ลงทุนซื้อรถใหม่ คันไหนยิ่งขับ ยิ่งคุ้ม ? เมื่อสงครามลดราคายังอยู่
Money Trick จะมาพูดถึงการลงทุนเพื่อซื้อรถสักคันค่ะ เร็วไปไหมที่จะซื้อรถ EV สงครามการลดราคาจะยังมีอยู่ไหม หรือใช้รถสันดาปไปก่อน
มีข้อมูลจาก SCB EIC ไทยพาณิชย์ บอกว่าพฤติกรรมการซื้อรถของคนไทยเปลี่ยนไป มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ใช้เวลาคิดนานขึ้น และหาข้อมูลที่ารอบด้านมากขึ้น ซึ่งจะเน้นไปที่การมองหารถที่มีอายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไปมากขึ้น คิดถึงค่าใช้จ่ายทั้งค่าซ่อม ประกัน ค่าเสื่อม และที่สำคัญเมื่อมีตัวเลือกรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง BEV และ Hybrid เข้ามาชิงส่วนแบ่งทางการตลาดก็ยิ่งทำให้การซื้อรถสักคันนั้นคิดนานขึ้น
และสังเกตไหมว่า เราเริ่มเห็นค่ายรถยนต์หน้าใหม่ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศ โดยเฉพาะผู้ผลิตสัญชาติจีนทำให้ปัจจุบันมีจำนวนผู้เล่นในตลาดมากถึง 159 แบรนด์ จาก 74 แบรนด์ ณ ปี 2019 ด้วยเหตุนี้ ตัวเลือกการขับขี่จึงมีความหลากหลายเพิ่มขึ้นตามกันไป โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (ม.ค. 2022 - มิ.ย. 2024) มีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมากถึงเกือบ 100 โมเดล อีกทั้ง รถยนต์นั่งประเภทอื่นก็มีรุ่นใหม่ ๆ วางจำหน่ายมากขึ้นเป็นเท่าตัว
ที่นี่มาดูทิศทางราคากันบ้าง จะอยู่ตัวแล้ว หรือ ถูกลงอีก เพราะที่ผ่านมาค่ายรถหั่นราคากันแบบจะทุกเดือน ทุกรุ่น ลดลงทีละเป็นแสนบาท ทำให้การหลายอยู่ในจุดที่ "รอดู" ว่าจะลงไปอีกหรือไม่ นักวิเคราะห์มองว่า ช่วงแรกกลยุทธ์นี้ใช้ได้ แต่หลังๆ ผู้บริโภคอยู่ในภาวะ ชิน และชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน เพื่อรอราคาที่อาจปรับลดลงได้อีกในอนาคต ซึ่งมีโอกาสที่รถยนต์ไฟฟ้านำเข้าจากประเทศจีน มีแนวโน้มทะลักเข้ามาในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะรถ BEV รุ่นที่มีการเปิดตัวไปแล้วในช่วง 1 – 2 ปีนี้ คาดว่าราคาขายจะปรับลดลงได้อีก
และที่น่าสนใจคือรถยนต์นั่งราคาต่ำล้าน จะมีตัวเลือกในตลาดเพิ่มขึ้นในทุกประเภทเชื้อเพลิง ซึ่งจะเกิดขึ้นทั้งจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ รวมถึงการลดราคาขายรุ่นที่วางจำหน่ายอยู่เดิมให้ต่ำลง
ขณะที่ราคาขายที่มีความผันผวนสูงยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย และเต็นท์รถมือ 2 ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ ค่าเสื่อม และทุนประกันภัยรถยนต์ และที่น่าสนใจคือ รถที่ใช้น้ำมันเมื่อกระแสนิยมเปลี่ยนส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์บางค่ายจำเป็นต้องหันมาแข่งขันด้วยราคาเพื่อหวังกระตุ้นยอดขายให้ปรับตัวดีขึ้น
แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าล้วนจะมีข้อได้เปรียบด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้งาน แต่ภาระค่าเบี้ยประกันภัยรถ BEV ที่อยู่ในระดับสูงและผันผวน กลับกลายเป็นแรงฉุดสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความกังวลและอาจทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้านั้นช้าลง
เพราะฉะนั้นสรุปแล้วรถยนต์ประเภทไหน ยิ่งขับ ยิ่งคุ้ม SCB EIC เล็งเห็นว่า รถ BEV นับเป็นตัวเลือกการขับขี่ที่ตอบโจทย์ความประหยัดในระยะยาวได้ดีที่สุด โดยแม้ว่าการใช้งานช่วง 2 - 3 ปีแรกจะมีต้นทุนการใช้งานที่สูงแต่ตลอดอายุการใช้งานจะสร้างภาระค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเพียง 3.86 แสนบาท ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอานิสงส์จากรายจ่ายจากการขับขี่จะทยอยปรับลดลงจนมาอยู่ที่เฉลี่ย 3.5 บาท/กิโลเมตรเมื่ออายุการใช้งานเข้าสู่ปีที่ 7 ซึ่งปัจจัยส่งเสริมความคุ้มค่านี้มาจากค่าใช้จ่ายการชาร์จไฟฟ้าและการซ่อมบำรุงรักษานั้นอยู่ในระดับต่ำ จนสามารถชดเชยกับภาระเบี้ยประกันที่โดยรวมยังแพงกว่ารถสันดาปและไฮบริดราว 50% ตลอดอายุการใช้งาน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB