วิสัยทัศน์สู่มรดกแห่งฟากฟ้าไทย: นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ
จากศัลยแพทย์ผู้หลงใหลการบิน สู่ผู้ก่อตั้งสายการบินเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย ผู้สร้างโอกาสและพลิกโฉมอุตสาหกรรมการบินของไทย
หากเอ่ยถึงบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ชื่อของ “นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” คือหนึ่งในบุคคลที่ยากจะมองข้าม
ตลอดเวลากว่า 6 ทศวรรษ คุณหมอไม่ได้เพียงสร้างสายการบินเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย แต่ยังสร้างสนามบินเอกชนแห่งแรก วางรากฐานธุรกิจการบินแบบครบวงจร และต่อยอดสู่โครงการเมืองการบินระดับเมกะโปรเจกต์ที่กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในประตูเศรษฐกิจแห่งใหม่ของประเทศ
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในเส้นทางของคุณหมอ อาจไม่ใช่มูลค่าของธุรกิจที่สร้างขึ้น แต่คือความสามารถในการมองเห็นศักยภาพของอนาคตก่อนที่คนส่วนใหญ่จะมองเห็น และกล้าที่จะลงมือทำในวันที่หลายคนยังไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้
“ถ้าเมื่อไหร่มีอะไรที่ลำบาก ต้องคิดว่าเดี๋ยวฟ้าก็สว่าง เดี๋ยวก็หมดไป พายุต้องมีวันเลิกรา แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้ว่าถ้าพายุหมดเราจะทำอะไร”
คำกล่าวนี้สะท้อนวิธีคิดที่อยู่เบื้องหลังทุกการตัดสินใจสำคัญของนายแพทย์ปราเสริฐ ผู้ซึ่งมองทุกวิกฤตเป็นเพียงช่วงเวลาของการเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสครั้งต่อไป
จุดเริ่มต้นของนักบุกเบิก
ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 60 ปีก่อน ในวันที่การเดินทางทางอากาศยังเป็นเรื่องไกลตัวของคนไทย และบทบาทของภาคเอกชนในธุรกิจการบินแทบไม่มีพื้นที่ให้ยืน ศัลยแพทย์และนักธุรกิจหนุ่มผู้หลงใหลเครื่องบินมาตั้งแต่วัยเยาว์กลับมองเห็นอนาคตที่แตกต่างออกไป
สำหรับคุณหมอ การบินไม่ใช่เพียงเรื่องของเครื่องบินหรือการเดินทาง แต่เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน
จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในฐานะแผนกการบินของบริษัท กรุงเทพสหกล จำกัด ในปี 2511 ทำธุรกิจการบินเช่าเหมาลำ และค่อย ๆ เติบโตเป็น “สหกลแอร์” และเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด” หรือ บางกอกแอร์เวย์ส ในปี 2529 ถือเป็นสายการบินเอกชนแห่งแรกของประเทศไทยที่คนไทยเป็นเจ้าของอย่างเต็มรูปแบบ โดยได้เปิดให้บริการเที่ยวบินประจำอย่างเป็นทางการ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมการบินไทย
หลายทศวรรษต่อมา บางกอกแอร์เวย์สเติบโตสู่การเป็นสายการบินชั้นนำระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงจุดหมายปลายทางสำคัญในประเทศไทยและเอเชีย พร้อมก้าวสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2557 วิสัยทัศน์ของคุณหมอ มองว่า ธุรกิจสายการบินเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ
เมื่อสนามบินกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมือง
ในช่วงทศวรรษ 2520 เกาะสมุยยังเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่การเดินทางเข้าถึงเป็นเรื่องยาก นักท่องเที่ยวยังมีจำนวนไม่มาก และแทบไม่มีใครคาดคิดว่าสมุยจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกในอนาคต
แต่คุณหมอปราเสริฐมองเห็นสิ่งที่คนอื่นยังมองไม่เห็น คุณหมอเชื่อว่าหากสามารถสร้างการเชื่อมต่อที่สะดวกและมีประสิทธิภาพได้ เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้จะสามารถปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล
ความเชื่อนั้นนำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญในการสร้าง “สนามบินสมุย” ซึ่งเปิดดำเนินการในปี 2532 และกลายเป็นสนามบินเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย
จากเกาะที่ครั้งหนึ่งเดินทางเข้าถึงได้ยาก สมุยค่อย ๆ พัฒนาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของประเทศ สร้างรายได้ การจ้างงาน และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้คนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
แต่แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่เพียงสมุย โมเดลการพัฒนาเดียวกันถูกนำไปต่อยอดไปยังการสร้างสนามบินสุโขทัย สู่เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม และสนามบินตราด ประตูสู่หมู่เกาะฝั่งตะวันออกของประเทศไทย
สนามบินทั้งสามแห่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรองรับเครื่องบินขึ้นลง หากยังกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่
สร้างระบบนิเวศการบินแบบครบวงจร
หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่คุณหมอปราเสริฐยึดถือในการดำเนินธุรกิจ คือ “เก้าอี้สามขา”
ที่เชื่อว่าธุรกิจที่แข็งแรงไม่ควรพึ่งพารายได้จากแหล่งเดียว แต่ต้องมีฐานรองรับหลายด้านเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว
แนวคิดนี้นำไปสู่การขยายธุรกิจจากสายการบิน สู่ธุรกิจสนามบิน บริการภาคพื้น คลังสินค้าทางอากาศ และครัวการบิน จนเกิดเป็นระบบนิเวศด้านการบินแบบครบวงจรที่หาได้ยากในภูมิภาค
ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจที่คุณหมอวางรากฐานไว้ครอบคลุมตั้งแต่การให้บริการผู้โดยสาร การให้บริการภาคพื้น การบริหารจัดการคลังสินค้าระหว่างประเทศ ไปจนถึงการผลิตอาหารสำหรับสายการบินและห้องรับรองผู้โดยสาร ทุกองค์ประกอบล้วนเชื่อมโยงกันเพื่อสนับสนุนและยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับอุตสาหกรรมการบินระดับภูมิภาคและเป็นต้นแบบการเติบโตอย่างยั่งยืน
ก้าวต่อไปของวิสัยทัศน์แห่งการเชื่อมต่อ
แม้จะประสบความสำเร็จในระดับที่หลายคนมองว่าเพียงพอแล้ว แต่วิสัยทัศน์ของคุณหมอปราเสริฐยังคงมุ่งไปข้างหน้า
หนึ่งในโครงการที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวได้อย่างชัดเจน คือโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนกว่า 290,000 ล้านบาท ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงการพัฒนาศักยภาพสนามบิน แต่เป็นการพัฒนาเมืองการบินครบวงจรที่เชื่อมโยงการบิน การค้า การลงทุน โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ เมืองการบินภาคตะวันออกจะกลายเป็นหนึ่งในประตูสำคัญที่เชื่อมประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายเศรษฐกิจระดับโลก และมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้กว่า 60 ล้านคนต่อปี
แม้วันนี้คุณหมอปราเสริฐจะไม่ได้อยู่เพื่อเห็นทุกก้าวของโครงการ แต่รากฐานทางความคิดและวิสัยทัศน์ที่วางไว้ ยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนา
มรดกที่โบยบินเหนือกาลเวลา
ตลอดเส้นทางกว่า 6 ทศวรรษ คุณหมอปราเสริฐไม่ได้สร้างเพียงสายการบิน สนามบิน หรือกลุ่มธุรกิจด้านการบิน สิ่งที่คุณหมอสร้างคือ “โครงสร้างพื้นฐานแห่งโอกาส” ที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง ชุมชน และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน ทุกเส้นทางบิน ทุกสนามบิน และทุกโครงการที่เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของคุณหมอ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการขยายขอบเขตโอกาสของประเทศไทย ที่ได้รับการยกระดับศักยภาพด้านการบิน การท่องเที่ยว และการคมนาคมสู่เวทีระดับสากล
มรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณหมอปราเสริฐ จึงอาจไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้างหรือมูลค่าทางธุรกิจ แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า การมองเห็นอนาคตก่อนผู้อื่น และกล้าที่จะลงมือสร้างมันขึ้นมา คือพลังที่สามารถทำให้เปลี่ยนแปลง และผลักดันสู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง
และนั่นคือเหตุผลที่ชื่อของ “นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” จะยังคงได้รับการจดจำในฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิกที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมการบินของไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB