เงินบาท–หุ้นไทยผันผวน! แตะ 32.88 ก่อนอ่อน ส่วนหุ้นไทยร่วง สัปดาห์หน้าจับตาเฟด คืบหน้าฮอร์มุซ และ GDP
เงินบาท–หุ้นไทยผันผวน! บาทแตะ 32.88 ก่อนอ่อนกลับ ส่วนหุ้นไทยร่วง กสิกรฯ คาดสัปดาห์หน้า 32.90–33.40 บาท/ดอลลาร์ฯ ลุ้น GDP–เฟด หนุนตลาด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทสัปดาห์ที่ 10-14 ส.ค. 69 โดยระบุว่า เงินบาททยอยอ่อนค่ากลับมา หลังแข็งค่าหลุดแนว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าผ่านระดับ 33.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์ที่ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาค
ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังคงเผชิญแรงขาย หลังตัวเลขตลาดแรงงานและข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชะลอลง ซึ่งทำให้ตลาดลดโอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนก.ย.
อย่างไรก็ดี เงินบาทล้างช่วงบวกทั้งหมดและทยอยอ่อนค่ากลับมาสอดคล้องกับแรงขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติและจังหวะแรงขายทำกำไรในตลาดทองคำ หลังจากที่ราคาทองคำในตลาดโลกไม่สามารถยืนเหนือแนว 4,400 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ได้
นอกจากนี้ สกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียยังขยับอ่อนค่าลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ไร้ข้อสรุปของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และสัญญาณความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ส่วนสัปดาห์ระหว่างวันที่ 17-21 ส.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.90-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของไทยและญี่ปุ่น ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง บันทึกการประชุมเฟดรอบ 28-29 ก.ค. (พ.) การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน (พฤ.) รายงาน PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ และหลาย ๆ ประเทศ ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนก.ค. ตลอดจนอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค. ของอังกฤษ ยูโรโซนและญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยด้วยว่า ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน ก่อนจะพลิกตัวลงช่วงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ SET index ดีดตัวขึ้นในช่วงแรกตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค ซึ่งมีแรงหนุนจากคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด
โดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นนำตลาด รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลกที่ฟื้นตัวขึ้น
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงในเวลาต่อมาก่อนวันหยุดของตลาดในประเทศ (12 ส.ค.) โดยตลาดกลับมากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เนื่องจากประเมินว่า การเจรจาข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่น่าจะบรรลุได้ในเร็ว ๆ นี้
ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวกรอบแคบก่อนจะปรับตัวลงในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยแม้จะมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง ซึ่งกระตุ้นคาดการณ์ที่ว่าเฟดมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะคงดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือนก.ย. แต่รายงานข่าวซึ่งระบุว่าสหรัฐฯ ประกาศเตือนว่าจะใช้มาตรการทางเศรษฐกิจแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนต่ออิหร่าน
ส่งผลให้ตลาดกลับมาระมัดระวังในการลงทุน โดยเกิดแรงขายทำกำไรหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มแบงก์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของไทยซึ่งจะประกาศในสัปดาห์หน้าด้วยเช่นกัน
สำหรับสัปดาห์ที่ 17-21 ส.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,585 และ 1,560 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,620 และ 1,630 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของไทยและญี่ปุ่น สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ บันทึกการประชุมเฟด ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนส.ค. (เบื้องต้น) ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนส.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ค. ของจีน ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB