คืบหน้า “หวยเกษียณ” เร่งจัดทำประชาพิจารณ์ ตั้งเป้า! กฎหมาย-ระบบ แล้วเสร็จภายในปีนี้
“หวยเกษียณ” คืบหน้า! กอช. เร่งทำประชาพิจารณ์ก่อนชง ครม. ตั้งเป้า กฎหมาย-ระบบ แล้วเสร็จภายในปี 2569 ชี้ ใช้แรงจูงใจจากการลุ้นรางวัล สร้างเงินออมระยะยาว
นายเพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “หวยเกษียณ” หรือ สลาก กอช. ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดย กอช. กำลังจัดทำประชาพิจารณ์ (Public Hearing) เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงร่างกฎกระทรวง จากนั้นจะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตั้งเป้าหมายให้กระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จภายในปี 2569
สำหรับการดำเนินงานในช่วงนี้ให้ความสำคัญกับความถูกต้องของกระบวนการทางกฎหมายเป็นอันดับแรก เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและไม่เกิดข้อโต้แย้งในภายหลัง ทั้งในเรื่องการใช้งบประมาณ การดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยย้ำว่า “หวยเกษียณ” ไม่ใช่โครงการที่ทำขึ้นเป็นครั้งคราว แต่เป็นเครื่องมือระยะยาวในการสร้างวินัยการออมให้กับประชาชน จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบในทุกขั้นตอน
ยืนยันว่า รูปแบบของหวยเกษียณจะยังคงเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติกำหนดไว้ และไม่มีแนวคิดปรับเปลี่ยนสาระสำคัญ แม้ว่าจะเป็นนโยบายที่เริ่มต้นในรัฐบาลก่อนก็ตาม เพราะเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการออมของประเทศ (Financial Infrastructure) ที่รัฐบาลทุกชุดสามารถนำไปขับเคลื่อนต่อได้ เป้าหมายสำคัญ คือ การใช้แรงจูงใจจากการลุ้นรางวัล ควบคู่กับการสร้างเงินออมเพื่อวัยเกษียณ โดยประชาชนยังคงได้รับเงินออมคืน ไม่ใช่การเสี่ยงโชคในลักษณะของการซื้อสลากทั่วไป
ส่วนงบประมาณสำหรับโครงการหวยเกษียณได้มีการจัดสรรไว้ตามแผนแล้ว โดยมาจากงบกลาง คาดว่าจะใช้งบประมาณดำเนินการปีละ 700-800 ล้านบาท แต่การเบิกจ่ายงบประมาณจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อกฎหมายและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องมีผลบังคับใช้ครบถ้วน โดยที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง รวมถึงคณะกรรมาธิการงบประมาณของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งต่างเห็นความสำคัญของการสร้างแรงจูงใจให้คนไทยเข้าสู่ระบบการออมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการหวยเกษียณเริ่มดำเนินการ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดให้ประชาชนเข้าสู่ระบบการออมกับ กอช. มากขึ้น และช่วยสร้างหลักประกันทางการเงินหลังเกษียณให้กับคนไทยในระยะยาว
พร้อมกันนี้ กอช. ยังอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางปรับปรุงกฎหมาย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสมาชิกในอนาคต โดยมีแนวคิดเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีเงินออมเพียงพอสำหรับการดำรงชีพหลังเกษียณ สามารถถอนเงินออมบางส่วนออกมาใช้ก่อนอายุ 60 ปีได้ เช่น เพื่อนำไปลงทุน / ประกอบอาชีพ หรือใช้เป็นเงินทุนในการสร้างรายได้
ทั้งนี้ จะต้องไม่กระทบต่อหลักการสำคัญของพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งมุ่งให้ประชาชนมีรายได้ใช้หลังเกษียณ และยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษารายละเอียด รวมถึงการพิจารณาแก้ไขกฎหมายต่อไป
ในส่วนของการดำเนินงานของ กอช. ปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกใหม่ 140,000 คน จากปัจจุบันที่มีสมาชิกกว่า 2.8 ล้านคน โดยเป้าหมายดังกล่าวเป็นนโยบายที่รัฐบาลมอบหมายให้ กอช. ผลักดันอย่างจริงจัง พร้อมตั้งใจว่าจะทำได้มากกว่าเป้าหมายที่กำหนด ผ่านการเข้าถึงกลุ่มแรงงานนอกระบบ / เกษตรกร / ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และประชาชนที่ยังไม่ทราบสิทธิประโยชน์ของการออมกับ กอช.
“กอช. จะร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย ให้มากขึ้นเพื่อดึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีทั่วประเทศกว่า 10,000 - 20,000 คน มาเข้าร่วมเป็นสมาชิก / เด็กและเยาวชนที่กำลังศึกษา ประมาณ 50,000 คน รวมถึงแรงงานนอกระบบ อาชีพอิสระ เกษตรกร ไรเดอร์ เพื่อให้ถึงเป้าหมาย 140,000 คนภายในปีนี้”
ทั้งนี้ จุดเด่นของ กอช. คือ การที่ภาครัฐร่วมสมทบเงินออมตามช่วงอายุ เพื่อจูงใจให้ประชาชนเริ่มออมตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป โดยผู้ปกครองสามารถออมเงินให้บุตรหลานได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างวินัยทางการเงินแล้ว ยังเป็นการสร้างเงินออมระยะยาวและประวัติทางการเงินที่สามารถต่อยอดการเข้าถึงแหล่งเงินทุน หรือ การเริ่มต้นประกอบธุรกิจในอนาคตได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB