สรุปเหตุการณ์ หุ้นเกาหลีใต้! AI ทุบกระดานดิ่งแรง รายย่อยโดนบังคับขาย
สรุปเหตุการณ์ หุ้นเกาหลีใต้! โดน 2 บิ๊กเทค AI ทุบกระดาน ลูกโซ่รายย่อยคนรุ่นใหม่ ใช้ Leverage โดนเรียก Margin Call พังแทบทั้งกระดาน
ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ หรือ Korea Exchange (KRX) ซึ่งมีดัชนีสำคัญคือ KOSPI และ KOSDAQ โดยตลอดเดือนกรกฎาคม 2569 ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ผันผวนที่สุดของโลก หลังจากที่ก่อนหน้านี้เป็นตลาดที่นักลงทุนต่างชาติแห่เข้าซื้อจากความหวังต่อเทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แต่ปรากฏว่าทุกอย่างกลับพลิกผันอย่างรวดเร็ว
ซึ่งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ดัชนี KOSPI ดิ่งลงมากที่สุดระหว่างวันถึง 12.6%
จนตลาดหลักทรัพย์ต้องหยุดการซื้อขายเป็นเวลา 20 นาที ทำให้ภาพรวมการซื้อขายหลังปิดตลาดหุ้นดิ่งลง 6%
แรงขายเริ่มต้นจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะ SK hynix บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหน่วยความจำ AI รายใหญ่ของโลก กดดันให้ดัชนี KOSPI ปรับตัวลงอย่างรุนแรง จนรัฐบาลเกาหลีใต้ต้องออกมาตรการจำกัดการลงทุนในกองทุน Single-stock Leveraged ETF ให้จำกัดสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนรายย่อย พร้อมเพิ่มมาตรการควบคุมความเสี่ยง เพื่อป้องกันการเก็งกำไรที่อาจเร่งทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น
เปิดผลประกอบการ 2 บิ๊กเทค "Samsung - SK Hynix"
ผลประกอบการ Samsung Electronics รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดในแง่ตัวเลข โดยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากแรงหนุนของธุรกิจชิป AI แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลง
เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่ากำไรอาจอยู่ใกล้จุดสูงสุดของวัฏจักรแล้ว และค่าใช้จ่ายลงทุน (CAPEX) จะเร่งตัวขึ้นในช่วงต่อไป โดย รายได้ อยู่ที่ 171.5 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 130% YoY เป็นสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท กำไรสุทธิ 71.6 ล้านล้านวอน ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน
ด้านผลประกอบการ SK hynix รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2 อยู่ที่ 60.5 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่าจาก 9.2 ล้านล้านวอน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน แม้ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 64 ล้านล้านวอน ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 257% YoY สู่ระดับ 79.3 ล้านล้านวอน
โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก ซึ่งช่วยหนุนความต้องการชิปหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI และผลักดันราคาชิปให้ปรับตัวสูงขึ้น
และทั้ง 2 บริษัทนี้ ทั้ง Samsung Electronics และ SK Hynix มีมูลค่ารวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของดัชนี KOSPI ทำให้การเปลี่ยนแปลงของหุ้นเพียงสองบริษัทสามารถกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ราคาหุ้น SK Hynix เคยร่วงเกือบ 20% ระหว่างวัน ก่อนปิดลดลง 9.6% ส่วน Samsung Electronics ลดลงมากที่สุดระหว่างวัน 14% ก่อนปิดลดลง 5.2%
ลูกโซ่รายย่อยคนรุ่นใหม่ ใช้ Leverage โดนเรียก Margin Call พังแทบทั้งกระดาน
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นักลงทุนกว่า 1.2 ล้านบัญชีถูก Margin Call หรือการถูกบริษัทหลักทรัพย์เรียกให้ลูกค้านำเงินสดหรือหลักประกันมาวางเพิ่ม ทำให้เกิดแรงขายแบบลูกโซ่ คือการที่นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากใช้เงินกู้เพื่อเพิ่มขนาดการลงทุน
โดยเป็นบัญชีซื้อขายแบบใช้ Leverage หรือการใช้เงินกู้เพื่อเพิ่มการลงทุน ในจำนวนนี้มีบัญชีประมาณ 320,000–360,000 บัญชี ถูกให้บังคับขาย ที่น่าตกใจคือ จำนวนบัญชีที่ถูก Margin Call สัดส่วน 3.4% เป็นรายย่อยที่อยู่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่
“อี ซึงโฮ” นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 24 ปีในกรุงโซล นำเงินเก็บจำนวน 20 ล้านวอน ซึ่งสะสมไว้ระหว่างเข้ารับราชการทหาร มาลงทุนในตลาดหุ้น พร้อม ใช้ Leverage สูงกว่าทุนส่วนตัวถึง 5 เท่า โดยในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้น ทำให้พอร์ตของเขาเพิ่มขึ้นเกือบ 15 เท่า มีมูลค่าเกือบ 300 ล้านวอน หรือมากกว่า 6 ล้านบาท จนได้รับสถานะลูกค้าวีไอพีจากบริษัทหลักทรัพย์
แต่เมื่อตลาดเปลี่ยนทิศ ดิ่งลง ถูกบังคับขาย (Forced Sell) ทำให้กำไรเกือบทั้งหมดหายไปภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และมูลค่าบัญชีลดต่ำกว่าเงินต้นที่นำมาลงทุน และถูก Margin Call ในที่สุด
ซึ่งถ้าดูทั้งกระดานหุ้น KOSPI ยอดการกู้เงินของนักลงทุนที่นำมาลงทุนในหุ้น อยู่ที่ประมาณ 28 ล้านล้านวอน ณ วันที่ 14 กรกฎาคม ใกล้เคียงสถิติสูงสุดที่ 29.8 ล้านล้านวอน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน
ระเบิดลูกที่ 2 กองทุน ETF แบบ Leverage
ระเบิดอีกลูกคือ กองทุน ETF เพื่อสร้างผลตอบแทนในลักษณะทวีคูณหุ้นรายตัว โดยเคลื่อนไหวตามราคาหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่ง Leveraged ETF ซึ่งหากหุ้นอ้างอิงเพิ่มขึ้น นักลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนสูงกว่าการถือหุ้นโดยตรงทำให้เป็นที่นิยมมาก แต่...หากหุ้นลดลง การขาดทุนก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
.
นอกจากนี้ กองทุนต้องปรับสมดุลพอร์ตเป็นประจำทุกวัน จึงอาจก่อให้เกิดคำสั่งซื้อขายจำนวนมากกว่ากระแสเงินลงทุนจริง และซ้ำเติมความผันผวนของหุ้นอ้างอิง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น สถานะของ ETF แบบ Leverage ในช่วงวิกฤตนี้ จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อหุ้น Samsung และ SK Hynix
ท่าทีรัฐบาลเกาหลีใต้ กับสถานการณ์เริ่มบานปลายไปสู่การเมือง
ด้าน รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศระงับการจดทะเบียน ETF จนกว่าสถานการณ์ในตลาดจะมีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะที่คณะกรรมการบริการทางการเงินเกาหลีใต้ หรือ FSC ยังเพิ่มเงินสดขั้นต่ำที่นักลงทุนรายย่อยต้องมีเพื่อซื้อขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จากเดิม 10 ล้านวอน เป็น 30 ล้านวอน หรือประมาณ 700,000 บาท ให้มีผลในวันที่ 31 กรกฎาคม
เพื่อเร่งควบคุมการเก็งกำไรและความผันผวนในตลาด ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างพิจารณาจำกัดการลงทุนใน ETF ไม่เกิน 20% ของเงินลงทุนทั้งหมดของนักลงทุนแต่ละคน เพิ่มต้นทุนคำสั่งซื้อขายที่ร้อนแรง
ขณะที่ความโกรธเกรี้ยวของนักลงทุนรายย่อย ทำให้ บริเวณทางเท้าหน้าอาคารรัฐสภาเกาหลีใต้ในกรุงโซล มีผู้นำพวงหรีดเพื่อแสดงการประท้วงแผนการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ ETF ของรัฐบาล
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB