5 วิธีดึงสติ ลดพฤติกรรม "ช้อปปิ้งเกินตัว" มาพร้อม 10 วิธีคุมเงินในกระเป๋า "คิดก่อนซื้อ"
สำหรับบางคนช้อปปิ้งถือเป็นการระบายความเครียดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการช้อปปิ้งออนไลน์เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญให้การช้อปปิ้งให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก หากมากเกินไปอาจกระทบต่อเงินในกระเป๋าได้ จนกลายเป็นช้อปปิ้งเกินตัว เป็นหนี้สินบานปลาย
ซึ่งหากเริ่มเข้าข่ายที่จะช้อปปิ้งเกินตัว ลองใช้ 5 วิธีนี้
1. หางานอดิเรกใหม่ อย่างที่กล่าวไปบางคนใช้การช้อปปิ้งเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดอย่างหนึ่ง จนเหมือนจะกลายเป็นงานอดิเรก ซึ่งบางครั้งก็เผลอซื้อของจนงบบานปลาย เพราะฉะนั้นลองหากิจกรรมอื่นที่ช่วยให้ผ่อนคลายและสนุกไปด้วย เช่น ดูซีรีส์ เดินเล่นในสวน ปั่นจักรยาน หรือหามุมสงบอ่านหนังสือ ฯลฯ
2. จดรายการที่ต้องซื้อ ทุกครั้งเมื่อต้องเข้าห้างหรือซูเปอร์มาร์เก็ต และลองท้าทายจากตัวเองว่าจะไม่ซื้ออะไร นอกจากที่จดรายการไป
ถ้าทำได้ก็ลองให้คะแนนตัวเอง ถือเป็นชัยชนะเล็ก ๆ ในการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง
3. ขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ให้เพื่อนหรือคนที่ไว้ใจให้คอยเตือนคอยห้าม คอยดึงสติ หรืออาจมอบหน้าที่ให้คนอื่นในครอบครัวซื้อของเข้าบ้านแทนก็ได้
4. จ่ายเป็นเงินสด เตรียมเงินไปให้พอดีกับของที่ต้องซื้อ ห้ามใช้บัตรเครดิต อาจมีติดกระเป๋าไว้สำหรับยามฉุกเฉิน
5. ยกเลิกการเป็นสมาชิกเว็บ Shopping Online ไม่รับข่าวสารหรือโปรโมชันใด ๆ รวมถึงลบแอปพลิเคชันซื้อขาย เพื่อตัดสิ่งเร้า หรือปัจจัยที่กระตุ้นความต้องการออกไป
10 เทคนิควางแผนช้อปปิ้งให้เหมาะสม
1. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับรู้กระแสเงินสดที่เหลือต่อเดือน พร้อมตั้งงบช้อปปิ้งได้
2. หากเดือนไหนช้อปปิ้งเกินงบที่ตั้งไว้ ให้หยุดใช้ทันที และพิจารณาลดในเดือนถัดไป โดยดูว่าส่วนใหญ่หมดเงินไปกับสิ่งใดมากที่สุด
3. ตั้งสติก่อนซื้อ ถามตัวเอง จำเป็น (Need) หรือแค่ความอยากได้อยากมี (Want)
4. ถ้ายังลังเลว่าจะซื้อดีหรือไม่ ให้กลับไปคิดก่อนหนึ่งคืน กดใส่ตระกร้าไว้ก่อนครบ 24 ชั่วโมง แล้วจึงตัดสินว่าความอยากได้เท่ากับตอนแรกหรือไม่ เพราะหลายครั้งเมื่อเวลาผ่านไปก็ไม่อยากได้แล้ว
5. เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ ดูโปรโมชันหรือรอซื้อตอนช่วงลดราคา
6. ไม่พกเงินสดติดตัวมากเกินไป เพราะเมื่อในกระเป๋าตังค์แล้วเห็นว่ามีเงินเยอะ จะรู้สึกว่าสามารถช้อปได้อีกเรื่อย ๆ จนอาจเผลอใช้จ่ายจนเกินตัว
7. เน้นคุณภาพสินค้ามากกว่าดูเพียงแค่ราคาโดยเฉพาะกับสินค้าชิ้นใหญ่ที่ต้องใช้ยาวนานหลายปี เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า คอมพิวเตอร์ หากมีการรับประกันสินค้าและบริการหลังการขายก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแล บำรุงรักษา
8. อย่าซื้อของปริมาณมากจนเกินไป การซื้อปริมาณมากมักมีราคาถูกกว่าก็จริง แต่ถ้าใช้ไม่ทัน สินค้าเสื่อมสภาพหรือหมดอายุ ก็อาจทำให้จ่ายแพงกว่า
9. หักเงินออมเท่ากับยอดใช้จ่าย หากกลัวว่าจะใช้เงินหมดจนไม่เหลือเก็บ ลองหักออมทุกครั้งหลังชอปปิง
10. ใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์ หากใช้แล้วได้ส่วนลดหรือเครดิตเงินคืน แต่ต้องไม่จ่ายขั้นต่ำ ต้องชำระเต็มเท่านั้น
ทำความรู้จัก “Black Friday” คือวันอะไร ทำไมต้องช้อป
ช้อปปิ้งกลายเป็นโรคทางจิตได้...หากมากเกินไป
ข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่าการช้อปปิ้งกลายเป็นโรคทางจิตได้หากมากเกินไป เพราะจะรู้สึกว่า อยากซื้อตลอดเวลา รู้สึกดีที่ได้เดินดูของ ได้เปรียบเทียบราคา ได้ซื้อของ
แต่ก็มักจะรู้สึกดีอยู่แค่ช่วงเวลาเดียว และจะรู้สึกผิดหลังจากที่ซื้อมาแล้วเพราะมักเป็นของที่ไม่จำเป็น หรือเป็นการซื้อของเดิมซ้ำ ๆ
ขณะที่ สมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (The American Psychiatric Association) ยังไม่ได้จัดให้การเสพติดการช้อปปิ้งเป็นโรคหรืออาการทางจิต จึงยังไม่มีแนวทางการรักษาอย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงในเรื่องนี้อยู่ เช่น นักจิตวิทยาบางคนเห็นว่าควรจัดแยกให้เป็นการป่วยทางจิต (Mental Illness) ในรูปแบบหนึ่ง เพื่อจะได้ช่วยกันหาแนวทางการบำบัดรักษา และการวินิจฉัยในเรื่องนี้ ซึ่งก็มีผู้เชี่ยวชาญที่เห็นด้วยกับความคิดนี้
ทำไมถึงมีพฤติกรรมช้อปปิ้งเกินตัว
1. ความสะดวกสบายในการซื้อของออนไลน์ ทั้งผ่านเว็บไซต์แอปพลิเคชัน
2. สื่อโฆษณาจากช่องทางต่างๆ รีวิว Influencer เห็นบ่อย ๆ ก็ทำให้เกิดความอยากได้อยากมี หรือเพียงเพราะซื้อตามบุคคลที่ตัวเองชื่นชอบ
3. ความต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคมหรือกลุ่มคนที่ตัวเองต้องการเป็นส่วนหนึ่ง เช่น ซื้อแบรนด์เนม
4. การซื้อเพราะสิ่งเร้าหรือถูกกระตุ้น ในบางครั้งที่ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เร่งรีบ อาจทำให้ตัดสินใจโดยขาดเหตุผล เช่น เมื่ออยู่ในช่วง Midnight Sale หรือสินค้าที่มีเพียงชิ้นเดียว ถือเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ตัดสินใจใช้เงินได้ง่าย เพราะกลัวการสูญเสีย
5. บรรเทาความรู้สึกแง่ลบที่เกิดขึ้นในใจ เมื่อรู้สึกเหงา เศร้า เสียใจ หรือเครียด หลายคนมักหาทางออกด้วยการชอปปิงเพื่อเยียวยาจิตใจ
ผลลัพธ์ของการช้อปปิ้งเกินตัว
สัญญาณอันตรายที่พอจะบอกได้ว่าถึงเวลาต้องระมัดระวังการใช้จ่ายเงินแล้ว คือมีของที่ไม่จำเป็น ไม่ได้ใช้เต็มบ้าน ไม่รู้ว่าซื้อมาทำไม และยังคงซื้อซ้ำ
มีปัญหาการเงิน ใช้บัตรเครดิตจนเต็มวงเงิน เงินไม่พอใช้ ต้องขอหยิบยืมคนอื่น
มีความลับกับคนใกล้ตัว กลัวว่าจะมีปัญหา เลยไม่กล้าพูดความจริงเรื่องการใช้จ่ายเงิน
หากคิดว่ากำลังเผชิญปัญหาการชอปปิงอย่างหนัก หาทางออกไม่ได้ ควรพูดคุยกับคนที่คุณรักและไว้ใจ เพราะการได้รับแรงสนับสนุนและความเข้าใจจากคนใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ เพื่อปรับพฤติกรรม และทำการแก้ไขได้ทันท่วงที
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB