ทำความรู้จัก เมกะโปรเจกต์ "รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน" 2.71 แสนล้านบาท
ทำความรู้จัก เมกะโปรเจกต์ "รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน" 2.71 แสนล้านบาท มหากาพย์ 8 ปี วันนี้ส่อสะดุด?
"โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน" ส่อสะดุด? จากกระแสข่าวในช่วงแรก ระบุว่า บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ของกลุ่ม CP ซึ่งประมูลโครงการนี้ได้ จะยกเลิกสัญญา
จากนั้นออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้ต้องการยกเลิกสัญญา แต่เป็นการใช้สิทธิตามกลไกที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุนและต้องการหาทางออกร่วมกัน เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่าง
PPTV Wealth จะพาไปรู้จัก "โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน"
ซึ่งตามข้อมูลที่ระบุใน เว็บไซต์โครงการ ปี พ.ศ.2569 จะเป็นปีที่เอกชนเริ่มก่อสร้าง เพื่อในปี พ.ศ.2574 จะสามารถเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงทั้งระบบ แต่กลับกลายเป็นว่า บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ของกลุ่ม CP ออกมาระบุว่า โครงการมีข้อจำกัดหลายอย่างตามที่กล่าวไป
รู้จักโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เป็นโครงการพัฒนาระบบรางระดับชาติตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)
เป็นโครงการที่รัฐบาลในสมัยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เร่งรัดผลักดันเพื่อพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและการลงทุนหลักของประเทศ และเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักด้านคมนาคม ที่จะเชื่อมโยงระหว่างท่าอากาศยานหลักของประเทศ คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เข้าสู่พื้นที่ EEC สร้าง New S-Curve ให้กับเศรษฐกิจของไทย
ไล่เรียงไทม์ไลน์สำคัญ :
ปี พ.ศ. 2553-2556
มีการดำเนินโครงการรถไฟเชื่อมกรุงเทพภาคตะวันออกมาก่อนหน้านี้แล้ว ได้แก่ การเปิดใช้บริการรถไฟแอร์พอร์ต เรลลิงก์ (ARL) ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ (ปี พ.ศ.2553-ปัจจุบัน) และศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ- ระยอง (ปี พ.ศ. 2556) จากนั้นได้ปรับปรุงโครงการขึ้นใหม่
5 เมษายน 2560
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ครั้งที่ 1 โดยได้หารือถึงแผนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
27 มีนาคม 2561
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยวิธีการคัดเลือกเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการ ในรูปแบบ PPP Net Cost
24 ตุลาคม 2562
ลงนามสัญญาร่วมลงทุนระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับเอกชนคู่สัญญา คือกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ภายใต้ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP)
ระยะเวลาร่วมลงทุน 50 ปี (รวมระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี)
- เงินลงทุนของภาครัฐ 159,380 ล้านบาท
- เงินลงทุนของเอกชน 111,994 ล้านบาท
- ส่วนเงินลงทุนรวมอยู่ที่ 271,824 ล้านบาท
ปี พ.ศ.2564-2569
- ปี พ.ศ.2564 บริษัทรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (Asia Era One Co., Ltd) และพร้อมเดินหน้าโครงการ
- ปี พ.ศ. 2569 มีกระแสข่าวว่า บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ของกลุ่ม CP จะยกเลิกสัญญา แต่ต่อมาได้ออกหนังสือชี้แจง โดยฉบับแรกระบุว่า
ข้อมูลบางส่วนอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสถานะของโครงการ เจตนาของบริษัท และกระบวนการดำเนินการตามสัญญาร่วมลงทุน พร้อมขอยืนยันว่า หนังสือดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิตามกลไกที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อรักษาสิทธิของคู่สัญญาและแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในสัญญา มิได้หมายความว่าบริษัทได้ตัดสินใจถอนตัวจากโครงการหรือยกเลิกสัญญาโดยทันที
ทั้งนี้ การพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ของโครงการยังอยู่ภายใต้กระบวนการตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
"มอบพื้นที่ที่ล่าช้า" กระทบจัดหาแหล่งเงินทุนโดยตรง
ต่อมา นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด กล่าวถึงประเด็นสำคัญที่เป็นอุปสรรคของโครงการ ไม่ใช่ความต้องการยกเลิกสัญญาของภาคเอกชน แต่คือข้อจำกัดหลายประการ ที่ไม่สามารถหาทางออกร่วมกันได้ เช่น ในการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการก่อสร้างและการจัดหาเงินทุนของโครงการ
ที่ผ่านมา ภาคเอกชนได้พยายามหารือร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งมอบพื้นที่ แต่ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมายและข้อเท็จจริงในพื้นที่
หลายพื้นที่แม้จะได้รับการส่งมอบแล้ว แต่กลับพบข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างได้จริง เช่น ข้อจำกัดด้านกฎหมายเกี่ยวกับลำรางสาธารณะและสภาพพื้นที่ ซึ่งต้องอาศัยการพิจารณาและการแก้ไขในระดับนโยบายของหลายหน่วยงาน ปัญหาที่มีต่อเนื่องมาอย่างยาวนานในลักษณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถดำเนินการได้เอง
“ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวโทษการรถไฟฯ หรือหน่วยงานใด เพราะทุกฝ่ายต่างต้องการให้โครงการเดินหน้าต่อ แต่เมื่อเข้าสู่การดำเนินงานจริง จึงพบข้อจำกัดที่แตกต่างจากข้อมูลที่มีในช่วงจัดทำโครงการและการประกวดราคา (TOR) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายจำเป็นต้องร่วมกันหาทางออก”
นอกจากนี้ การส่งมอบพื้นที่ที่ล่าช้า ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดหาแหล่งเงินทุน (Project Finance) เนื่องจากสถาบันการเงินให้ความสำคัญกับความพร้อมของพื้นที่ก่อสร้างและความสามารถในการดำเนินโครงการตามแผน หากพื้นที่ยังไม่พร้อม ย่อมกระทบต่อการประเมินความเสี่ยงและการระดมทุนของโครงการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อีกปัจจัยหนึ่งที่มีข้อเท็จจริงแตกต่างไปจาก TOR และช่วงเริ่มต้นโครงการ คือ สมมติฐานด้านปริมาณผู้โดยสารของสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเดิมคาดการณ์การเติบโตในระดับสูง แต่ข้อมูลในปัจจุบันปรากฎว่า เมื่อมีการขยายขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ประมาณการผู้โดยสารของอู่ตะเภาต่ำลงไป ส่งผลต่อแบบจำลองทางการเงินของโครงการอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ทุกฝ่ายทราบและร่วมกันพิจารณามาโดยตลอด ทั้งนี้เพื่อให้โครงการยังคงเน้นประโยชน์ต่อประชาชนและมีความยั่งยืนในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม หากในที่สุดพบว่าข้อจำกัดทางกฎหมายหรือข้อจำกัดด้านการส่งมอบพื้นที่และข้อจำกัดอื่นๆ ไม่สามารถแก้ไขได้จริง จนไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาได้ การพิจารณาทางเลือกตามกระบวนการของสัญญาก็อาจเป็นทางออกซึ่งทุกฝ่ายจะต้องหารือร่วมกันในอนาคต แต่ยืนยันว่าทางเลือกในการใช้สิทธิ์ในการเลิกสัญญาไม่ใช่เป้าหมายหลักที่ภาคเอกชนต้องการให้เกิดขึ้น
hsr3airports
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
อนุทิน “ขู่ขึ้นบัญชีดำ” ยึดหลักประกัน
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนของนโยบายที่รัฐบาลต้องยึดถือคือต้องเป็นไปตามสัญญาและข้อตกลง รวมถึงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงข้อผูกพันที่คู่สัญญามีต่อกัน ซึ่งในกรณีนี้คู่สัญญาคือ รฟท. กับเอกชน ที่รับดำเนินการโครงการดังกล่าว
และมองว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เกิดขึ้นแล้ว ถ้าปรับก็ต้องมีการเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญา ซึ่งก็ยังมองไม่ออกว่าคนที่ทำสัญญากับภาครัฐจะปรับเปลี่ยนสัญญาได้อย่างไร เพราะก่อนที่จะเข้ามาเป็นคู่สัญญากับรัฐจะต้องรับสภาพ และเงื่อนไขทุกอย่างว่าต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น เพราะถ้าเปลี่ยนได้ก็คงต้องเปลี่ยนทุกสัญญา ส่วนตัวยังมองไม่เห็นว่าจะทำอย่างไร ซึ่งยืนยันว่าจะต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก
นายอนุทิน ย้ำว่า ขอยกเลิกไม่ได้ ให้ไปดูสัญญาภาครัฐทุกหน่วยงาน อย่าไปเจาะจงเฉพาะบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งสัญญาภาครัฐไม่ได้เขียนเงื่อนไขการเลิกสัญญาไว้เลย แต่ค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่รัฐขอยกเลิกได้ฝ่ายเดียว
ส่วนจะเดินหน้าโครงการต่อหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามสัญญา ซึ่งการยกเลิกสัญญาจะต้องได้รับการยอมรับทั้งสองฝ่าย ดังนั้น โครงการต้องเดินไป ถ้าไม่เดินก็ผิดสัญญาก็จะยุ่ง
เพราะการยกเลิกสัญญากับภาครัฐมีผลกระทบตามมาอีกมากมาย รับไหวหรือไม่ ถ้าอยู่ดี ๆ ไม่ทำงาน กลายเป็นผู้ทิ้งงานก็จะยุ่งจะถูกขึ้นบัญชีดำ และหลักประกันต่าง ๆ จะต้องถูกริบหมด สิ่งที่น่ากลัวคือเมื่อรัฐไปทำการประมูลใหม่ หากมูลค่าที่ประมูลใหม่รัฐต้องจ่ายเพิ่ม รัฐก็ต้องไปไล่เบี้ยเก็บกับผู้ที่ยกเลิกสัญญาซึ่งน่าจะวุ่น เพราะฉะนั้น ควรทำตามสัญญาดีที่สุด : นายอนุทิน ระบุ
กางแผนที่แนวเส้นทางโครงการ
สำหรับ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน จะผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด คือ
- กรุงเทพฯ
- สมุทรปราการ
- ชลบุรี
- ระยอง
- ฉะเชิงเทรา
มีจำนวนสถานีให้บริการทั้งหมด 9 สถานี ได้แก่
- สถานีดอนเมือง
- สถานีบางซื่อ
- สถานีมักกะสัน
- สถานีสุวรรณภูมิ
- สถานีฉะเชิงเทรา
- สถานีชลบุรี
- สถานีศรีราชา
- สถานีพัทยา
- สถานีอู่ตะเภา
ซึ่ง โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน จะใช้โครงสร้างและแนวเส้นทางการเดินรถเดิมของระบบไฟฟ้าขนส่งมวลชนแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (Airport Rail Link) ที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน พร้อมกับพัฒนาพื้นที่มักกะสัน 140.8 ไร่ เป็น EEC Gateway
การก่อสร้างทางรถไฟใช้รางขนาด 1.435 เมตร (Standard Gauge) ส่วนต่อขยาย 2 ช่วง คือ จากสถานีพญาไทไปยังสนามบินดอนเมือง และจากสถานีลาดกระบังไปยังสนามบินอู่ตะเภา พร้อมเชื่อมเข้าออกสนามบิน โดยใช้เขตทางเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นส่วนใหญ่ รวมระยะทาง 220 กิโลเมตร มีผู้เดินรถรายเดียวกัน
โดยรถไฟความเร็วสูงมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง สำหรับช่วงการเดินรถระหว่างเมือง คือ สถานีสุวรรณภูมิ ถึง สถานีอู่ตะเภา และความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง สำหรับช่วงการเดินทางในเมือง คือ สถานีดอนเมือง ถึง สถานีสุวรรณภูมิ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB