“บินสู่เป้าหมาย Net Zero” แกะรอย 9 ภารกิจสำคัญ “Low Carbon Skies by Bangkok Airways”
“บินสู่เป้าหมาย Net Zero” แกะรอย 9 ภารกิจสำคัญ “Low Carbon Skies by Bangkok Airways” ภายใต้วิสัยทัศน์ “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability”
ทุกเที่ยวบินของบางกอกแอร์เวย์ส คือการผสานประสบการณ์การเดินทางแบบฟูลเซอร์วิส เข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม สู่การเป็นผู้นำธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability”
ที่ตั้งใจส่งมอบคุณค่าการบริการ ควบคู่ไปกับลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีพันธกิจ 5S ได้แก่ ความปลอดภัย (Safety), การบริการ (Service), พนักงาน (Staff), ความร่วมมือ (Synergy), และความยั่งยืน (Sustainability) เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนองค์กร
แนวคิดนี้นำมาสู่การลงมือทำจริง และต่อยอดมาเป็นโครงการที่แคร์โลกอย่าง “Low Carbon Skies by Bangkok Airways” กับความตั้งใจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด ทั้งภาคพื้นดินและในทุกเที่ยวบิน
โดยหยิบเอาแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทั้งการจัดการขยะ การรีไซเคิล และอัพไซคลิ่ง มาปรับใช้ในทุกมิติ จนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และนี่คือ 9 ภารกิจรักษ์โลก ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของบางกอกแอร์เวย์ส เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emissions) ภายในปี 2050
1.แยกขยะได้ประโยชน์ จัดเก็บทุกชิ้นเพื่อรีไซเคิลต่อ
ขยะทุกชิ้นในอาคารสำนักงานของบางกอกแอร์เวย์ส รวมถึงห้องรับรองผู้โดยสารทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ สุโขทัย สมุย ตราด จะถูกนำมาคัดแยกอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังมีถังคัดแยกขยะภายในห้องรับรองผู้โดยสารและในอาคารสำนักงาน เพื่อการจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยในปี 2568 โครงการแยกขยะได้ประโยชน์ สามารถคัดแยกขยะเพื่อส่งต่อไปรีไซเคิลได้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 42,558.9 กิโลกรัม แบ่งเป็น พลาสติก 18,927.9 กิโลกรัม กระดาษ 10,758.9 กิโลกรัม อะลูมิเนียม 1,906.3 กิโลกรัม แก้ว 9,343 กิโลกรัม และเหล็ก 1,622.3 กิโลกรัม ทั้งหมดนี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 103,403 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
2.การจัดการขยะบนเที่ยวบิน เพื่อลดปริมาณสู่บ่อฝังกลบ
จากสถิติปี 2568 บางกอกแอร์เวย์สจัดการขยะจากการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน และจากครัวการบินกรุงเทพ (BAC) โดยแยกขยะที่รีไซเคิลได้และเศษอาหารออกจากกันอย่างเหมาะสม ได้แก่ กระดาษ 51,113 กิโลกรัม ฟอยล์ห่ออาหารและภาชนะอะลูมิเนียมใส่อาหาร 8,409 กิโลกรัม พลาสติก 25,430 กิโลกรัม และขวดน้ำดื่มไร้ฉลาก 18,329.50 กิโลกรัม เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ขวดน้ำดื่มไร้ฉลากสร้างคุณค่าใหม่
ขวดน้ำดื่มไร้ฉลากจำนวน 236,950 ขวด ไม่ได้ถูกทิ้งเปล่า แต่ได้เปลี่ยนเป็นเส้นใยรีไซเคิลคุณภาพดี และส่วนหนึ่งได้นำมาผลิตเป็นเสื้อโปโลสำหรับพนักงาน 3,000ตัว สายคล้องบัตรพนักงาน 3,000 ชิ้น และเสื้อ Blue Volunteers สำหรับทีมพนักงานจิตอาสากิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 600 ตัว ชุบชีวิตขยะพลาสติกให้กลายเป็นไอเทมสุดสมาร์ทที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1,051.62 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
4. เปลี่ยนยูนิฟอร์มเก่า เป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลก
การนำชุดยูนิฟอร์มพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ไม่ใช้แล้วมาเข้ากระบวนการอัปไซคลิ่ง (Upcycling) แปลงเป็นผ้าผืนใหม่ โดยไม่ผ่านการฟอกย้อม เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แล้วนำมาเปลี่ยนเป็นผ้ากันเปื้อนสำหรับพนักงานในห้องรับรองผู้โดยสาร ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและสร้างคุณค่าใหม่ให้วัสดุเดิมมา
5.จับมือแบรนด์ดัง สร้างสรรค์รองเท้าพนักงานคอลเล็กชั่นพิเศษ
เพื่อสนับสนุนเรื่องสุขภาพและสวัสดิการให้แก่พนักงาน ในปี 2568 บางกอกแอร์เวย์สได้ร่วมมือกับแบรนด์กีฬาระดับโลก PUMA ในการออกแบบรองเท้าผ้าใบรุ่นพิเศษสำหรับพนักงานทั้งส่วนหน้าและส่วนสนับสนุน ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 30% ภายใต้แนวคิด “BE THE FIRST MOVE FOR BETTER TOGETHER” เพื่อเสริมความคล่องตัวและความสบายในการทำงาน สะท้อนความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตของบุคลากร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริการ
6.ปุ๋ยอินทรีย์ชุบชีวิตผืนดิน
ขยะจากเศษอาหารของห้องรับรองผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ และอาคารสำนักงานใหญ่ จะถูกนำเข้าเครื่องย่อยเศษอาหารเพื่อเปลี่ยนเป็นปุ๋ยออร์แกนิก แล้วส่งมอบต่อให้ผู้โดยสารนำไปใช้ประโยชน์ มาตรการนี้ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องส่งไปการฝังกลบ ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ และเป็นการเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
7.ท้องฟ้าโลว์คาร์บอนด้วยเชื้อเพลิง SAF
ในปี 2568 บางกอกแอร์เวย์สได้เริ่มนำเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ซึ่งผลิตจากน้ำมันทำอาหารที่ใช้แล้ว มาใช้ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ เส้นทางระหว่างประเทศ โดยผสม SAF ในสัดส่วน 1% เข้ากับเชื้อเพลิง Jet A-1 ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้เฉลี่ยประมาณ 128 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อเที่ยวบิน ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานนวัตกรรมการบินสีเขียวของประเทศไทย และการไปสู่เป้าหมายสายการบินยั่งยืนขององค์กร
8.ซีรีส์งานวิ่งที่คิดครบทุกมิติ
งานวิ่ง “Bangkok Airways Boutique Series” ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการกีฬา ที่ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ซึ่งล่าสุดในปี 2569 นี้ยังคงแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นหัวใจของการจัดงาน และนำมาปรับใช้กับทุกองค์ประกอบ
ตั้งแต่เสื้อวิ่งที่ผลิตจากเส้นใยรีไซเคิลจากขวดพลาสติก PET 100% เหรียญรางวัลผลิตจากวัสดุยางที่ออกแบบให้นำไปใช้เป็นป้ายห้อยกระเป๋าเดินทางได้ต่อ ไปจนถึงการจัดการขยะภายในงานที่นอกจากจะมีจุดคัดแยกขยะแล้ว ยังใช้เทคโนโลยีย่อยเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์เพื่อมอบให้ชุมชน รวมถึงป้ายประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่จะถูกนำไปประยุกต์ใช้งานต่ออย่างคุ้มค่าที่สุด
9.ปลูกฝังความรักษ์โลกจากภายในองค์กร
เพราะภารกิจ Net Zero จะสำเร็จได้ต้องเริ่มจากทุกคนและเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัว บางกอกแอร์เวย์สจึงสร้างความตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นเรื่องใกล้ตัวพนักงาน ผ่านป้ายรณรงค์การใช้พลังงานและทรัพยากรภายในองค์กร อาทิ การใช้ไฟ ใช้น้ำ และใช้กระดาษ นอกจากนี้ยังมีทีม “ESG PG Heroes” ซึ่งเป็นตัวแทนพนักงานคนรุ่นใหม่ มาร่วมสื่อสารเรื่อง ESG ภายในองค์กรผ่านคลิปวิดีโอสั้น หรือร่วมสื่อสารในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างพลังในการร่วมมือกันดูแลโลกอย่างยั่งยืน จากภายในองค์กรสู่สังคมภายนอก
การเดินทางสู่ Net Zero ในปี 2050 อาจดูเป็นเป้าหมายที่ยังอีกยาวไกล แต่ 9 ภารกิจที่บางกอกแอร์เวย์สลงมือทำอย่างจริงจังในวันนี้ ได้แสดงให้เห็นว่าความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จากทุกรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัว ซึ่งการเดินทางด้วยประสบการณ์การเดินทางแบบฟูลเวอร์วิส ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมจะยังคงขับเคลื่อนต่อไป เพื่อเปลี่ยนให้ท้องฟ้ากลายเป็น 'Low Carbon Skies' ที่เป็นมิตรต่อโลกอย่างยั่งยืนในทุกๆ เที่ยวบิน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB