เคล็ด(ไม่)ลับ ฉบับฟรีแลนซ์ ไม่มีงานประจำ ทำยังไงให้มั่นคง
อาชีพฟรีแลนซ์ได้รับความนิยม เพราะมีอิสระในการทำงาน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ แต่มาพร้อมกับรายได้ที่ไม่แน่นอน เมื่อไม่มีเงินเดือนประจำ จะทำอย่างไรให้มั่นคง
Money Trick พาดูตลาดฟรีแลนซ์ในประเทศไทย เมื่องานประจำอาจจะไม่ตอบโจทย์ทำให้หลาย ๆ คนเลือกที่จะไปทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ โดยข้อมูลจากสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยสถานการณ์แรงงานประจำปี 2566 พบว่า ประเทศไทยมีผู้มีงานทำทั้งหมด 39.22 ล้านคน ในจำนวนนี้ 52.19% หรือ 20.46 ล้านคน ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ และอีก 47.81% หรือ 18.75 ล้านคนเป็นผู้ที่ได้รับค่าจ้างหรือเงินเดือน
ส่งต่อแบบไม่ขัดแย้ง จัดการ “มรดก” แบ่งให้จบในรุ่นเรา ก่อนกลายเป็นมรดกเลือด
นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอินฟลูเอนเซอร์ บอกว่า ปัจจุบันกลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะประกอบอาชีพอิสระมากขึ้น โดยเฉพาะอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งมีจำนวนมากถึง 9 ล้านคน ถือเป็นอาชีพที่มาแรงและเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญ คาดว่าปีนี้จะมีเม็ดเงินในตลาดถึง 45,534 ล้านบาท
แม้ว่าจะเป็นอาชีพที่เงินดี รายได้สูง มีรายได้หลายช่องทาง แต่ pain point คือ รายได้ที่เข้ามาไม่แน่นอน ไม่สม่ำเสมอ และขาดการเข้าถึงสวัสดิการ
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือความรู้ทางการเงินและการบริหารเงิน สอดคล้องกับความเห็นของตลาดหลักทรัพย์ ที่มองว่าอาชีพฟรีแลนซ์มาพร้อมกับความท้าทายด้านการเงิน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของรายได้และข้อจำกัดด้านสวัสดิการ
ตลาดหลักทรัพย์แนะนำเคล็ดลับบริหารเงินฉบับฟรีแลนซ์
1. ทำงบประมาณส่วนบุคคล - งบประมาณธุรกิจด้วย
เพราะเรามีรายได้ไม่แน่นอน แต่ค่าใช้จ่ายหลายอย่างยังคงต้องใช้อยู่ แถมยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเพิ่มขึ้นมา ดังนั้น การแยกเงินส่วนตัวและธุรกิจออกจากกัน และวางแผนการใช้เงินในแต่ละเดือน จะช่วยลดปัญหาการขาดสภาพคล่องและลดความซับซ้อนเรื่องเงินในอนาคต
2. เตรียมเงินสภาพคล่องเพิ่มเติม
เพราะอาชีพอิสระบางช่วงเวลาอาจจะไม่มีงานเลยก็เป็นไปได้ อย่างเช่น เตรียมเงินสำรองไว้ 3 - 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน รวมถึงอาจจะต้องเตรียมเงินเผื่อสำหรับหมุนเวียนในธุรกิจอีกก้อนหนึ่งด้วย
3. วางแผนออมเพื่อการเกษียณ
เพราะว่าฟรีแลนซ์จะไม่มีเครื่องมือออมเงินที่เป็นภาคบังคับ และไม่มีนายจ้างช่วยออมให้ อย่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่เราสามารถเลือกออมผ่านกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือแบบบำนาญ ที่นอกจากจะเป็นการลงทุนระยะยาวแล้วยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย
4. ทำประกันคุ้มครองสุขภาพ ชีวิต ทรัพย์สิน
เพื่อให้เรามีทางเลือกในการรักษาพยาบาลมากขึ้น รวมทั้งเพื่อช่วยลดมูลค่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงต่าง ๆ
ดังนั้น วางแผนประหยัดภาษี ซื้อประกัน การออม และการลงทุน ทั้งหมดนี้คือการวางแผนการเงินที่จะช่วยให้เรารับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนได้
สิ่งสำคัญ คือ ต้องจัดการรายรับให้เหลือออม จัดการเงินออมให้งอกเงย และลงทุนอย่างจริงจังและหลากหลาย เพื่ออิสรภาพทางการเงิน รายได้มากหรือน้อยอาจจะไม่สำคัญเท่าออมให้มากที่สุด ออมให้ไว และออมถูกที่ด้วย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB