หุ้นเด่น รับ ไทยช่วยไทยพลัส มอง ภาพใหญ่ โครงการนี้เป็นเหมือน "แรงพยุง" เศรษฐกิจ
ส่องหุ้นเด่น รับ ไทยช่วยไทยพลัส โบรกฯ มอง ภาพใหญ่ โครงการนี้ยังเป็นเหมือน “แรงพยุง” มากกว่า “แรงเร่ง” เศรษฐกิจ
วันที่ 1 มิ.ย.2569 และยาวไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.2569 คือ 4 เดือนนับจากนี้ 43.18 ล้านสิทธิที่ได้รับสิทธิ โครงการไทยช่วยไทย พลัส แบ่งเป็น ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 จำนวน 30 ล้านสิทธิ และไทยช่วยไทย พลัส ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน โดยในมุมการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ชี้เป้าหุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้
โดย บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวในทิศทาง Sideway Up โดยมีกรอบดัชนีอยู่ที่ 1,510 - 1,560 จุด
ได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่ลดลงตามทิศทางน้ำมัน WTI ประกอบกับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติงวด 4 เดือนแรกของปี 2569 ไหลเข้าทะลักกว่า 1.29 แสนล้านบาทสะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ขณะที่ EXIM Bank ปรับเพิ่มเป้าส่งออกปีนี้แตะ 7% ด้านกลยุทธ์การลงทุนแนะนำดักหุ้นได้ประโยชย์มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
หุ้นกลุ่มค้าปลีก-อุปโภคบริโภคที่เตรียมรับอานิสงส์เชิงบวก
โดยนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำ จัดพอร์ตการลงทุนแบบคัดสรรหุ้นเด่น (Selective Buy) โดยเน้นไปที่ 2 กลุ่มหลักที่มีปัจจัยบวกสนับสนุน ได้แก่ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Global Small Cap ซึ่งจะมีผลในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ โดยแนะนำให้เข้าลงทุนใน MRDIYT และ TFG แต่ให้หลีกเลี่ยง TOA ที่ถูกนำออกจากดัชนี
นอกจากนี้ ยังแนะนำกลุ่มค้าปลีกและอุปโภคบริโภคที่เตรียมรับอานิสงส์เชิงบวก จากการ เปิดลงทะเบียนใช้สิทธิโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยมีหุ้นเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ CPAXT, BJC, TNP และ MOTHER
ด้าน นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มแกว่งตัวในลักษณะ Sideway Up โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ระดับ 1,510 – 1,560 จุด ซึ่งได้รับปัจจัยบวกสำคัญจากความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงและเป็นผลดีต่อต้นทุนพลังงานในภาพรวม
“ประคองกำลังซื้อ” มากกว่า “กระตุ้นเศรษฐกิจให้โตแรง”
ด้าน Pi Securities ระบุว่า โครงการนี้ช่วยได้ในแง่ “ประคองกำลังซื้อ” มากกว่า “กระตุ้นเศรษฐกิจให้โตแรง” เพราะวงเงินรวมประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาท ยังถือว่าไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจไทยที่ราว 18 ล้านล้านบาท ซึ่งเงินก้อนนี้อาจไม่ได้ทำให้ GDP หรือเศรษฐกิจทั้งประเทศเปลี่ยนภาพแบบชัดเจน แต่ในระดับชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก เงินเดือนละ 1,000 บาท ก็ยังช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายบางส่วนได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพยังสูง และกำลังซื้อของคนในประเทศยังไม่ได้กลับมาแข็งแรงเต็มที่
แต่สิ่งที่ต้องติดตามดูต่อคือ เงินช่วยเหลือนี้จะไหลไปสู่การใช้จ่ายจำเป็นมากแค่ไหน เพราะถ้าคนเอาไปใช้ซื้อของกิน ของใช้ หรือจ่ายค่าใช้จ่ายประจำวัน ก็อาจช่วยให้การจับจ่ายในระยะสั้นดีขึ้นบ้าง
แต่ถ้ามองในภาพใหญ่ โครงการนี้ยังเป็นเหมือน “แรงพยุง” มากกว่า “แรงเร่ง” เศรษฐกิจ เพราะไม่ได้เปลี่ยนปัจจัยหลักอย่างรายได้ครัวเรือน หนี้ครัวเรือน หรือความเชื่อมั่นผู้บริโภคในระยะยาว
เปิดหุ้นกลุ่มได้ประโยชน์
สรุปคือ ไทยช่วยไทยพลัสเป็นมาตรการที่ช่วยเติมสภาพคล่องให้คนจำนวนมากในช่วงสั้น ๆ ช่วยให้กำลังซื้อไม่แผ่วลงมากเกินไป แต่ถ้าจะให้เศรษฐกิจฟื้นจริง ยังต้องรอดูแรงส่งจากการลงทุน การท่องเที่ยว การส่งออก และรายได้ของประชาชนควบคู่กันไปด้วย
- สำหรับหุ้นไทยที่ได้ประโยชน์
- กลุ่มค้าปลีก CPALL CPAXT
- กลุ่มการเงิน MTC
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB