแต่ปี 2021 รวมถึงแชมป์ Esports World Cup 2024 และเหรียญทองซีเกมส์ ทำให้ทีมงานจึงให้ความสำคัญกับการวางรากฐานการแข่งขันในประเทศให้ครอบคลุมตั้งแต่ระดับสมัครเล่นไปจนถึงมืออาชีพ เพื่อสร้างโอกาสและชุมชนที่ยั่งยืน
อีกทั้งในช่วงปลายปีนี้ ประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Free Fire World Series Global Final ซึ่งจะเป็นการจัดงานออฟไลน์เต็มรูปแบบที่เปิดให้ผู้ชมเข้าชมเป็นครั้งแรก หลังจากที่เคยจัดแบบปิดช่วงโควิด-19 ในปี 2022 และ 2023 งานนี้จะมีทีมเข้าร่วม 24 ทีมจากทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงยกระดับวงการเกม แต่ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยว และเป็นโอกาสเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาโลก
“ถ้าพูดถึงว่า สิ่งนี้มันจะมีผลกระทบอย่างไรต่อ ตัวเกม และผู้เล่น รวมถึงEcosystem นึกภาพว่าวันนี้ ในงานเวิลด์ของเราไม่ใช่มีแค่ประเทศเดียวที่เข้ามาร่วม คำว่าเวิลด์ของเราคือเวิลด์จริงๆ และอยากทำให้เห็นว่าในประเทศไทย เด็กไทยคือเก่งมากนะครับ”
ในด้านการจับมือเป็นพันธมิตร นายศุภศิลป์ กล่าวว่า แบรนด์ไม่ได้ทำเพียงเพื่อแลกเปลี่ยนสื่อโฆษณา แต่เน้นสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างแบรนด์และผู้เล่น
ตัวอย่างเช่น แคมเปญ Free Fire x KFC ที่ยกตึกร้านและปืนไก่ทอดเข้าเกม ดึงดูดผู้เล่นได้กว่าล้านคน หรือแคมเปญ Red Bull ที่สร้างยอดขายกว่า 1.2 ล้านกระป๋อง และมียอดเอนเกจเมนต์กว่า 1 ล้านครั้ง
นอกจากนี้ยังร่วมมือกับ G-Shock, True, รองเท้านันยาง รวมถึงการนำกระแสหมูเด้งทำเป็นไอเทมในเกมเพื่อกระจายซอฟต์พาวเวอร์ไทย และร่วมกับมือถือ Oppo เพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่นเกม 120 FPS
"เราไม่ใช่แค่การทำงานลักษณะ co-branding แต่เราทำเพื่อมาเอามีเดียมาแลกกัน และคือการสร้างประสบการณ์ที่สร้างสรรค์ออกมาเป็นแคมเปญแบบที่ทุกคนได้เห็นกัน"
สำหรับการสนับสนุนชุมชนครีเอเตอร์ แบรนด์เตรียมทุ่มงบประมาณกว่า 30 ล้านบาทตลอดทั้งปีนี้ เพื่อพัฒนาทักษะครีเอเตอร์กว่า 300 คนในโปรแกรม ซึ่งปัจจุบันสร้างยอดวิวรวมบนโซเชียลมีเดียได้ถึง 1,000 ล้านวิวต่อเดือน เม็ดเงินนี้จะนำไปใช้ใน 4 ส่วน ได้แก่
- การเปิดรับสมัครครีเอเตอร์อย่างต่อเนื่อง
- การมอบเงินรางวัลจูงใจผ่าน Gaming Incentive Program
- การเปิดโอกาสผ่านทัวร์นาเมนต์
- การจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ในชุมชน
"ฟรีฟายในปีนี้ พร้อมที่จะลงทุนกับ ครีเอเตอร์ตลอดทั้งปี มากกว่า 30 ล้านบาท ในการผลักดันครีเอเตอร์ให้เติบโต แล้วก็สามารถพัฒนาทักษะสกิลของตัวเองให้สามารถเป็นครีเอเตอร์ที่โด่งดังมากขึ้นได้"
อย่างไรก็ดี แบรนด์ยังคงเดินหน้าสร้างคอนเทนต์ที่ผสานระดับโลก กับอินไซต์คนไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับ IP ดัง อาทิ Jujutsu Kaisen และ Gintama รวมถึงการออกแบบคอนเทนต์ตามเทศกาลไทย เช่น แคมเปญสงกรานต์ที่นำความเป็นไทยมาปรับให้ทันสมัย เช่น ปืนฉีดน้ำ และชุดไทยร่วมสมัย
พร้อมกันนี้ ยังเตรียมเปิดตัวแคมเปญครบรอบ 9 ปี “Street & Sta9e” ที่ผสานวงการเกมกับดนตรีไทย โดยมีศิลปินอย่าง Z9 BLACKHEART และ ลำไย ไหทองคำ ร่วมสร้างสีสัน
ขณะเดียวกัน คอนเทนต์จากอินไซต์ผู้เล่นไทยยังไปไกลระดับโลก ทั้งความร่วมมือกับ Soul Land และโปรเจกต์กับ Heartrocker รวมถึงไอเทมวัฒนธรรมไทยอย่าง “กางเกงช้าง” ที่เคยขึ้นแท่นไอเทมขายดี สะท้อนพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทยในอุตสาหกรรมเกม
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB