เงินบาทแข็งสุดรอบ 6 สัปดาห์! แตะ 33.03 บาท หุ้นไทยผันผวน ต่างชาติขายต่อ จับตาฮอร์มุซ-เฟด
เงินบาทแข็งสุด 6 สัปดาห์ แตะ 33.03 บาท หุ้นไทยยังผันผวน ต่างชาติขายต่อ จับตาฮอร์มุซ-เฟด สัปดาห์นี้ลุ้นบาท 32.80-33.60 บาท SET 1,585-1,655 จุด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทสัปดาห์ที่ 3-7 ส.ค. 69 โดยระบุว่า เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย และการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกท่ามกลางความหวังต่อผลการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงกดดันจากการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอกว่าที่คาด
อาทิ การจ้างงานภาคเอกชนรายงานโดย ADP และดัชนี ISM ภาคบริการ ซึ่งหนุนมุมมองของตลาดที่ประเมินว่า เฟดน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ แต่จะไม่ใช่ในรอบการประชุมใกล้ๆ นี้
เงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากตลาดกลับมารอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ
ส่วนสัปดาห์ระหว่างวันที่ 10-14 ส.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.80-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตและยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) และตัวเลขจีดีพี ไตรมาส 2/2569 ของอังกฤษและยูโรโซน
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยด้วยว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ SET index ย่อตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้น ส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว นำโดย หุ้นรายใหญ่ในกลุ่ม ICT จากกระแสข่าวเรื่องผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีแผนทยอยขายหุ้น หุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากความกังวลเรื่องความผันผวนของหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI รวมถึงหุ้นสายการบินรายใหญ่แห่งหนึ่ง หลังเปิดทางให้เจ้าหนี้ที่แปลงหนี้เป็นทุนสามารถซื้อขายได้
ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาช่วงสั้นๆ ระหว่างสัปดาห์รับรายงานข่าวเกี่ยวกับการเจรจาเพื่อกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี ประเด็นดังกล่าวยังคงมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้แรงหนุนต่อตลาดในภาพรวมค่อนข้างจำกัด ขณะที่นักลงทุนกลับมารอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ช่วงปลายสัปดาห์อย่างใกล้ชิด
สำหรับสัปดาห์ที่ 10-14 ส.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,585 และ 1,560 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,655 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของยูโรโซน ตลอดจนยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวนเดือนก.ค. ของจีน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB