บาทแตะ 32.85 อ่อนค่าสุดในรอบเดือน-หุ้นไทยฟื้นรับ กนง. คงดอกเบี้ย
เงินบาทอ่อนแต่หุ้นไทยยังเขียว! ศึกตะวันออกกลางดันน้ำมันพุ่ง ฉุดบบาทแตะ 32.85 อ่อนค่าสุดในรอบเดือน ขณะที่หุ้นไทยฟื้นรับ กนง. คงดอกเบี้ย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทสัปดาห์ที่ 27-30 เม.ย. 2569 โดยระบุว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนท่ามกลางแรงกดดันจากผลการประชุมเฟดและราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น แต่ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชันก่อนการประชุมเฟด
อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาทยอยอ่อนค่า หลังการประชุมกนง. ซึ่งแม้จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ตามเดิม
แต่ก็มีมุมมองว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงจากสงครามในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียยังเผชิญแรงขายท่ามกลางการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก
ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย (เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงไม่ได้ข้อสรุปว่าจะกลับมาเจรจาสันติภาพกันเมื่อใด) ประกอบกับผลการประชุมเฟด สะท้อนว่า เฟดมีแนวโน้มยืนดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน และสมาชิกเฟดมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อการส่งสัญญาณเรื่องดอกเบี้ยท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในระยะข้างหน้าจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะพลิกแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางเงินเยนหลังทางการญี่ปุ่นกล่าวเตือนถึงการเข้าดูแลหากเงินเยนผันผวน-อ่อนค่าเร็วเกินไป
ส่วนสัปดาห์ระหว่างวันที่ 4-8 พ.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.40-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนเม.ย. ของสหรัฐฯ ตลอดจนดัชนี PMI ภาคบริการเดือนเม.ย. ของสหรัฐฯ จีนและยูโรโซน
นอกจากนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยด้วยว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อนท่ามกลางแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ทั้งนี้ SET Index ดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดย หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ก่อนจะแกว่งตัวในกรอบแคบในเวลาต่อมา หลังจากมีรายงานข่าวว่ากระทรวงการคลังปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 มาที่ 1.6% ซึ่งกระตุ้นความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย
ดัชนีหุ้นไทยกลับมาดีดตัวขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ หลังกนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% โดยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มแบงก์ กลุ่มพลังงานที่มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น และกลุ่มวัสดุก่อสร้างหลังบริษัทที่ดำเนินธุรกิจวัสดุก่อสร้างรายใหญ่แห่งหนึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาด
อย่างไรก็ดี กรอบการปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทยเริ่มจำกัดก่อนวันหยุดยาว เนื่องจากนักลงทุนกลับมาระมัดระวังในการลงทุนอีกครั้ง เนื่องจากประเด็นสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ตลาดให้ความสนใจยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวก
สำหรับสัปดาห์ที่ 4-8 พ.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,470 และ 1,460 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,510 และ 1,535 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมครม. เศรษฐกิจนัดแรก ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนเม.ย. ของสหรัฐฯ ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการบริการเดือนเม.ย. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่นและยูโรโซน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB