สทท. ชี้เหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ฉุดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
สทท. ยังมั่นใจฟื้นตัวได้ คาดรายได้รวมจากนักท่องเที่ยวแตะ 1.75 ล้านล้านบาท แม้ปัจจัยลบหลายด้านกดดันภาพรวมการท่องเที่ยวไทย
นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อาจส่งผลกระทบไม่มากนักต่อการท่องเที่ยวและธุรกิจตะเข็บชายแดน และยังไม่กระทบต่อภูมิภาคอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชายแดนโดยตรง เช่นเดียวกับกรณีน้ำท่วมในบางพื้นที่ในภาคเหนือจากพายุวิภาในขณะนี้ นายชัย มองว่า ก็ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวมากนัก
ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยครึ่งปีแรกที่ผ่านมา นายชัย ระบุว่า มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเกิดความกังวลในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยหลายเหตุการณ์ อาทิ การลักพาตัวดาราชาวจีนและเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนตึกถล่มในประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงไปเกือบ 50% และคาดว่าความกังวลยังส่งผลไปถึงกลางQ3/68 รวมทั้งเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ที่มีแนวโน้มชะลอตัวต่ำสุดในรอบ 16 ปี จากการขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเกิดความกังวลเกี่ยวกับรายได้ที่ไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมองหาความคุ้มค่าในการใช้จ่าย โดยเลือกเดินทางไปยังประเทศใกล้เคียงมากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง
ขณะเดียวกัน จากการประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวของสถานประกอบการจำนวน 741 สถานประกอบการ นายชัย พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวไทย Q2/68 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 70 จากระดับที่ 83 Q1/68 ถือเป็นการลดลงในระดับมากและลดลงมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
นายชัย กล่าวอีกว่า รายได้ภาพรวมของสถานประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว Q2/68 อยู่ที่ 45% ซึ่งลดลงมาใกล้เคียงกับQ3/65 ในช่วงที่การระบาดของโรคโควิดเริ่มผ่อนคลายและมีการยกเลิกการลงทะเบียน Thailand pass อีกทั้งเมื่อจำแนกตามสถานประกอบการแล้ว รายได้ก็ลดลงต่ำกว่าQ1 ในทุกกลุ่ม สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่กำลังถดถอย และการชะลอการใช้จ่ายของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ประชาชนจึงอยากให้มี “โครงการคนละครึ่ง” อีกครั้ง เพื่อเข้ามากระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นสถานการณ์ท่องเที่ยวQ3/68 คาดว่าจะอยู่ที่ 65% ซึ่งเป็นการคาดการณ์การท่องเที่ยวที่ลดลงกว่าQ2และลดลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา รวมถึงการคาดการณ์ของผู้ประกอบการเกือบทุกภูมิภาคมองว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวจะลดลงกว่าQ2 ยกเว้นภาคกลางที่คาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวยังไม่แตกต่างจากQ2มากนัก
อย่างไรก็ดี เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ ขณะนี้ สทท.ได้มีการเสนอแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะโครงการ “ไทยเที่ยวไทย” และแนวคิดคล้ายคลึงโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ซึ่งจะเป็นลักษณะการออกคูปองหรือสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นการเดินทาง โดยงบประมาณและแนวทางจะเป็นอย่างไร กำลังอยู่ในกระบวนการจัดทำเพื่อเสนอภาครัฐ
สำหรับโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ที่ปัจจุบันมีการใช้งานสิทธิ์ในเมืองหลักไปแล้วกว่า 50% และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการ แต่ก็ยังมีข้อกังวลว่า ผู้ประกอบการหลายรายที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วม ทำให้เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องนี้ สทท. อยู่ระหว่างประสานงานกับ ททท. ให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด
ด้านนายจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ เลขาธิการ สทท. กล่าวว่า แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงจากปัจจัยหลายอย่างในฝั่งจีน แต่เมื่อดูจากตัวเลขจริง กลับพบว่าการลดลงไม่ได้มากอย่างที่คาด และยังมีนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นเข้ามาชดเชยได้บางส่วน ขณะเดียวกันก็มีแผนเร่งสร้างความเชื่อมั่นในตลาดจีนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยอยู่ที่ประมาณ 18 ล้านกว่าคน ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 67 ซึ่งอยู่ที่ราว 19 ล้านคน โดยในปีนี้คุณภาพของนักท่องเที่ยวถือว่าดีขึ้นกว่ามาก
นายจีระยุ ยังแนะว่า ในช่วงโลว์ซีซั่นควรเร่งกระตุ้นการเดินทางภายในภูมิภาคให้มากขึ้น ส่วนสถานการณ์ข่าวด้านลบเกี่ยวกับกัมพูชาที่ถูกพูดถึงในสื่อจีนนั้น ยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยในสายตานักท่องเที่ยว
สำหรับตลาดจีน นายจีระยุ เชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไม่น่าจะลดลงไปกว่านี้ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เร่งฟื้นความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ โดยช่วง “วันชาติจีน” ระหว่าง 1–10 ตุลาคมนี้ จะเป็นช่วงสำคัญที่ใช้วัดผลว่า ความเชื่อมั่นในตลาดจีนฟื้นกลับมาได้มากแค่ไหน
โดยในช่วง Golden Week ของปี 62 ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดก่อนโควิด ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเคยสูงถึง 32,000 คนต่อวัน ขณะที่ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 23,000–24,000 คนต่อวัน จึงคาดว่าปีนี้จะเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญที่สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดจีนได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม สทท. ยังร่วมมือกับสมาคมสัมพันธ์จีน และผู้ประกอบการทัวร์ขาเข้า (Inbound) จากจีน ในการพัฒนาตราสัญลักษณ์ใหม่เพื่อรับรองคุณภาพโปรแกรมท่องเที่ยวไทย สร้างความเชื่อมั่นในตลาดจีนมากขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้ สทท. คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดปี 68 จะอยู่ที่ประมาณ 34.5-34.6 ล้านคน และคาดว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 1.75 ล้านล้านบาท ขณะที่จำนวนักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 4.5 ล้านคน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 50,000 บาท/คน/ทริป มีรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนรวม 225,000 ล้านบาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB