ไปรษณีย์ไทย เปิดบริการส่งด่วน "สัตว์น้ำสวยงาม" ไปต่างประเทศ
ไปรษณีย์ไทย ให้บริการส่งด่วน "สัตว์น้ำสวยงาม" ไปต่างประเทศ นำร่อง 5 ประเทศแรก สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปรษณีย์ไทย ร่วมกับกรมประมง ส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่างประเทศผ่านเครือข่ายไปรษณีย์เป็นครั้งแรกภายใต้กลยุทธ์ Parcel Defined Logistics ซึ่งเป็นการส่งสินค้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ สินค้าที่ซับซ้อนและมีมูลค่าสูง รวมถึงบริการส่งยาและเวชภัณฑ์ บริการส่งสินค้าไซส์จัมโบ้ บริการ ส่งด่วนผลไม้
โดยที่ผ่านมาไปรษณีย์ไทยได้ส่งสัตว์น้ำสวยงามในประเทศช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - สิงหาคม 2568 กว่า 110,000 ชิ้นงาน ผ่านนเครือข่ายไปรษณีย์ที่ครอบคลุมกว่า 50,000 แห่ง และกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสัตว์น้ำสวยงามไทยกลายเป็นอีกหนึ่งสินค้าส่งออกหลักที่สร้างมูลค่าและภาพจำใหม่ของประเทศ รวมถึงช่วย สร้าง Branding ประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตสัตว์น้ำสวยงาม
ทั้งนี้ การให้บริการดังกล่าวจะรองรับสัตว์น้ำสวยงามตามมาตรฐานการเพาะเลี้ยงระดับส่งออกจากการกำกับดูแลโดยกรมประมง เริ่มเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2568 ณ ไปรษณีย์จังหวัดนครปฐมเป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นจังหวัดที่นิยมเพาะเลี้ยงปลากัดในจำนวนมากที่สุดของไทย โดยในเฟสแรกจะมุ่งเน้นการส่งออกปลากัดไปยัง 5 ประเทศซึ่งเป็นตลาดเป้าหมาย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย และในอนาคตจะศึกษาความเป็นไปได้เพื่อขยายบริการส่งสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ไปยังกลุ่มประเทศฐานผู้เลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามขนาดใหญ่และกำลังซื้อสูง
สำหรับในปัจจุบันไปรษณีย์ไทยเปิดให้บริการจัดส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในสังกัดของกรมประมง โดยมีสัตว์น้ำที่สามารถฝากส่งได้ในประเทศ จำนวน 12 ชนิด อาทิ ปลากัด ปลาหางนกยูง ปลาสอด กุ้งสวยงาม พันธุ์ไม้น้ำ สาหร่ายพวงองุ่น โดยเชื่อมั่นว่าประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม จากความร่วมมือครั้งนี้มีทั้งการช่วยเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงให้เข้าถึงตลาดใหม่ ลดภาระเรื่องเอกสารการส่งออก
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตลาดโลกสัตว์น้ำสวยงามมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ไทยครองสัดส่วนการส่งออกปลากัดและสัตว์น้ำสวยงามเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ราว 11% โดยปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามที่ขึ้นทะเบียนกว่า 10,000 ราย ในปี 2567 มีมูลค่าการส่งออกกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะปลากัดที่มีมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท หรือราว 40% ของการส่งออกสัตว์น้ำทั้งหมด กลุ่มรองลงมา คือปลาทอง ปลาหางนกยูงและปลาสอด กุ้งสวยงาม กลุ่มปลาหมอสีและปลาออสการ์ และปลาชนิดอื่นๆ
สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการฟาร์มเพาะเลี้ยงที่สนใจใช้บริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่างประเทศผ่านไปรษณีย์ไทยจะต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
1. ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2)
2. ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.3)
3. ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการรวบรวมสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.4) ทั้งนี้ ในการส่งออกปลากัดแต่ละครั้ง
ต้องยื่นขอเอกสารประกอบการส่งออกจากกรมประมง 5 ประเภท ได้แก่
1. ขอใบอนุญาตส่งออกสัตว์น้ำ (ร.9)
2.ขอหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ (Health Certificate)
3.ใบแจ้งดำเนินการส่งออกสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (DOF4)
4. ใบอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้ำ (DOF11)
5. หนังสือรับรองตนเองในการแจ้งแหล่งที่มาของสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (Self Certificate) และเพื่อส่งเสริมศักยภาพการส่งออกให้แก่ผู้ประกอบการ ไปรษณีย์ไทยยังได้ประสานความร่วมมือกับกรมประมงในการจัดเวิร์คช็อปอบรมสำหรับเกษตรกรที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการส่งออก เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบในการขึ้นทะเบียนและการเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออกรวมถึงช่วยให้เกษตรกรสามารถส่งออกปลากัดได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน โดยสำหรับเกษตรกรที่ต้องการส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนจะต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงาน General Administration of Customs of the People's Republic of China (GACC)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB