“บาทแข็ง-หุ้นลงแรงหลุดแนว 1500 จุด” จับตาเจรจารอบ 2 สหรัฐ-อิหร่าน
“บาทแข็ง-หุ้นลงแรง” จับตาเจรจารอบ 2 สหรัฐ-อิหร่าน ฤดูกาลหุ้นกลุ่มแบงก์ทยอยประกาศผลประกอบการ Q1/69
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทและตลาดหุ้น สัปดาห์ระหว่างวันที่ 20-24 เมษายน 2569 โดย KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.60-32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ
โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่
- ตัวเลขการส่งออกเดือนมีนาคม ของไทย
- สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสัญญาณของการเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก
- ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ
- ยอดค้าปลีกและยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือน มีนาคม ของสหรัฐฯ
- ข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนเมษายน ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ
- การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมีนาคม ของญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม สัปดาหที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าเพียงเล็กน้อยเนื่องจากตลาดยังรอติดตามสัญญาณการเจรจารอบ 2 ของสหรัฐฯ และอิหร่าน ทั้งนี้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแข็งค่าในตลาด Offshore ช่วงวันหยุดสงกรานต์ต้นสัปดาห์ และสามารถเพิ่มช่วงบวกได้ต่อเนื่องหลังตลาดในประเทศกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง
สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดรับโอกาสที่จะกลับมาเจรจากันอีกครั้ง หลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบแรกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม
โดยเงินบาททยอยแข็งค่าผ่านแนว 32.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 31.86 บาทต่อดอลลาร์ฯ
อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนสอดคล้องกับภาพการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นในเอเชียช่วงท้ายสัปดาห์ เพราะแม้จะมีดีลข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน แต่ตลาดก็ยังคงรอติดตามความชัดเจนของการกลับมาเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และเส้นตายข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดในสัปดาห์หน้า ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
KSecurities คาดแนวรับที่ 1,470 และ 1,450 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,495 และ 1,510 จุด
ทางฝั่งของตลาดหุ้นไทย สัปดาห์ที่ 20-24 เมษายน 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,470 และ 1,450 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,495 และ 1,510 จุด ตามลำดับ
โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่
- ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์
- ตัวเลขส่งออกเดือนมีนาคม ของไทย
- สถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- ทิศทางเงินทุนต่างชาติ
- ยอดค้าปลีกเดือนมีนาคม ของสหรัฐฯ
- ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือน เมษายน (เบื้องต้น) ของสหรัฐฯ ยูโรโซน อังกฤษและญี่ปุ่น
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือน เมษายน ของจีน ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมีนาคม ของอังกฤษและญี่ปุ่น
สำหรับดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงตามแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ SET Index ปรับตัวลงตั้งแต่วันทำการแรกหลังวันหยุดยาวของตลาดในประเทศท่ามกลางแรงขายหลักๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง (เนื่องจากเข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance)
หุ้นกลุ่มแบงก์ (ก่อนการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569) และหุ้นกลุ่มพลังงาน (หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกย่อตัวลง)
นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความยืดเยื้อก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันดัชนีหุ้นไทยด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ การเจราจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11-12 เมษายน ยังไม่ได้ข้อสรุป และยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่ชัดสำหรับการเจรจารอบต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีรายงานข่าวว่าอิสราเอล-เลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 10 วันเข้ามาในช่วงท้ายสัปดาห์ แต่นักลงทุนยังคงมีความระมัดระวังในการลงทุนและติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB