"อีลอน มัสก์" ชิงเค้ก AI เจาะแผน SpaceX ยื่นขอ IPO 2.45 ล้านล้านบาท เข้าตลาด Nasdaq
เคาะราคาหุ้นละ 4,414.50 บาท! เจาะแผนการยื่นขอ IPO ครั้งประวัติศาสตร์ ของ SpaceX ระดมทุน 2.45 ล้านล้านบาท เข้าตลาด Nasdaq พลิกเกมครั้งใหญ่มุ่งหน้าสู่ "Deep Tech & AI"
SpaceX เตรียม IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ระดมทุนสูงสุด 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.45 ล้านล้านบาท ทำให้มูลค่าพุ่ง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ (57.9 ล้านล้านบาท) โดย SpaceX ของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) กำลังเดินหน้าสู่การระดมทุนเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO)
ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกจับตาว่าอาจกลายเป็นการเข้าตลาดหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ภายใต้ชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการว่า Space Exploration Technologies Corp
โดยตั้งเป้าจะเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq วันที่ 12 มิถุนายนนี้ ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ "SPCX" พร้อมกำหนดราคาเสนอขายหุ้นที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น (4,400 กว่าบาท) ภายใต้แผนระดมทุนสูงสุด 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ภายในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ระบุว่า SpaceX จะเสนอขายหุ้นจำนวน 555.6 ล้านหุ้น พร้อมเปิดทางให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (Underwriters) ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีก 83.33 ล้านหุ้น ซึ่งหากมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเพิ่มทั้งหมด บริษัทจะสามารถระดมทุนได้ราว 11,200 ล้านดอลลาร์
โดยราคา IPO อยู่ที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น จะส่งผลให้ SpaceX มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ราว 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้า Tesla ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ และขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดอันดับ 7 ของสหรัฐฯ
ความมั่งคั่ง "อีลอน มัสก์" อาจแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นคนแรกของโลก
การเพิ่มขึ้นของมูลค่า SpaceX ยังส่งผลโดยตรงต่อความมั่งคั่งของ อีลอน มัสก์ โดยนิตยสาร Forbes ประเมินว่า ปัจจุบันมัสก์มีทรัพย์สินสุทธิประมาณ 826,000 ล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้เป็นมูลค่าหุ้น SpaceX ราว 542,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคำนวณจากมูลค่าบริษัทเดิมที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์
หากมูลค่า SpaceX เพิ่มขึ้นเป็น 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ตามราคา IPO จะทำให้ความมั่งคั่งของมัสก์เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 223,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เขามีโอกาสกลายเป็นบุคคลแรกของโลกที่มีทรัพย์สินสุทธิเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ และหลังการยื่น IPO มัสก์ ยังคงครองอำนาจควบคุมบริษัทอย่างเบ็ดเสร็จ โดยคาดว่าจะมีสิทธิออกเสียงมากกว่า 82% ของทั้งหมด
ทำลายสถิติ IPO ใหญ่สุดของโลก
วงเงินระดมทุนเป้าหมายของ SpaceX จะสูงกว่าสถิติเดิมของ Saudi Aramco ที่ระดมทุนได้ 26,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2019 อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังจะแซงหน้าการเข้าตลาดของ Alibaba ซึ่งปัจจุบันครองสถิติ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนสหรัฐฯ
รายได้โตแรง แต่ยังขาดทุนต่อเนื่อง
ข้อมูลในเอกสารกำกับหลักทรัพย์ระบุว่า ปีที่ผ่านมา SpaceX มีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 2.6 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะมีรายได้สูงถึง 18.7 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ในปีปัจจุบัน บริษัทก็ยังคงขาดทุนต่อเนื่องจากการขยายธุรกิจและการลงทุนเพิ่มเติม
เงิน IPO หนุน AI อวกาศ และ Starlink
SpaceX ระบุว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนจะถูกนำไปใช้เพื่อขยายธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) และธุรกิจอวกาศ รวมถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม และการเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายดาวเทียมที่รองรับบริการ Starlink Mobile
อย่างไรก็ตาม การเสนอขายหุ้นครั้งนี้นำโดย Goldman Sachs ขณะที่ Morgan Stanley, Bank of America, Citigroup และ JPMorgan Chase ร่วมทำหน้าที่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์
ใช้วิธีตั้งราคาหุ้นล่วงหน้า ต่างจาก IPO ทั่วไป
โดยปกติบริษัทที่เตรียมเข้าตลาดหุ้นมักประกาศช่วงราคาเสนอขาย (Price Range) เพื่อสำรวจความต้องการของนักลงทุนก่อนกำหนดราคาสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม SpaceX เลือกประกาศราคา IPO ที่แน่นอนทันที หลังเสร็จสิ้นการพบปะนักลงทุนหลายรอบก่อนเริ่มโรดโชว์อย่างเป็นทางการ พร้อมระบุด้วยว่า มูลค่ากิจการที่ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าดีล EchoStar Spectrum และ Cursor จะแล้วเสร็จตามแผน
เผยความเชื่อมโยงธุรกิจในอาณาจักร Musk
SpaceX เปิดเผยว่า ธุรกิจ AI ภายใต้ชื่อ xAI ได้ซื้อระบบกักเก็บพลังงาน Tesla Megapack มูลค่า 269 ล้านดอลลาร์จาก Tesla ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ Tesla เคยรายงานยอดขาย Megapack ให้กับ xAI มูลค่า 430 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ทั้งนี้ มัสก์ได้รวมกิจการ SpaceX และ xAI เข้าด้วยกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในดีลที่ประเมินมูลค่ากิจการรวมไว้ที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์
ปัจจุบันยังมีการถือหุ้นไขว้ระหว่างบริษัทต่าง ๆ ในเครืออย่างมีนัยสำคัญ โดย Tesla ถือหุ้น SpaceX จำนวน 18.99 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.56 พันล้านดอลลาร์ตามราคา IPO
SpaceX ระบุในเอกสารว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา บริษัทมีความร่วมมือกับ Tesla ผ่านข้อตกลงทางธุรกิจ การให้สิทธิใช้งานเทคโนโลยี และการสนับสนุนด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
กันหุ้น IPO บางส่วนให้พนักงาน
SpaceX เปิดเผยแผนการเข้าตลาดครั้งแรกผ่านหนังสือชี้ชวนเมื่อปลายเดือนก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นทั้งตัวเลขผลขาดทุนจำนวนมาก และโครงสร้างการถือหุ้นที่มัสก์มีอำนาจควบคุมอย่างชัดเจนเอกสารฉบับแก้ไขล่าสุดระบุว่า บริษัทอาจกันหุ้น IPO สูงสุด 5% สำหรับพนักงานที่ได้รับคัดเลือกและผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการซื้อหุ้นโดยตรง (Direct Share Programme)
ประกาศตัวว่าเป็นบริษัท "Deep Tech & AI" อย่างเต็มตัว
อย่างไรก็ตาม InnovestX โดยธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า ในการยื่นขอ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ SpaceX ของ Elon Musk กำลังทำให้นักลงทุนจับตา ด้วยการประกาศตัวว่าเป็นบริษัท "Deep Tech & AI" อย่างเต็มตัว โดยมองว่าโอกาสเติบโตของบริษัทในอนาคตมาจาก AI สูงถึง 93% (คิดเป็น 26.5 ล้านล้านดอลลาร์) ขณะที่ธุรกิจอวกาศและ Starlink กลายเป็นส่วนน้อยที่เหลือ
ศึก IPO อุตสาหกรรม AI ร้อนแรงขึ้น
การเข้าตลาดของ SpaceX เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีด้าน AI หลายแห่งกำลังเร่งเข้าสู่ตลาดทุน ก่อนหน้านี้ Anthropic ได้ยื่นเอกสาร IPO แบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ (Confidential Filing) ไปแล้ว ขณะที่ OpenAI มีรายงานว่ากำลังเตรียมเอกสารสำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน
ตั้งเป้าชิงเค้กตลาด AI มูลค่า 26.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
- AI Enterprise Applications (ระบบองค์กร): มูลค่าสูงที่สุดถึง 22.7 ล้านล้านดอลลาร์ มุ่งเน้นการใช้ระบบอัตโนมัติทำงานแทนมนุษย์
- AI Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน): 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นการขายพลังงานประมวลผล (Compute)
- AI Consumer Subscriptions (บริการทั่วไป): 0.8 ล้านล้านดอลลาร์ จากแอปและการสมัครสมาชิก
- AI Digital Advertising (โฆษณาดิจิทัล): 0.6 ล้านล้านดอลลาร์
ไม้เด็ดของ อีลอน มัสก์ ในการท้าชนคู่แข่ง
1. Macrohard Platform: จับมือกับ Tesla พัฒนา "Agentic AI" ระบบอัจฉริยะที่จะเข้ามาจัดระบบและปฏิวัติการทำงานในองค์กร
2. Terafab Project: ลงทุนกว่า 119,000 ล้านดอลลาร์ สร้างโรงงานผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนชิปประมวลผลและเพิ่มความเร็วในการคำนวณขั้นสูง
ความท้าทายที่นักลงทุนต้องจับตา
ข้อมูลจาก InnovestX โดยธนาคารไทยพาณิชย์ ยังระบุว่า แม้ Story จะยิ่งใหญ่ แต่ปัจจุบันบริษัท xAI (ที่เชื่อมกับ SpaceX) ยังคงมีตัวเลขขาดทุนจากการดำเนินงานสูงถึง 6.4 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงยังมีข้อกังวลจากกลุ่มนักวิชาการเรื่องระบบความปลอดภัยของแชตบอต Grok ที่ยังตามหลังคู่แข่งในอุตสาหกรรม
การขยับตัวครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่า อีลอน มัสก์ ไม่ได้มอง SpaceX เป็นแค่บริษัทขนส่งอวกาศ แต่เป็นจักรวรรดิเทคโนโลยีที่จะเชื่อมต่อทั้งดาวเทียม รถยนต์ไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์เข้าด้วยกันเพื่อครองตลาดโลกในอนาคต!
เรียบเรียงจาก cnbctv18
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB