เมื่อทองคำไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่คือ "ทางรอด" ในยุคสงครามเศรษฐกิจ!
เมื่อทองคำไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่คือ "ทางรอด" ยุคสงครามเศรษฐกิจ! เผยเบื้องหลังทองไทยทำนิวไฮ และเครื่องมือใหม่ TFEX ที่ปลดล็อกให้รายย่อยเทรดทองได้ด้วยเงินหลักหมื่น!
ในโลกการลงทุน มีสินทรัพย์อยู่ประเภทหนึ่งที่มักถูกพูดถึงทุกครั้งเวลาโลกเกิด “ความกลัว” ไม่ว่าจะเป็นช่วงสงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ หรือแม้แต่ตอนตลาดหุ้นร่วงหนัก และแน่นอนว่าสินทรัพย์นั้นก็คือ “ทองคำ”
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ทองคำถูกยกให้เป็น “Safe Haven” หรือสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเองได้รับการยอมรับจากทุกประเทศ และมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความกังวลของตลาดการเงิน หรือหากพูดง่ายๆ คือ "ยิ่งโลกผันผวน คนยิ่งหันมาถือทองคำ" นั้นเอง
บทบาททองคำในฐานะ Safe Haven สินทรัพย์หลบภัยในยุคโลกผันผวน
โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่โลกต้องเผชิญทั้งวิกฤตโควิด-19 เงินเฟ้อพุ่งสูงทั่วโลก ดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สงครามรัสเซีย-ยูเครน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไปจนถึงความกังวลเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ทั้งหมดนี้กลายเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้เม็ดเงินทั่วโลกไหลเข้าสู่ตลาดทองคำต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเข้าซื้อทองคำในระดับสูงต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยกว่า 76% ของธนาคารกลางที่สำรวจมา คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำในอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะที่หลายประเทศเริ่มลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มากขึ้น
ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้บทบาทของทองคำในวันนี้ ไม่ได้เป็นแค่ “เครื่องประดับ” แบบเดิมในสมัยก่อน หรือ “สินทรัพย์เก็งกำไร” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “พระเอก” ของการรักษาความมั่งคั่งในยุคที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
และหากย้อนดูผลตอบแทนย้อนหลัง จะยิ่งเห็นภาพชัดขึ้นว่า ทำไมทองคำถึงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งโดยข้อมูลจาก World Gold Council และราคาทองคำในตลาดโลกพบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลายรอบ
เห็นได้ชัดหลังจากช่วงโควิด-19 ราคาทองโลกเคยทะลุระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก ก่อนจะทำจุดสูงสุดใหม่อีกหลายครั้ง จนในปี 2568-2569 ราคาบางช่วงพุ่งทะลุ 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากเทียบจากช่วงก่อนโควิดถึงปัจจุบัน ราคาทองคำโลกเพิ่มขึ้นกว่า 80-90% ขณะที่ราคาทองคำในไทยปรับขึ้นแรงยิ่งกว่า จากทั้งราคาทองโลกและค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
เปิดสถิติราคาทองคำ 5 ปี จากบาทละ 20,000 สู่จุดพีคทะลุ 81,000 บาท!
- 2569 (ปัจจุบัน) ราคาสูงสุด 81,950 บาท ราคาต่ำสุด 64,550 บาท
- 2568 ราคาสูงสุด 67,400 บาท ราคาต่ำสุด 42,500 บาท
- 2567 ราคาสูงสุด 44,500 บาท ราคาต่ำสุด 36,150 บาท
- 2566 ราคาสูงสุด 34,450 บาท ราคาต่ำสุด 29,650 บาท
- 2565 ราคาสูงสุด 32,100 บาท ราคาต่ำสุด 28,150 บาท
การปรับขึ้นระดับนี้ สะท้อนว่าทองคำกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยิ่งตอกย้ำภาพของทองคำในฐานะ “ที่พักเงิน” ของนักลงทุนในยุควิกฤติ
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยทองคำ ยังสะท้อนว่า นักลงทุนไทยจำนวนมากยังคงเลือกถือทองคำต่อเนื่อง แม้ราคาจะอยู่ในระดับสูง โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนยังถือทองคำ มาจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางการเมือง ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และความเชื่อว่าทองคำยังสามารถรักษามูลค่าในระยะยาวได้ดีกว่าสินทรัพย์หลายประเภท
เมื่อทองคำพุ่งสูง กลายเป็นข้อจำกัดและอุปสรรคการเข้าถึงตลาดของนักลงทุนรายย่อย
แต่ปัญหาคือ ยิ่งทองแพง นักลงทุนตัวเล็กๆอย่างเราก็ยิ่งเข้าถึงยาก จากเดิมที่การลงทุนทองอาจเริ่มต้นหลักพัน วันนี้บางคนแค่คิดจะซื้อทองแท่ง 1 บาท ก็ต้องมองเงินในบัญชีแล้วมองเงินในบัญชีอีกก่อนตัดสินใจ
และไม่เพียงแต่ตลาดทองคำแท่ง หรือ Physical Gold เท่านั้น ในฝั่งตลาดอนุพันธ์เอง สินค้าเดิมอย่าง Gold Online Futures ที่อ้างอิงราคาทองคำในตลาดโลก ก็เริ่มสร้างข้อจำกัดให้กับนักลงทุนกลุ่มนี้เช่นกัน เนื่องจากขนาดสัญญารูปแบบเดิมมีขนาดใหญ่ถึง 10 ทรอยออนซ์ ที่เทียบเท่าน้ำหนักทองคำแท่งไทยประมาณ 20 บาททองคำ เมื่อราคาทองคำโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างกว้างขวางในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ "เงินวางหลักประกัน หรือ Margin" ที่นักลงทุนต้องวางไว้กับโบรกเกอร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็น Pain Point ใหญ่ ที่ปิดกั้นไม่ให้นักลงทุนรายย่อยและคนรุ่นใหม่สามารถเข้ามาบริหารพอร์ตหรือทำกำไรได้
TFEX เปิดตัว “Mini Gold Online Futures” สัญญาไซซ์เล็ก เพิ่มโอกาสการลงทุนด้วยงบหลักหมื่น
เพื่อแก้โจทย์และปิดช่องว่าง ดังกล่าว ล่าสุด บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX ได้ประกาศเปิดตัวสินค้าใหม่ป้ายแดงภายใต้ชื่อ "Mini Gold Online Futures" โดยเริ่มเปิดซื้อขายอย่างเป็นทางการวันแรกในวันนี้ (25 พฤษภาคม 2569)
เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงง่ายขึ้น ซึ่งหากเจาะลึกรายละเอียดโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ใหม่เปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์เดิม จะเห็นความแตกต่างทางด้านเงินลงทุนอย่างชัดเจน
เริ่มจากขนาดสัญญาที่ย่อยลงถึง 10 เท่า ซึ่งสัญญาเดิมกำหนดขนาดไว้ที่ 10 ทรอยออนซ์ แต่สัญญาใหม่ ถูกย่อขนาดลงเหลือเพียง 1 ทรอยออนซ์ หรือเทียบเท่าทองคำแท่งน้ำหนักประมาณ 2 บาททองคำเท่านั้น ส่งผลให้เงินวางหลักประกันลดลงมา จากเดิมที่นักลงทุนต้องใช้เงินหลักแสนในการซื้อทองจริง 2 บาท หรือต้องใช้มาร์จินจำนวนมากในสัญญาใหญ่ แต่ครั้งนี้จะใช้เงินวางหลักประกันเริ่มต้นเพียงประมาณ 15,000 บาท หรือราว 10-15% ของมูลค่าสัญญาซึ่งจะช่วยให้รายย่อยเข้าถึงตลาดทองคำโลกได้โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่อีกต่อไป
นอกจากนี้ยังมีตัวคูณราคาที่คำนวณง่ายขึ้น โดยกำหนดตัวคูณสัญญาอยู่ที่ 30 เท่าของราคาซื้อขาย หมายความว่าทุก ๆ 1 ดอลลาร์สหรัฐที่ราคาทองคำโลกเปลี่ยนแปลงไป จะคิดเป็นผลกำไรหรือขาดทุนที่ 30 บาท ซึ่งแตกต่างจากสัญญาเดิมที่มีตัวคูณราคาอยู่ที่ 300 บาท
เปิดเงื่อนไขการซื้อขาย อิงราคาทองโลก แต่จ่ายราคาเป็นเงินบาท
สำหรับข้อกำหนดสำคัญด้านการซื้อขายนั้น Mini Gold Online Futures ยังคงจุดเด่นในการอ้างอิงทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.5% และเสนอราคาซื้อขายตามราคาทองคำในตลาดโลกสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ แต่ออกแบบมาให้วางหลักประกันและชำระกำไรขาดทุนเป็นเงินบาท
ทำให้นักลงทุนไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยจะเป็นการชำระราคาเป็นเงินสด หรือ Cash Settlement ไม่มีภาระในการส่งมอบทองคำจริง และเปิดให้ซื้อขายได้ 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงกลางวันเวลา 9.15 ถึง 16.55 น. และช่วงกลางคืนเวลา 18.45 ถึง 3.00 น. ของวันถัดไป เพื่อให้ทันต่อความเคลื่อนไหวของตลาดโลก
เพิ่มความยืดหยุ่น สร้างโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง
ในมิติของกลยุทธ์การลงทุน ตลาดอนุพันธ์มีความแตกต่างและได้เปรียบกว่าการซื้อทองคำแท่งทั่วไปในแง่ของความยืดหยุ่น โดย TFEX ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดเด่นสำคัญ ที่ตลาดอนุพันธ์ สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง หรือ Two-Way Betting เพราะการซื้อทองคำแท่งทั่วไป นักลงทุนจะทำกำไรได้เฉพาะเวลาที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นเท่านั้น
แต่ในกรณีที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือความผันผวนจนราคาทองลดลง สัญญาฟิวเจอร์สเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเปิดสถานะขายล่วงหน้าหรือ Short เพื่อสร้างผลตอบแทนในตลาดขาลง หรือใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตได้
ข้อดีต่อมาคือสามารถแบ่งไม้เทรด ซึ่งการย่อยสัญญาลงเหลือ 1 ทรอยออนซ์ จะช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้กลยุทธ์ทยอยสะสม กระจายการซื้อขาย หรือสลับหน้าเล่นข้ามระหว่างสัญญาเล็กและสัญญาใหญ่ได้ตามสภาวะตลาด แตกต่างจากเดิมที่ต้องใช้เม็ดเงินก้อนใหญ่ๆที่เดียว
และสุดท้ายคือการลดผลกระทบต่อค่าเงินบาทและภาระของแบงก์ชาติ โดยในเชิงมหภาค การที่นักลงทุนหันมาเทรดทองคำผ่านระบบชำระราคาด้วยส่วนต่างเงินสด จะช่วยลดภาระของผู้ประกอบการร้านทองที่ไม่ต้องไปทำ Hedging หรือทำธุรกรรมซื้อขายทองคำจริงในปริมาณมาก ซึ่งในอดีตพฤติกรรมการเก็งกำไรทองคำกายภาพ มักสร้างแรงกดดันและส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย
กางเป้าหมาย TFEX ตั้งเป้าดึงกลุ่มผู้ถือบัญชีหุ้น 10% เข้าสู่ตลาดอนุพันธ์
สำหรับเป้าหมายการเติบโตในอนาคต ทาง TFEX ได้วางเป้าหมายระยะแรกในส่วนของจำนวนบัญชี โดยตั้งเป้าดึงดูดผู้ลงทุนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีบัญชีหุ้นอยู่แล้วประมาณ 3 ถึง 4 ล้านบัญชี ให้หันมาเปิดบัญชีซื้อขายในตลาด TFEX คิดเป็นสัดส่วน 10% ของบัญชีหุ้น จากปัจจุบันที่บัญชี TFEX ทั้งหมดในตลาดยังคงมีสัดส่วนไม่ถึง 10% ของบัญชีหุ้น และมีบัญชีที่มีความเคลื่อนไหวจริงอยู่เพียงระดับประมาณ 80,000 กว่าบัญชีเท่านั้น ส่วนเป้าหมายปริมาณการซื้อขาย ได้ตั้งเป้าปริมาณสัญญาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400,000 ถึง 500,000 สัญญาต่อวัน ซึ่งเป็นการคาดการณ์การเติบโตขึ้นราว 10% ถึง 20% จากยอดสรุปปีที่ผ่านมา
สุดท้ายนี้ การมาของ Mini Gold Online Futures ถือเป็นก้าวสำคัญของตลาดทุนไทยที่ช่วยทลายกำแพงเรื่องข้อจำกัดด้านการลงทุน ทำให้ทองคำที่ขึ้นชื่อว่าราคาแพงไม่ใช่สินทรัพย์ที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับรายย่อยอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม แม้เครื่องมือนี้จะถูกออกแบบมาให้เข้าถึงง่ายและเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำกำไรได้ แต่สิ่งสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรมองข้ามคือ "ความรู้และความเข้าใจ" ในกลไกของตลาดอนุพันธ์ การศึกษาข้อมูล วางแผนกลยุทธ์ และบริหารเงินอย่างรอบคอบ จะเป็นกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ กลายเป็นเครื่องมือสร้างและรักษาความมั่งคั่งของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในยุคที่เศรษฐกิจโลกยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB