บางกอกแอร์เวย์ส - กพท. หารือปลดล็อกข้อจำกัดการบิน ยกระดับมาตรฐานรับการเติบโต
บางกอกแอร์เวย์สจับมือ กพท. หารือ 5 ประเด็นสำคัญ ตั้งแต่ปฏิบัติการบิน ซ่อมบำรุงอากาศยาน ถึงระบบความปลอดภัย มุ่งสร้างมาตรฐานเดียวกัน รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน
บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จัดประชุมหารือภายใต้หัวข้อ “บูรณาการความเข้าใจ สู่มาตรฐานการบินเดียวกัน” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ประกอบการ เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์การดำเนินงาน
พร้อมร่วมกันพัฒนาแนวทางการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและบริบทของอุตสาหกรรมการบินโดยมุ่งยกระดับความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
การประชุมครั้งนี้มีนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานจากทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วม โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน 5 ประเด็นสำคัญ ครอบคลุมการดำเนินงานของสายการบินและการบริหารสนามบิน
เปิด 5 ประเด็นสำคัญ ร่วมยกระดับมาตรฐานการบิน
1. มาตรฐานการปฏิบัติการบิน
หารือเรื่องระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่และการพักผ่อนของนักบิน รวมถึงการฝึกอบรม Advanced UPRT เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ผิดปกติระหว่างการบิน โดยมีการแลกเปลี่ยนแนวทางเชื่อมโยงการฝึกอบรมระหว่างสถาบันฝึกอบรมกับผู้ดำเนินการเดินอากาศ ตลอดจนข้อเสนอเรื่องการขยายระยะเวลาปรับตัวไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2573 และการพิจารณาไม่บังคับใช้ข้อกำหนดย้อนหลัง
2. มาตรฐานการซ่อมบำรุงอากาศยาน
หารือแนวทางการยอมรับใบรับรองชิ้นส่วนอากาศยานจากหน่วยงานต่างประเทศ เช่น EASA และ FAA รวมถึงการรับรองศูนย์ซ่อมบำรุงในต่างประเทศ โดยประเด็นสำคัญเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการเดินอากาศ มาตรา 41/76 ซึ่งเป็นเรื่องการยอมรับใบรับรองชิ้นส่วนตามมาตรฐานสากล และมาตรา 41/111 ที่กำหนดเรื่องการรับรองศูนย์ซ่อมต่างประเทศโดย กพท.
ทั้งสองมาตรามีประเด็นที่ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกัน โดย กพท. มีข้อเสนอให้ปรับแนวทางตามมาตรา 41/111 เพื่อรองรับทั้งกระบวนการ Approval และ Acceptance ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการรับรองหน่วยซ่อมต่างประเทศ และสนับสนุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการ
3. มาตรฐานสนามบิน
หารือแนวทางการกำหนดมาตรฐานสนามบินให้เหมาะสมกับลักษณะและสภาพแวดล้อมของแต่ละแห่ง โดยเฉพาะสนามบินสมุย สุโขทัย และตราด ซึ่งบางแห่งมีบริบทด้านพื้นที่และการดำเนินงานแตกต่างกัน การพิจารณามาตรฐานจึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสนามบินแต่ละแห่ง ควบคู่กับการรักษาความปลอดภัย
4. การอนุญาตประกอบกิจการการบิน
แลกเปลี่ยนแนวทางเกี่ยวกับการอนุญาตประกอบกิจการ ทั้งกรณี Aircraft Leasing การเปลี่ยนแปลงสมรรถนะหรือขีดความสามารถของอากาศยานภายในกรอบ 20% ซึ่งต้องแจ้งล่วงหน้า 45 วัน รวมถึงการประสานขั้นตอนการดำเนินการระหว่างใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) และใบอนุญาตประกอบกิจการการบิน (AOL) ให้มีความคล่องตัวและสอดคล้องกันมากขึ้น
5. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัย
หารือเรื่องการรายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยภาคบังคับ (MOR) และการตรวจประเมินระบบบริหารจัดการความปลอดภัย (SMS) โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะรายงานที่เกิดขึ้น ซึ่งในปี 2568 ประมาณ 87% เป็นกรณีการตรวจยึดพาวเวอร์แบงก์จากผู้โดยสาร ขณะที่มีรายงานปิดได้ประมาณ 240–250 รายการต่อเดือน จึงมีข้อเสนอให้พิจารณาการจัดรอบรายงานเป็นชุด เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“บางกอกแอร์เวย์ส” ชูความร่วมมือ สร้างมาตรฐานที่นำไปใช้ได้จริง
ภายหลังการหารือ นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การยกระดับมาตรฐานการบินเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันขับเคลื่อน โดยเฉพาะมาตรฐานความปลอดภัยซึ่งเป็นพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจสายการบิน ขณะเดียวกัน การพัฒนามาตรฐานควรเดินควบคู่ไปกับความเข้าใจในบริบทของผู้ประกอบการแต่ละราย เนื่องจากธุรกิจการบินมีขนาดและศักยภาพแตกต่างกัน ทั้งด้านบุคลากร ทรัพยากร และเงินทุน
การเปิดเวทีหารือร่วมกับ กพท. จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลและผู้ประกอบการมีความเข้าใจตรงกัน และร่วมกันพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจแต่ละขนาด โดยคำนึงถึงความพร้อมในการดำเนินงาน ต้นทุน และระยะเวลาการปรับตัว เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับมาตรฐานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เรามองว่าความร่วมมือระหว่างผู้ปฏิบัติการอย่างสายการบิน กับหน่วยงานกำกับดูแล เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างมาตรฐานที่น่าเชื่อถือและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับต้น ๆ เพื่อให้ได้มาตรฐานที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมการบิน : นายพุฒิพงศ์ กล่าว
กพท. เดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิดทีมประเทศไทย
ขณะที่พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า บทบาทของ กพท. ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการกำกับดูแลและควบคุมมาตรฐานการบิน แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมด้วย การหารือร่วมกับผู้ประกอบการจึงเป็นกลไกสำคัญในการรับฟังความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูล และนำประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงมาประกอบการพัฒนาแนวทางกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การพัฒนากฎระเบียบยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้านต้นทุนและความสามารถในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการบิน
กพท. พร้อมรับฟังข้อเสนอจากผู้ประกอบการ และนำกลับไปพิจารณาหาแนวทางร่วมกัน โดยต้องรักษามาตรฐานความปลอดภัยไว้ ควบคู่กับการกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม ไม่สร้างต้นทุนเกินความจำเป็น และไม่ส่งผลกระทบต่อค่าโดยสารของประชาชน : พลอากาศเอก มนัท กล่าว
พร้อมเน้นย้ำว่า การยกระดับอุตสาหกรรมการบินจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สายการบิน ผู้บริหารสนามบิน และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แนวคิด “ทีมประเทศไทย” เพื่อผสานศักยภาพของแต่ละฝ่ายและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปในทิศทางเดียวกัน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีสากล
ผนึกความร่วมมือ ขับเคลื่อนการบินสู่มาตรฐานสากล
การประชุมระหว่างบางกอกแอร์เวย์สและ กพท. ครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและองค์ความรู้ระหว่างผู้กำกับดูแลกับผู้ประกอบการ เพื่อให้มาตรฐานและกฎระเบียบสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร และผลักดันอุตสาหกรรมการบินให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB