ตะวันออกกลางป่วน! บาทอ่อนค่าสุดรอบสัปดาห์-หุ้นไทยผันผวนแต่ยังยืนเหนือ 1,500 จุด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้!เงินบาทอ่อนค่าตามดอลลาร์และความตึงเครียดตะวันออกกลาง ขณะหุ้นไทยแกว่งตัว แม้เผชิญแรงขายและความกังวล MSCI Rebalance แต่ยังยืนเหนือ 1,500 จุดได้
แม้ตลาดการเงินไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา จะยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจโลก แต่ทั้งค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยยังคงแกว่งตัวในกรอบจำกัด โดยเงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยยังสามารถยืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้ ท่ามกลางแรงซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่บางกลุ่ม
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทย ระหว่างวันที่ 11-15 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่า เงินบาทอ่อนค่าลงตามทิศทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียช่วงต้นสัปดาห์
ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อ เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถตกลงรายละเอียดเงื่อนไขของข้อเสนอสันติภาพได้
อย่างไรก็ตาม ระหว่างสัปดาห์เงินบาททยอยแข็งค่ากลับมาบางส่วน สอดคล้องกับการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินเอเชีย โดยเฉพาะเงินหยวนที่ได้รับแรงหนุนจากความหวังเชิงบวกต่อการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ
แต่ช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้ง และแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ที่ 32.68 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ตามทิศทางเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ที่ออกมาสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงต่อไปอีกระยะ เพื่อประเมินผลกระทบของสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ
สำหรับสัปดาห์วันที่ 18-22 พฤษภาคม 2569 KBank ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนหลังการประชุมสุดยอดผู้นำสิ้นสุดลง
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามดัชนี PMI เบื้องต้นเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ บันทึกการประชุมเฟด ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเมษายนและการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน ตลอดจนตัวเลขเงินเฟ้อของยูโรโซน อังกฤษ และญี่ปุ่น
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET Index เคลื่อนไหวผันผวนตลอดสัปดาห์ แต่ยังสามารถยืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้ โดยช่วงต้นสัปดาห์ดัชนีปรับตัวลงจากแรงขายของนักลงทุนสถาบันในประเทศ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงประเด็นการปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยของ MSCI
อย่างไรก็ดี ช่วงกลางสัปดาห์ตลาดเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับ MSCI Rebalance ส่งผลให้มีแรงซื้อกลับในหุ้นบิ๊กแคปบางตัว และยังได้รับแรงหนุนจากความหวังเชิงบวกต่อการหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน ทำให้ดัชนีหุ้นไทยกลับมายืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้อีกครั้ง
แต่ช่วงท้ายสัปดาห์ ดัชนีหุ้นไทยกลับมาอ่อนตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนสิ้นสุดลง อีกทั้งยังมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง จากความกังวลว่าอาจเข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 หรือ Cash Balance หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน แรงซื้อในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง หลังมีรายงานว่าได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank ยังช่วยพยุงการปรับตัวลงของดัชนีได้บางส่วน
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 18-22 พฤษภาคม 2569 KSecurities ประเมินแนวรับของดัชนี SET Index ไว้ที่ 1,500 และ 1,480 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,540 และ 1,555 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ตลาดจับตา ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไทย ไตรมาส 1/2569 ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนบันทึกการประชุมเฟด อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนและญี่ปุ่น รวมถึงการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนเมษายนของจีน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB