ก.ล.ต. กล่าวโทษ นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ แจ้งข้อมูลหุ้นทิพย์ พอร์ตหมื่นล้าน
ก.ล.ต. กล่าวโทษ นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ กรณีนำส่งเอกสารที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียน 6 แห่ง พอร์ตระดับหมื่นล้าน
จากกรณี นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ถูกตรวจสอบพบความผิดปกติของข้อมูลจำนวน 7 รายการ ใน 6 หลักทรัพย์ และไม่พบว่าเป็นข้อมูลจริง ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)
ในความผิดกรณีนำส่งรายงานการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของกรรมการ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี ผู้ทำแผน และผู้บริหารแผน (แบบ 59)
และรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งเป็นการนำส่งเอกสารที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนและต้องระวางโทษตามมาตรา 302/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ)
ซึ่ง ก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่า นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ได้นำส่งรายงานการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของกรรมการ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี ผู้ทำแผน และผู้บริหารแผน (แบบ 59) รวมจำนวน 4 ฉบับ (หุ้นบริษัทจดทะเบียน 4 แห่ง) ในระหว่างวันที่ 27 ถึง 28 มิถุนายน 2569 และรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) รวมจำนวน 7 ฉบับ (หลักทรัพย์บริษัทจดทะเบียน 6 แห่ง) ในระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569
โดยนางสาวสุภาพรไม่ได้มีการถือหลักทรัพย์ หรือมีการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนตามที่แสดงในแบบ 59 และแบบ 246-2 แต่อย่างใด
การกระทำของนางสาวสุภาพรดังกล่าวข้างต้น จึงเข้าข่ายเป็นการนำส่งเอกสารที่มีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนและต้องระวางโทษตามมาตรา 302/1 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษนางสาวสุภาพร ต่อ บก.ปอศ.
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต. จึงนำข้อมูลที่ปรากฏจากการรายงานดังกล่าวออกจากระบบเผยแพร่ข้อมูล
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า การดำเนินการของ ก.ล.ต. เป็นไปตามลำดับขั้น และให้ความสำคัญกับข้อมูลที่มีการเผยแพร่เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยแจ้งสถานะในแบบ 246-2 ให้ทราบในทันทีที่พบความผิดปกติ ควบคู่ไปกับการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุมก่อนนำข้อมูลออกจากระบบ
และต่อมาวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต. ได้ดำเนินการร่วมกับ บก.ปอศ. ในการยืนยันตัวตนและเชิญให้ผู้รายงานมาให้ถ้อยคำ ตามกระบวนการขั้นตอนการให้สิทธิในการชี้แจงที่ต้องเป็นไปตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม (Due Process of Law)
ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ
โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว
สำหรับ นางสาวสุภาพร ถูกตรวจสอบพบความผิดปกติของข้อมูลจำนวน 7 รายการ ใน 6 หลักทรัพย์ ซึ่งเป็นรายการได้มาของหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นต่างช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา โดยข้อมูลถูกบันทึกเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และ 2 กรกฎาคม 2569 โดยพบว่า ผู้รายงานไม่ปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในวันปิดสมุดทะเบียนภายหลังการได้มาและไม่มีรายงานการจำหน่ายหุ้น ประเภทหลักทรัพย์ที่รายงานไม่มีอยู่จริงในช่วงเวลาที่ระบุ และจำนวนหลักทรัพย์ที่รายงานไม่ใช่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง เช่น การรายงานใช้สิทธิซื้อหุ้นจากใบสำคัญแสดงสิทธิ แต่จำนวนที่รายงานกลับตรงกับการใช้สิทธิหุ้นกู้แปลงสภาพของบุคคลอื่น
นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่า ผู้รายงานรายเดียวกันได้ยื่นรายงานการได้มาหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 (แบบ 59) ทั้งที่ไม่ได้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีหน้าที่ต้องรายงานตามกฎหมาย จึงนำมาซึ่งกล่าวโทษ ดังกล่าว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB