“Scrub Daddy” ฟองน้ำที่เคยถูกทอดทิ้ง สร้างเงินพันล้านเพราะเมียสั่งขัดเก้าอี้
ย้อนจุดเริ่มต้นสุดเหลือเชื่อของ “Scrub Daddy” อาณาจักรฟองน้ำล้างจานพันล้าน จากของที่ถูกทิ้ง ประสบความสำเร็จได้เพราะ “เมีย”
คงไม่มีใครคาดคิดว่า ผลิตภัณฑ์อย่าง “ฟองน้ำล้างจาน” จะสามารถเป็นกระแสไวรัลได้ และฟองน้ำล้างจานจะสามารถสร้างรายได้หลักพันล้านได้ แต่ฟองน้ำล้างจานของ “Scrub Daddy” สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้!
ชื่อของ Scrub Daddy อาจไม่คุ้นหูคนไทยนัก แต่ถ้าบอกว่า “ฟองน้ำหน้ายิ้ม” หลายคนอาจร้องอ๋อหรือเคยเห็นผ่านตาตาม TikTok ในฐานะฟองน้ำล้างจานยอดนิยมจากสหรัฐฯ ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “ฟองน้ำที่น่ารักที่สุดในโลก” และ “ฟองน้ำที่เกือบทุกบ้านในสหรัฐฯ ต้องมี”
Scrub Daddy เป็นที่รู้จักจากรายการดังของสหรัฐฯ “Shark Tank” รวมถึงได้รับการยกย่องเป็น Top 3 ของผลิตภัณฑ์ที่ทำเงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการดังกล่าวอีกด้วย
ปัจจุบัน Scrub Daddy กลายเป็นบริษัทฟองน้ำทำความสะอาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในสหรัฐฯ โดยจุดเริ่มต้นทั้งหมดมาจาก “แอรอน เคราส์” นักประดิษฐ์ผู้นำฟองน้ำหน้ายิ้มไปพิตช์ขายในรายการ Shark Tank และได้รับความสนใจอย่างมาก
แต่ก่อนจะประสบความสำเร็จ เจ้าฟองน้ำนี้เคยถูกบริษัทระดับโลกปฏิเสธมาแล้ว
จิตวิญญาณนักประดิษฐ์ กับธุรกิจที่ไม่มีใครเห็นดีด้วย
เคราส์เกิดในปี 1969 และเติบโตในเมืองวินน์วูด รัฐเพนซิลเวเนีย โดยมีจิตวิญญาณความเป็นนักประดิษฐ์ตั้งแต่ยังเด็ก
เมื่อเคราส์อายุได้ 10 ขวบ เขาได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกของเขาขึ้นมา นั่นคือระบบเชือกและรอกที่ช่วยให้เขาปิดไฟในห้องนอนได้จากเตียงนอนที่แสนสบายของเขาโดยไม่ต้องถ่อสังขารลุกขึ้นไปปิดสวิตช์
เคราส์เล่าว่า “นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้ตัวว่า ผมสามารถคิดไอเดียสุดบรรเจิด สร้างอะไรบางอย่างขึ้นมา และเปลี่ยนแปลงโลกของผมได้ จากนั้นเป็นต้นมา ผมเริ่มมองโลกในมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง”
เมื่อเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมปลายและมหาวิทยาลัย เพื่อหารายได้เอง เขารับจ๊อบทำความสะอาดและล้างรถในละแวกบ้าน จนอาจพอเรียกได้ว่าเป็นก้าวแรกของอาชีพที่เกี่ยวข้องกับความสะอาดของเขา
เคราส์เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยซีราคิวส์ในปี 1988 และสำเร็จการศึกษาด้วยปริญญาทางจิตวิทยา
จบปริญญาตรีด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ แต่หลังเรียนจบ เขากลับมีความสนใจที่จะเริ่มธุรกิจของตัวเองมากกว่าเข้าทำงานในองค์กร และธุรกิจที่เขาสนใจคือ “ธุรกิจล้างรถ”
เคราส์เล่าว่า “หลังจากที่ผมเรียนจบมหาวิทยาลัย พ่อและแม่ของผมซึ่งเป็นหมอทั้งคู่ได้เรียกผมมาคุยเรื่องอนาคตของผม พวกเขาผิดหวังมากเมื่อผมประกาศว่าผมจะเริ่มต้น ‘ธุรกิจล้างรถ’ ของตัวเอง สำหรับผมแล้ว ผมไม่ใช่แค่คนล้างรถ ผมเป็นประธานและซีอีโอของบริษัท”
เขาเสริมว่า “แม่ของผมร้องไห้ ส่วนคุณย่าบอกว่า ‘ตัดขาดเขาไปเลย!’ และพ่อบอกว่า ‘ลูกชาย ลูกมีเวลาจนถึงสิ้นฤดูร้อนที่จะทำธุรกิจนี้ให้เป็นจริงและเอามันออกจากโรงรถของพ่อไปซะ’”
แต่ท่ามกลางเสียงคัดค้าน ธุรกิจของเคราส์ไปได้สวยไม่น้อย และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตสินค้าสำคัญชิ้นแรก นั่นคือ แผ่นขัดเงาสำหรับขัดสีรถยนต์
เคราส์ไม่พอใจแผ่นขัดเงาที่มีอยู่ในตลาด จึงลองใช้วัสดุใหม่คือ โฟมยูรีเทน เพื่อขัดสีรถ และพบว่ามันใช้งานได้ดีมาก เขาจึงตัดสินใจยื่นขอจดสิทธิบัตรฉบับแรก “ผมประดิษฐ์มาตั้งแต่เด็ก แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมลงมือทำ ตั้งแต่วินาทีที่ผมลองใช้แผ่นขัดเงาใหม่ ผมก็รู้ทันทีว่ามันเป็นอะไรที่พิเศษมาก”
สิ่งประดิษฐ์ที่บริษัทยักษ์ใหญ่มองข้าม
ต่อมาในปี 1995 เคราส์ได้ขายธุรกิจล้างรถของตนเพื่อมุ่งเน้นไปที่การผลิตแผ่นขัดเงา ภายใต้ชื่อ “Dedication To Detail” ซึ่งกลายเป็นบริษัทผลิตสินค้าระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จ
เคราส์ทำทั้งงานเอกสารในออฟฟิศและงานเกี่ยวกับเครื่องจักร เนื่องจากได้พัฒนาเครื่องจักรที่จำเป็นสำหรับการผลิตแผ่นขัดเงา “ดังนั้นมือของผมจึงเปื้อนน้ำมันและจารบีตลอดเวลา ซึ่งกำจัดออกไม่ได้ ไม่ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ใดก็ตาม”
มือที่สกปรกเป็นปัญหาที่น่ารำคาญอยู่เสมอ และด้วยจิตวิญญาณนักประดิษฐ์ สำหรับเคราส์แล้ว สิ่งที่จะแก้ปัญหาของเขาได้ คือสิ่งที่เขาประดิษฐ์เอง “มือของผมสกปรกอยู่เสมอ และโลชันที่ผลิตมาสำหรับช่างก็แย่มาก และแปรงขัดเล็บก็เล็กเกินไปที่จะทำความสะอาดมือทั้งมือ ดังนั้น ผมจึงพยายามหาวิธีทำวัสดุจากโฟมยูรีเทนที่สามารถขัดมือให้สะอาดได้”
เคราส์ใช้ประสบการณ์ 10 กว่าปีในการผลิตแผ่นขัดโฟมยูรีเทนสำหรับทำความสะอาดมือโดยเฉพาะ “แน่นอนว่าผมตัดสินใจคิดค้นผลิตภัณฑ์เพื่อทำความสะอาดมือ ผมขอตัวอย่างจากซัพพลายเออร์โฟมทุกราย และในที่สุด บริษัทเยอรมันก็ผลิตโฟมขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับผม นับเป็นปาฏิหาริย์” เขากล่าว
เคราส์เล่าว่า “เพื่อให้จับได้ถนัดขึ้น ผมจึงตัดโฟมให้เป็นวงกลมมีสันนูนพร้อมรูตรงกลางสองรูเพื่อทำความสะอาดนิ้วมือ ก่อนที่จะรู้ตัว ฟองน้ำหน้ายิ้มก็จ้องมองมาที่ผม นั่นคือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของ Scrub Daddy”
มันใช้ได้ผลดีมากจนแอรอนรู้ว่าเขาไม่สามารถเก็บมันไว้คนเดียวได้ “มันขัดมือผมให้สะอาดหมดจดและยังล้างออกได้สะอาดอีกด้วย ผมรู้ว่าต้องมีวิธีขายสิ่งนี้ได้”
เขาจดสิทธิบัตรฟองน้ำหน้ายิ้มดังกล่าวในปี 2007 รวมถึงเริ่มวางขายและทำการตลาด “เครื่องขัดมือ” นี้ให้กับร้านซ่อมรถต่าง ๆ
แต่เขาพบกับการต่อต้านอย่างท่วมท้น เพราะร้านซ่อมเหล่านั้นรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่จำเป็นและมีราคาแพงเกินไป เคราส์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้ และโยนฟองน้ำหน้ายิ้มลงในกล่องและเขียนตัวอักษร SCRAP (เศษขยะ) ไว้ที่ข้างกล้อง
ต่อมาในปี 2008 บริษัท “3M” ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตสินค้าในชีวิตประจำวัน ได้ติดต่อขอเข้าซื้อ Dedication To Detail เพราะสนใจแผ่นขัดเงาของเคราส์ และซื้อทุกอย่างของบริษัทไปยกเว้น “ฟองน้ำหน้ายิ้ม” เพราะพวกเขามี Scotch-Brite อยู่แล้ว
“พวกเขาเอาฟองน้ำออกจากข้อตกลงและทิ้งไว้กับผมเพราะมันไม่มีค่าเลย” ทำให้ฟองน้ำหน้ายิ้มถูกทิ้งอยู่ในกล่องที่เขียนว่าเศษขยะโดยไม่ได้รับการแตะต้องเป็นเวลา 3 ปี
สู่สายตาชาวอเมริกัน
ฤดูใบไม้ร่วงปี 2011 ภรรยาของเคราส์สั่งให้เขาไปทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์บริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน เขาใช้ฟองน้ำสองด้านแบบดั้งเดิม แต่ปรากฏว่าทำให้เฟอร์เป็นรอยหรือสีหลุดลอกทันที
เคราส์จึงไปรื้อหาว่ามีอะไรบ้างที่พอจะนำมาใช้ทำความเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้เสียหายได้ จนไปเจอฟองน้ำหน้ายิ้มที่ถูกทิ้งลงกรุไว้นาน 3 ปี
ผลปรากฏว่า มันใช้ได้ผลดีอย่างน่าตกใจและไม่ทำให้เกิดรอยด้วย เก้าอี้ในส่วนที่สกปรกกลับสะอาดเป็นประกาย
นอกจากนี้ ขณะที่เขาทำความสะอาดไปเรื่อย ๆ เคราส์สังเกตเห็นว่า อุณหภูมิของอากาศเย็นทำให้เนื้อฟองน้ำเปลี่ยนไปและ “แข็งขึ้น”
เนื้อฟองน้ำที่แข็งขึ้นส่งผลให้ขัดถูได้แรงขึ้น แต่ทุกครั้งที่เขาจุ่มโฟมกลับลงไปในน้ำสบู่ ฟองน้ำจะนิ่มลงและปรับรูปร่างได้ง่ายขึ้น
“พวกมันทำงานได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ผมจึงลองเอาอีกอันหนึ่งเข้าไปล้างจาน ตอนนั้นเองที่ผมสังเกตเห็นว่า เนื้อฟองน้ำเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิของน้ำ โดยจะอ่อนตัวลงในน้ำอุ่น และจะแข็งและหยาบกร้านขึ้นเมื่ออยู่ในน้ำเย็น มันเปลี่ยนความคิดของผมไปเลย และผมรู้ว่าต้องมีวิธีที่จะนำวัสดุที่น่าทึ่งนี้ไปขาย” เคราส์กล่าว
เขาเสริมว่า “ผมรู้ทันทีว่านี่คือฟองน้ำล้างจานที่ดีที่สุดในโลก ... เป็นเวลา 3 ปีที่ผมมียอดขายนับล้านดอลลาร์อยู่ในกล่องเก็บของเก่า”
เคราส์ตัดสินใจตั้งชื่อผลิตภัณฑ์นี้ว่า Scrub Daddy โดยมีที่มาที่ค่อนข้างหลากหลาย
“ในครอบครัวของผม ผู้ชายมักจะล้างจาน ดังนั้นชื่อนี้จึงมีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องนี้เล็กน้อย แต่เมื่อเราคุยกันถึงชื่อผลิตภัณฑ์ ผู้ชายคนหนึ่งบอกว่า ใบหน้าบนฟองน้ำดูเหมือนคุณพ่อหัวสุดโต่ง จากนั้นอีกคนก็พูดว่า นั่นคือ ‘คุณพ่อนักขัด’ (scrub daddy) ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น ผมก็รู้ทันทีว่ามันเป็นชื่อที่คุ้นเคย ตลก และน่าจดจำ”
หลังจากพบว่า Scrub Daddy มีประโยชน์ในการล้างจานเช่นเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ในส่วน เคราส์จึงนำสิ่งประดิษฐ์ของเขาไปให้เพื่อนเก่าที่ 3M ลองใช้งาน และเอาชนะใจพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว
เคราส์ลงทุน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ของเขาและเริ่มขายในเครือข่ายร้านขายของชำในท้องถิ่นของเพื่อน
“เขามาหาผมหลังจากผ่านไป 2-3 วันและบอกว่า ‘ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ปกติแล้วเราจะขายฟองน้ำได้วันละ 2-3 ชิ้น แต่ฟองน้ำของนายขายได้ 200-300 ชิ้นในร้านของฉัน’” เคราส์เล่า
ต่อมาเคราส์ยังได้ขายผลิตภัณฑ์ของเขาบนเว็บไซต์และ QVC ซึ่งเป็นเครือข่ายโทรทัศน์ฟรีทีวีของสหรัฐฯ และช่องชอปปิงชื่อดัง จนกลายเป็นขวัญใจแฟน ๆ
สิ่งนี้ทำให้เขามั่นใจมากขึ้นที่จะลองนำฟองน้ำหน้ายิ้มไปเสนอขายในรายการโปรดของเขา “Shark Tank”
เคราส์กรอกใบสมัครออนไลน์และภายใน 3 เดือนก็ได้รับโทรศัพท์จากโปรดิวเซอร์ของ Shark Tank ในเดือน ต.ค. 2012 ซึ่งเป็นซีซันที่ 4 ของรายการ
เขานำเสนอฟองน้ำหน้ายิ้มในฐานะฟองน้ำอเนกประสงค์ที่เปลี่ยนเนื้อสัมผัสตามอุณหภูมิของน้ำ และทำให้หนึ่งในกรรมการอย่าง “ลอรี เกรเนอร์” นักธุรกิจชาวอเมริกัน เจ้าของรายการ Clever & Unique Creations ในช่อง QVC ตัดสินใจเสนอเงินทุยให้เขา 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ แลกกับหุ้น 20% ของบริษัท
หลังจาก Shark Tank ตอนดังกล่าวออกอากาศ Scrub Daddy มียอดขายทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ “ภายใน 24 ชั่วโมง” ทำให้ Scrub Daddy ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดรายการหนึ่งในประวัติศาสตร์ของรายการ
“เมื่อตอนนั้นออกอากาศในเดือน ต.ค. 2012 ธุรกิจก็เติบโตอย่างรวดเร็วและไม่ได้ชะลอตัวลงเลยตั้งแต่นั้นมา” เคราส์กล่าว
อะไรมาฉุดก็หยุดไม่อยู่ แม้แต่โควิด-19
การเปิดตัวผ่านรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศนั้นยิ่งใหญ่มาก และด้วยเหตุนี้ บริษัท Scrub Daddy จึงเติบโตอย่างรวดเร็วจนต้องย้ายออฟฟิศ
นอกจากนี้ ด้วยการสนับสนุนจากเกรเนอร์ ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาความร่วมมืออันแข็งแกร่งกับผู้ค้าปลีกชั้นนำ เช่น Bed Bath & Beyond, Wal-Mart, Home Depot, Kroger, Target, QVC, Meijer และอีกมากมายได้
แม้ว่าฟองน้ำรูปหน้ายิ้มอันโด่งดังจะยังคงเป็นสินค้าเด่นของพวกเขา แต่ Scrub Daddy ก็ได้ขยายกิจการโดยเพิ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ เข้าไปด้วย
ปัจจุบัน Scrub Daddy เป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์ฟองน้ำรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ในสหรัฐฯ และเติบโตเป็นบริษัทข้ามชาติที่จำหน่ายเครื่องมือทำความสะอาดทุกประเภท ตั้งแต่ยางลบ น้ำยาทำความสะอาดหน้าจอ ที่กดสบู่ ไม้ถูพื้น เครื่องขัดพื้น และอุปกรณ์เสริมที่มีประโยชน์อื่น ๆ
รวมถึงบริษัทยังทำผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นของสำหรับใช้ในห้องครัว ห้องน้ำ พื้นที่กลางแจ้ง หรือการทำความสะอาดรถยนต์ และเครื่องขัดพื้นอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้กลายเป็นเครื่องมือทำความสะอาดที่หลายบ้านและองค์กรเลือกใช้
ในปี 2017 Scrub Daddy ทำยอดขายได้ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกได้ ขณะที่ในปี 2021 Scrub Daddy โพสต์วิดีโอไวรัลเป็นครั้งแรก ภายในเวลาเพียง 2 ปี พวกเขาจะมียอดชมมากกว่า 100 ล้านครั้ง ยอดไลก์มากกว่า 80 ล้านครั้ง และผู้ติดตามมากกว่า 4 ล้านคนบนโซเชียลมีเดีย และกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ความนิยมของพวกเขาพุ่งทะยาน
ข้อมูล ณ เดือน พ.ค. 2023 พบว่า บริษัทมียอดขายสะสมตลอด 10 ปีอยู่ที่ 926 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท ส่วนรายได้เฉพาะปี 2023 มีการประเมินว่าอยู่ที่ 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.2 พันล้านบาท)
ขณะที่ ณ เดือน มิ.ย. 2023 บริษัทมีพนักงานราว 270 คน มีผลิตภัณฑ์ 160 รายการ และมีสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าขายปลีกหลาย 257,000 แห่ง การเติบโตของบริษัทนั้น แม้แต่ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 รายได้ของ Scrub Daddy ก็ยังเพิ่มขึ้นถึง 300%
ปัจจุบัน Scrub Daddy ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับธุรกิจฟองน้ำและธุรกิจด้านความสะอาดในสหรัฐฯ เคราส์บอกว่า “ทุกๆ วัน เราแย่งส่วนแบ่งการตลาดจาก 3M ผมรู้ว่าพวกเขาเสียใจที่เอา Scrub Daddy ออกจากข้อตกลงเมื่อหลายปีก่อน”
คำแนะนำของเคราส์สำหรับผู้ประกอบการและนักประดิษฐ์หน้าใหม่คือ “หากคุณมีความคิดดี ๆ ที่เชื่อมั่นอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หนทางเดียวที่จะทำให้สิ่งนั้นประสบความสำเร็จได้ ก็คือการเสี่ยงและลงมือทำ”
เรียบเรียงจาก (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (10)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB