"บิทคับ ออนไลน์" ย้อนเหตุ 5 ปีก่อนโดนแฮกระบบ 1,700 ล้านบาท
"บิทคับ ออนไลน์" ย้อนเหตุ 5 ปีก่อน โดนแฮก 1,700 ล้านบาท ยืนยันผู้รวมก่อตั้งใช้เงินส่วนตัวซื้อเหรียญทดแทนความเสียหายแล้ว ด้านอดีตกรรมการ ยอมรับ ปกปิดข้อมูล แก้รายงาน
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการเกี่ยวกับการรายงานข้อมูลในเอกสารของบริษัทฯ เป็นเท็จ เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม 2564 (กว่า 5 ปีก่อน)
หากย้อนกลับไปที่มูลเหตุที่ทำให้เกิดการกล่าวโทษนั้น เป็นเหตุการณ์ในอดีตซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 และไม่ได้มาจากการกระทำทุจริตของบุคคลดังกล่าว
แต่เกิดจากการที่บุคคลบางท่านที่ถูกกล่าวโทษ ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ ตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยเรื่องที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทฯ 1 ใบ ที่ถูกโจรไซเบอร์โจรกรรมไปได้ ทั้งที่ในขณะเกิดเหตุ (คือ ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 นั้น) ระบบความปลอดภัยของกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทฯ ทุกใบเป็นไปตามมาตรฐานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด และผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
ป้องกัน Bank Run กระทบลูกค้าเสียหายเป็นวงกว้าง
ซึ่งการตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลของบุคคลข้างต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ Bank Run เพราะหากสาธารณชนรู้ว่ามีการโจรกรรมเกิดขึ้น และมาขอถอนสินทรัพย์ดิจิทัลกับทางบริษัทฯ พร้อม ๆ กันจำนวนมาก จะทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนได้ครบถ้วน เพราะอยู่ในระหว่างการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
และหากเกิด Bank Run ขึ้นแล้ว จะทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยได้
ผู้ร่วมก่อตั้ง ใช้เงินส่วนตัวซื้อเหรียญกลับมาทดแทน
และจากการที่ไม่มี Bank Run เกิดขึ้นนี้ แม้ว่าบริษัทฯ จะยังติดตามเอาสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมคืนมาไม่ได้ แต่ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ (Co-Founders) ใช้เงินส่วนตัวซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลมาให้แก่บริษัทฯ เพื่อใช้ทดแทนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมไปตามสกุลและจำนวนที่ถูกโจรกรรมไป ทำให้ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลย จากเหตุโจรกรรมนี้
ดังที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบแล้วว่า ในปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 กันยายน 2568) ทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทฯ มีความปลอดภัยและครบถ้วน
บิทคับ ออนไลน์ ยังบอกด้วยว่า การโจรกรรมในลักษณะนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลก ไม่ได้เกิดขึ้นกับบริษัทฯ เท่านั้น และเช่นเดียวกับผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในทุก ๆ ประเทศ บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัย ระบบงานภายในให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้นไปจนถึงในปัจจุบัน
นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมีความร่วมมือในการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าไว้กับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก เช่น BitGo Trust Company, Inc. และ Coinbase Custody Trust Company, LLC โดยสามารถตรวจสอบสินทรัพย์ดิจิทัลที่บริษัทฯ เก็บรักษาไว้ผ่านงบการเงินของบริษัทฯ
และปัจจุบัน บริษัทฯ มีกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย มีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ รวมทั้งมีระบบงานทางด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติงานตามกฎหมายและการตรวจสอบภายในอย่างครบถ้วน
พร้อมได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ได้กระทำความผิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 แล้ว และจะดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวอย่างถึงที่สุดต่อไป
รวมถึงยืนยันว่า ทรัพย์สินของลูกค้าทุกรายที่บริษัทฯ ได้เก็บรักษาไว้ขณะนี้ มีความปลอดภัยและครบถ้วน และบริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้า
ยอมรับปกปิด ก.ล.ต. แก้แบบรายงาน ดจ. 1 เพื่อสกัดความเสียหายวงกว้าง
ด้านนายสกลกรย์ สระกวี อดีตกรรมการ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ได้แถลงชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก Bitkub เปิดเผยว่า ยอมรับว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้น ตนทำผิด เพราะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ และเป็นคนตัดสินใจปกปิดเหตุการณ์ถูกโจรกรรมทางไซเบอร์จาก ก.ล.ต. และสาธารณชน ซึ่งเหตุผลที่ตัดสินใจเลือกที่จะปกปิด เพราะหลายเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เช่น การแห่ถอนเหรียญ เทขายเหรียญ จนอาจสร้างความโกลาหล ลามเป็น Bank run และเป็นวิกฤตบานปลาย
จึงเลือกที่จะต้องยื้อเวลาที่จะช่วยลูกค้า โดยผู้ร่วมก่อตั้งตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวซื้อเหรียญคืนลูกค้าทั้งหมด และแก้ไขแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบรายงาน ดจ. 1) ด้วยตนเองคนเดียว โดยไม่มีใครมีส่วนรู้เห็น
ผมเลือกเดินทางที่ยากกว่า และปกป้องทุกคนจากความเสียหาย ผมยอมแบกความรับผิดนี้คนเดียว โดยการแก้ไขแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบรายงาน ดจ. 1) โดยไม่มีใครรู้ ไม่มีใครมีส่วนรู้เห็น และไม่ได้ปฏิเสธความผิด ซึ่งเป็น 4 ปี แบกความลับนี้มันหนักมาก แต่เรื่องนี้ไม่มีใครต้องสูญเสียเงินแม้แต่บาทเดียว เป็นความทุกข์ของผมคนเดียว แลกกับความเสียหายของคนนับแสนที่ไม่ต้องเจอ และผมยินดีร่วมมือกับ ก.ล.ต. เพื่อหาตัวการสำคัญที่โจรกรรมไซเบอร์มารับความผิดให้ได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน นายสกลกรย์ สระกวี ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด แล้ว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB