“Chrome Hearts” จากร้านลับชาวร็อก สู่แบรนด์หรูราคาแรงขวัญใจเซเลบฯ
กว่าจะหรูพี่เคยขี่ฮาร์เลย์ตระเวนขายเครื่องหนังมาก่อน! เปิดเรื่องราว “Chrome Hearts” แบรนด์หรูราคาแรงยอดนิยมในหมู่เซเลบฯ
ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ชื่อของ “Chrome Hearts” (โครมฮาร์ตส) ถูกพูดถึงมากขึ้นในแวดวงแบรนด์หรู โดยเฉพาะเมื่อผลิตภัณฑ์ของพวกเขาปรากฏบนร่างกายและโซเชียลมีเดียของเหล่าศิลปินและเซเลบฯ จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น นิโคลัส เคจ, ทราวิส สก็อตต์, เดรก, ริฮานนา รวมถึง “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ศิลปินชาวไทยระดับโลก
Chrome Hearts มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งเครื่องประดับเงิน ทอง และเพชร แว่นตา สินค้าเครื่องหนัง เครื่องแต่งกาย เฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว และของกระจุกกระจิก
ด้วยคุณภาพระดับที่เซเลบฯ ระดับโลกเลือกใช้ ทำให้ในเรื่องราคานั้น ผลิตภัณฑ์ Chrome Hearts อยู่ในหลักน้อง ๆ หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ซึ่งทำให้คำว่า “ลุคหลักล้าน” ไม่ใช่เรื่องเกินจริงและมีความหมายตรงตามตัวอักษร
แต่ก่อนจะวิวัฒนาการมาเป็นแบรนด์ระดับโลกแบบนี้ Chrome Hearts เคยมีสถานะเป็นร้านลับสำหรับชาวร็อกในฮอลลีวูดมาก่อน
ดังจากหนังเกรดบี แฟชั่นร็อกแอนด์โรลสุดลักชัวรี
Chrome Hearts เป็นธุรกิจที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1988 โดย “ริชาร์ด สตาร์ก” ผู้ค้าส่งเครื่องหนังคุณภาพสูง
เขาเกิดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 1960 ที่เมืองยูทิกา รัฐนิวยอร์ก เขามีพื้นฐานด้านงานช่างไม้ โดยได้รับการฝึกฝนเป็นช่างไม้ฝึกหัดที่บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ก่อนที่จะมาเป็นตัวแทนโรงฟอกหนังและขายหนังให้กับผู้ผลิต
กระทั่งริชาร์ดได้มาเจอกับ “จอห์น โบว์แมน” ช่างผลิตเสื้อผ้าเครื่องหนัง พวกเขาเป็นคนที่ชื่นชอบเครื่องหนังอย่างมาก แต่ไม่สามารถหาแจ็กเก็ตหนังที่พวกเขาต้องการใส่ในท้องตลาดได้
เมื่อหาซื้อไม่ได้ สิ่งที่พวกเขาคิดคือหาทางทำมันขึ้นมาเอง
ทั้งคู่ได้ร่วมมือกันรังสรรค์เสื้อแจ็คเก็ตหนังแนวอาวองการ์ด (Avant-Garde) ที่พวกเขาอยากสวมใส่จริง ๆ โดยเริ่มแรกทำอยู่ในโรงรถแห่งหนึ่งในลอสแอนเจลิสก่อน
ในสมัยนั้นมีหลายแบรนด์ที่ขายแจ็กเก็ตสไตล์เฮฟวีเมทัลและเครื่องประดับร็อกเกอร์ แต่ริชาร์ด ผู้ค้าส่งเครื่องหนังผู้มีพื้นเพมาจากยูทิกา นิวยอร์ก มีวิสัยทัศน์ที่หรูหรากว่า
ด้วยประสบการณ์การทำงานกับโรงฟอกหนัง เขาจึงสามารถเข้าถึงหนังหนาพิเศษที่ปกติใช้ทำเบาะรถยนต์ได้ เขายังได้ทำงานในโรงรถในฮอลลีวูดมาหลายปี และสนใจนำหนังคุณภาพสูงเหล่านี้มาทำแจ็กเก็ตที่แข็งแรงทนทาน
แต่ความสำเร็จที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อ “เลโอนาร์ด คามูต” ช่างทำเครื่องประดับเงินสเตอร์ลิง ได้มาเข้าร่วมกับพวกเขาด้วย และเพิ่มเครื่องเงินสั่งทำพิเศษเข้าไปในชุด ไม่ว่าจะเป็นหมุดสเตอร์ลิง ตัวดึงซิป และเครื่องประดับรูปไม้กางเขนสไตล์ไบค์เกอร์ เกิดเป็นเสื้อแจ็กเก็ตหนังสไตล์เฉพาะตัว
การเปิดตัวแบรนด์ครั้งใหญ่ครั้งแรกเกิดขึ้นจากวงดนตรีพังก์ร็อกระดับตำนานอย่าง Sex Pistols
ในตอนนั้นผลิตภัณฑ์หนังของริชาร์ดยังไม่มีชื่อแบรนด์ โดยแฟนสาวของ สตีฟ โจนส์ มือกีตาร์หลักของวงในขณะนั้นกำลังแสดงในภาพยนตร์ตลกสยองขวัญเรื่อง Chopper Chicks in Zombietown (1989) และทีมของริชาร์ดได้ออกแบบเครื่องแต่งกายสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้
ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวในตอนแรกใช้ชื่อว่า “Chrome Hearts” ทำให้หลังเสร็จงาน ริชาร์ดตัดสินใจเลือกใช้ชื่อนี้มาเป็นชื่อแบรนด์
โจนส์ได้รู้จัก Chrome Hearts ผ่านแฟนสาว และเริ่มชื่นชอบ จึงนำไปสวมใส่บนเวที จากนั้นวงดนตรีใหญ่วงอื่น ๆ เช่น Motley Crüe และ Guns N’ Roses ก็เริ่มสวมใส่เครื่องหนังและเครื่องประดับของ Chrome Hearts เช่นกัน ซึ่งเริ่มสร้างแบรนด์ให้มีชื่อเสียงในฐานะเครื่องแบบของร็อกสตาร์
อีกหนึ่งลูกค้ายุคแรกของ Chrome Hearts ได้แก่ แชร์ (Cher) นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง
แชร์เคยเล่าว่า วันหนึ่งที่เธอกำลังซ้อมอยู่ในสตูดิโอบันทึกเสียงในลอสแอนเจลิส ทันใดนั้นก็มีชายผมหยิกฟูหน้าตาเคร่งขรึมคนหนึ่งเดินเข้ามา นั่นคือ ริชาร์ด สตาร์ก ซึ่งเพิ่งก่อตั้งแบรนด์ Chrome Hearts
ริชาร์ดกำลังทำการตลาดแบบดั้งเดิม นั่นคือการขี่ฮาร์เลย์รอบเมืองและดูว่าคนดังจะสนใจสินค้าของเขาหรือไม่
แชร์เล่าว่า “เราอยู่ในห้องซ้อม แล้วก็มีผู้ชายแปลก ๆ เดินเข้ามา ในชุดหนังทั้งตัว พร้อมกับสายคล้องกีตาร์”
เธอเล่าว่า สายคล้องกีตาร์นั้นสวยงามมาก เป็นหนังสีดำหนา ประดับด้วยลวดลายเงินแบบบาโรก ปัญหาเดียวคือ สตาร์กต้องการขายมันในราคาถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแพงกว่ากระเป๋าแอร์เมสถึง 2 เท่าในเวลานั้น
“ฉันคิดว่า ไอ้บ้านี่มันเป็นใครกัน ฉันไม่เคยได้ยินชื่อเขาเลย แล้วเขาก็ต้องการขายสายคล้องกีตาร์ในราคา 5,000 ดอลลาร์เนี่ยนะ” แชร์เล่า
แต่ในปี 1990 เธอต้องการแจ็กเก็ตหนังสำหรับใส่ในมิวสิกวิดีโอเพลง “The Shoop Shoop Song” และเธอนึกถึงริชาร์ด
เขาส่งแจ็กเก็ตหนังสไตล์ตะวันตกมาให้ในวันรุ่งขึ้น แชร์กล่าวว่าดีไซน์ของมันสวยงามมาก สะท้อนถึงการผสมผสานอันน่าสนใจของแบรนด์ ซึ่งเธออธิบายว่าเป็น “โอตกูตูร์และเฮลส์แองเจิลส์”
ไปไกลกว่าเครื่องหนัง
ลูกค้าประจำอีกคนของ Chrome Hearts คือ “ลอรี ลินน์” ดีไซเนอร์และช่างภาพ ซึ่งมักสั่งทำชุดว่ายน้ำหนังเป็นประจำ และนั่นทำให้ริชาร์ดสนใจในตัวเธอ จนสุดท้ายทั้งสองก็แต่งงานกัน และลินน์ได้กลายเป็นคู่หูของริชาร์ดในการทำให้แบรนด์เติบโต
ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 วงการแฟชั่นเริ่มให้ความสนใจ Chrome Hearts เช่นกัน แต่ริชาร์ดไม่เคยสนใจว่าแบรนด์ของเขาเป็นแบรนด์แฟชั่นหรือไม่ แม้ว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ก็ตาม
Chrome Hearts ยิ่งถูกจับตามองหลังได้รับรางวัลนักออกแบบเครื่องประดับแห่งปีจากสภานักออกแบบแฟชั่นแห่งอเมริกา (CFDA) ในปี 1992 ซึ่งช่วยตอกย้ำชื่อเสียงและเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์
อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากได้รับรางวัล CFDA Award ริชาร์ดก็ขอซื้อความเป็นหุ้นส่วนจากโบว์แมนและคัมฮูตในปี 1994 นับแต่นั้นมา Chrome Hearts ก็อยู่ภายใต้การกำกับดูของริชาร์ดและลอรี ลินน์
จากนั้นในปี 1996 Chrome Hearts จะเปิดร้านบูติกแห่งแรกในมหานครนิวยอร์กในแมนฮัตตัน และทยอยขยายสาขาไปทั่วประเทศสหรัฐฯ โดยมีทั้งที่โฮโนลูลู ลาสเวกัส ลอสแอนเจลิส มาลิบู และไมอามี
ส่วนสาขาแรกในต่างประเทศคือที่ญี่ปุ่น เปิดตัวในปี 1999 จากนั้นจึงขยายไปยังสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ฮ่องกง ฯลฯ
ร้านค้าของ Chrome Hearts แต่ละสาขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสินค้าที่วางจำหน่ายเฉพาะสาขาเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น สาขาไมอามีมีร้านขนมเพียงแห่งเดียวของแบรนด์ ขณะที่สาขาแฟล็กชิปของนิวยอร์กซิตีเป็นแฟล็กชิปเฟอร์นิเจอร์เพียงแห่งเดียวในโลก
เครื่องหนังและเครื่องเงินคือจุดเริ่มต้นของพวกเขา แต่ Chrome Hearts ได้ขยายอาณาจักรสินค้าของตนให้ครอบคลุมเครื่องประดับทองและเพชรระดับไฮเอนด์ แว่นกันแดด แว่นสกี รองเท้า กระเป๋าถือ น้ำหอม เสื้อฮู้ดดี้ แก้วคริสตัล โซฟาหนังทัฟท์ ไปจนถึงสินค้าแปลกใหม่อย่างไม้กดชักโครกที่ทำจากไม้มะเกลือ และที่คั้นมะนาวที่ทำจากเงินสเตอร์ลิง
แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ในแบรนด์แฟชั่นชั้นนำก็ยังให้ความสนใจ เช่น คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ระดับตำนานของชาแนลผู้ล่วงลับ ยังเลือกที่จะสวมใส่เครื่องประดับ Chrome Hearts
Chrome Hearts ไม่ใช่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่เคยเปิดเผยผลประกอบการ แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่า บริษัทมีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 หมื่นล้านบาท) อย่างแน่นอน
แม้จะเริ่มต้นจากโรงรถในแอลเอ แต่ปัจจุบัน Chrome Hearts ครอบครองพื้นที่ 3 ช่วงตึกในย่านฮอลลีวูด ประกอบด้วยอาคาร 13 หลังและโรงงาน 8 แห่ง
ความสำเร็จทางธุรกิจของ Chrome Hearts เกิดจากการท้าทายกระแสความเกลียดชัง เทรนด์ และแม้แต่ตรรกะทางธุรกิจแบบเดิม ๆ จนกลายเป็นอาณาจักรแฟชั่นที่ไม่มีใครคาดคิด มีร้านค้ามากกว่า 30 แห่งและพนักงานกว่า 1,000 คนทั่วโลก
ทั้งนี้ ริชาร์ดอาจไม่ชอบคำว่าอาณาจักรแฟชั่นเท่าไรนัก เขาเคยให้สัมภาษณ์ในปี 1999 ว่า “สำหรับผม Chrome Hearts ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวงการแฟชั่นเลย เราไม่มีคอลเลกชันประจำฤดูกาลอะไร ผมสร้างสรรค์ผลงานเมื่ออยากทำ เมื่อผมอยากทำจริง ๆ”
และแม้แบรนด์จะก้าวเข้าสู่วงการแฟชั่นระดับสูง แต่หนึ่งในโปรเจกต์ความร่วมมือที่โด่งดังที่สุดของ Chrome Hearts ยังคงเป็นความร่วมมือกับ The Rolling Stones วงร็อกชื่อดังในตำนาน
ในปี 2002 Chrome Hearts ได้ผลิตคอลเลกชันเครื่องประดับ เสื้อผ้า และแอคเซสซอรีที่รังสรรค์ขึ้นจากโลโก้ Tongue & Lips ของวง ความร่วมมือนี้กลับมาอีกครั้งเป็นระยะ ๆ นับตั้งแต่นั้นมา เช่นในปี 2011 และ 2016
เมื่อ Chrome Hearts ได้นำคอลเลกชันนี้มามิกซ์ใหม่ รวมถึงเข็มขัดประดับเพชร นอกเหนือจากความน่าเชื่อถือที่ได้ร่วมงานกับหนึ่งในวงดนตรีระดับตำนานตลอดกาลโดยตรงแล้ว Chrome Hearts x Rolling Stones ยังสะท้อนถึงรากฐานความเป็นร็อกแอนด์โรลของแบรนด์
ก้าวสู่ยุคใหม่
ในช่วงทศวรรษ 2010 ลูก ๆ 3 คนของตระกูลสตาร์ก ได้แก่ ลูกคนโต เจสซี โจ คนโต และฝาแฝด คริสเตียน และแฟรงกี เบลล์ เริ่มนำแนวคิดของตนเองมาใช้ในทิศทางของแบรนด์
พวกเขาได้ใช้เครือข่ายในลอสแอนเจลิสเพื่อผลักดันแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักสำหรับคนรุ่นใหม่ หนึ่งในโปรเจกต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือคอลเลกชันที่ร่วมมือกับ เบลลา ฮาดิด นางแบบชื่อดัง
ในขณะเดียวกัน สุนทรียศาสตร์และแนวโน้มทางวัฒนธรรมของดนตรีที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งแร็ป พังก์ และเมทัล ก็ทำให้ Chrome Hearts ซึ่งมีความผูกพันกับกระแสศิลปะหลากหลายแขนงจากหลายยุคหลายสมัย ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์หรูที่พร้อมจะก้าวทันตามสไตล์ใหม่ที่กำลังพัฒนานี้
ศิลปินผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งทศวรรษ ตั้งแต่ Jay-Z และ Lil Uzi Vert ไปจนถึง Offset และ Lil Baby ต่างเริ่มปรากฏตัวในผลิตภัณฑ์ของ Chrome Hearts รวมถึงยังมีศิลปิน 2 คนที่ช่วยแนะนำ Chrome Hearts ให้กับคนรุ่นใหม่ นั่นคือ Virgil Abloh และ Kanye West
มีรายงานว่า Off-White เป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลต่อ Abloh ยาวนานที่สุด โดยในปี 2015 ได้ร่วมงานกับ Chrome Hearts และยังคงร่วมงานกันอย่างต่อเนื่องในปี 2016 และ 2018 ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2019 Abloh ได้เปิดตัวคอลเลกชัน Louis Vuitton ครั้งแรกของเขาที่สาขาหลักของ Chrome Hearts ในแมนฮัตตันในรูปแบบป๊อปอัปชั่วคราว
ส่วน Kanye West ศิลปินผู้ซึ่งสไตล์ของเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ ได้จุดประกายให้ฟีดโซเชียลมีเดียเมื่อเขาสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนัง Chrome Hearts ที่สร้างความฮือฮาให้กับแบรนด์นี้ ทำให้แบรนด์กลายเป็นที่จับตามองของเหล่าสาวกแฟชั่นรุ่นใหม่ทั่วโลก
ดีไซน์ของ Chrome Hearts ยังไปปรากฏบนนาฬิกา Air Jordan 1 และ Rolex ที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ
สินค้าของแบรนด์นี้มีมากมายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สินค้าที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในปัจจุบันน่าจะเป็นหมวก Trucker ที่มีตัวอักษรแบบกอธิก และกางเกงยีนส์ราคา 1,750 ดอลลาร์ ประดับด้วยไม้กางเขนหนัง ซึ่งกลายเป็นสินค้าที่แพร่หลายในหมู่แรปเปอร์ชื่อดังอย่าง Drake และ Offset
หลายคนถามว่า แบรนด์นี้สามารถขยายขนาด ขยายฐานร้านค้า และทำให้สินค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น อย่างน้อยก็ในเรื่องของราคา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสนใจจะทำ
ลอรี ลินน์ ให้สัมภาษณ์ในปี 2019 ว่า “คุณสามารถปลูกเสื้อยืดให้โตและให้ทุกคนทั่วโลกสวมใส่ได้ แต่เราต้องการควบคุมสิ่งที่เราผลิต การปรับของเราให้มีเหตุผลมากขึ้นคือ เน้นที่สิ่งของน้อยลงและเน้นที่การโฟกัสมากขึ้น”
แนวทางของครอบครัวสตาร์กในการสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สะท้อนให้เห็นผ่านที่คั้นมะนาวสุดหรูราคาแพง ซึ่งเกิดจากการที่พวกเขาไปเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่มันเป็นพลาสติก
พวกเขาจึงซื้อตัวอย่างอันหนึ่งมาและนำกลับมาที่ลอสแอนเจลิสเป็นต้นแบบ จากนั้นจึงผลิตขึ้นเป็นทองคำประดับเพชรและเงินสเตอร์ลิงประดับทับทิม
แต่หากพูดแบบสรุปแล้ว แนวทางของพวกเขามีแค่ “การทำตามใจตัวเอง” เท่านั้นเอง
ลอรี ลินน์ บอกว่า “ความหรูหราควรเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ คุณไม่สามารถจู่ ๆ คิดจะบอกว่าอะไรคือความหรูหราก็ได้”
ลอรี ลินน์ ยังเล่าให้ฟังว่า ในปี 2021 เธอตกใจมากที่พบว่าวันหนึ่งชั้นวางสินค้าของ Chrome Hearts ว่างเปล่า ถือเป็นหนึ่งในปีที่ดีที่สุดของพวกเขา โรงงานบางครั้งต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพียงเพื่อให้ร้านค้ามีสินค้าเพียงพอ
ด้วยความต้องการที่สูงมาก ทำให้ราคาสินค้า Chrome Hearts แม้แต่ในตลาดมือสอง โดยเฉพาะสินค้ารุ่นลิมิเต็ดอิดิชันและสินค้าสั่งทำพิเศษ จึงสูงเกินการควบคุม
วินเซนต์ เฟอร์ราโร ผู้บริหารโชว์รูมแฟชั่น 4Gseller ในนิวยอร์ก เล่าว่า เขาขายกางเกงยีนส์ Chrome Hearts ไปได้รวมกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 3.2 ล้านบาท) ในเดือน ก.พ. 2022 เพียงเดือนเดียว
เขาเสริมว่า เคยขายกางเกงยีนส์ Chrome Hearts หนึ่งตัวที่อ้างว่าผลิตให้กับ Drake ในราคาถึง 69,225 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.2 ล้านบาท) “มันบ้าไปแล้ว แต่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ตัวเลขมันมีอยู่จริง”
ผู้สืบทอด?
เสื้อผ้า Chrome Hearts จำนวนมากขายหมดทันทีที่วางจำหน่าย แต่ คริสเตรียน หนึ่งในลูกแฟดของริชาร์ด ดูเหมือนจะมีพรสวรรค์ในการออกแบบเสื้อผ้าที่สวยสะดุดตาเป็นพิเศษ
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สินค้าส่วนใหญ่ที่คริสเตียนสร้างสรรค์ขึ้นเป็นสินค้าที่ขายได้ในราคาสูง อาจเป็นเพราะอายุยังน้อย เขาจึงมีสัญชาตญาณในการรู้ว่าคนหนุ่มสาว ที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงต้องการสวมใส่อะไร
ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ คริสเตียนได้ช่วยให้ Chrome Hearts ประสบความสำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อในการดำเนินกลยุทธ์เข้าถึงคนรุ่นใหม่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Chrome Hearts ก็เป็นเช่นเดียวกับแบรนด์อื่น ๆ ในอุตสาหกรรมสินค้าหรูหรา ที่ต้องเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับโซเชียลมีเดียและหลงใหลในสถานะทางสังคม โดยไม่ทำให้ลูกค้าเก่าที่ภักดี (เช่น แชร์) รู้สึกแปลกแยก
แต่ Chrome Hearts ทำได้สำเร็จ ด้วยกระแสฮือฮาอย่างมหาศาลที่เกิดขึ้นเมื่อศิลปินเซเลบฯ รุ่นใหม่อย่างเดรกหรือลิซ่าสวม Chrome Hearts แบรนด์จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย
โมเดลธุรกิจของ Chrome Hearts ในปัจจุบันยังคงเป็นธุรกิจครอบครัว โดยลอรี ลินน์ ยอมรับว่า มีกลุ่มบริษัทสินค้าหรูหราขนาดใหญ่บางแห่งขนเงินสดมาซื้อกิจการเช่นกัน แต่ Chrome Hearts เป็นธุรกิจครอบครัวอย่างแท้จริง สตาร์กทั้ง 5 คนต้องลงนามในทุกการตัดสินใจ และดูเหมือนว่าธุรกิจจะยังคงดำเนินต่อไปในลักษณะนี้อีกอย่างน้อยอีกหนึ่งชั่วอายุคน
เคยมีเหตุการณ์เมื่อ ลอรี ลินน์ พูดถึงข้อเสนอบางอย่างที่พวกเขาได้รับสำหรับบริษัทว่า “ยอดเยี่ยม” คริสเตียนก็รีบตัดบทสนทนาทันทีโดยกล่าวว่า “ผมไม่อยากขาย”
ริชาร์ดมองว่าการที่คริสเตียนจะขึ้นเป็นหัวหน้าบริษัทในที่สุดเป็นเรื่องของโชคชะตา “ลูก ๆ ของผมทั้งสามคนชอบ Chrome Hearts มาก แต่คริสเตียนชอบเป็นพิเศษ”
ริชาร์ดเล่าว่า ตอนที่คริสเตียนอายุประมาณ 13 ปี มีคนถามเขาว่าโตขึ้นอยากทำอะไร คริสเตียนตอบว่า “ผมจะรับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว”
“ตอนที่เรื่องนั้นเกิดขึ้น ผมรู้สึกแบบว่า ‘โอ้ เยี่ยมไปเลย โครมฮาร์ตส์มีโอกาสเป็นธุรกิจครอบครัวอายุ 150 ปีแล้ว’” ริชาร์ดกล่าว
เรียบเรียงจาก (1) (2) (3) (4) (5)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB