AI ไม่ใช่แค่เทรนด์! เปิด 4 เงื่อนไขสำคัญ เปลี่ยน AI ให้สร้างผลลัพธ์ธุรกิจจริง
แม้องค์กรจำนวนมากเริ่มทดลองใช้ AI แต่หลายโครงการยังติดอยู่แค่ขั้น “พิสูจน์แนวคิด” เพราะขาดความพร้อมด้านข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และบุคลากร OPEN-TEC ชี้ หากองค์กรวางรากฐานได้ครบทั้ง 4 ด้าน AI จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือทดลอง แต่จะกลายเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
AI กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ เมื่อองค์ประกอบแต่ละส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม องค์กรจะไม่เพียงแค่เริ่มใช้ AI แต่จะสามารถเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นกลไกสำคัญที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและช่วยยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ที่ต้องกล่าวแบบนั้น เพราะ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจ องค์กรจำนวนมากเริ่มมองหาโอกาสในการนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
แต่แม้หลายองค์กรจะเริ่มทดลองใช้ AI แล้ว แต่ไม่น้อยเช่นกันที่หลายโครงการยังคงอยู่ในช่วงทดลองใช้งาน หรืออยู่ในขั้นพิสูจน์แนวคิด และยังไม่สามารถขยายผลไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรได้ในหลายกรณี รวมถึงความไม่พร้อมขององค์กรในการนำ AI ไปเชื่อมกับระบบข้อมูลและกระบวนยการเดิมที่มีอยู่
OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC TECHNOLOGY GROUP บอกว่า การนำ AI ไปใช้ในระดับองค์กรแตกต่างจากการทดลองใช้เครื่องมือทั่วไป เพราะเมื่อเข้าสู่การใช้งานจริง AI จะต้องทำงานร่วมกับข้อมูลภายใน ระบบธุรกิจ กระบวนการปฏิบัติงาน และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยขององค์กร หากรากฐานเหล่านี้ยังไม่พร้อม แม้เทคโนโลยีจะมีศักยภาพสูงเพียงใด ผลลัพธ์ทางธุรกิจก็อาจไม่เกิดขึ้นตามที่คาดหวัง
ดังนั้น การเริ่มต้นใช้งาน AI ให้เกิดผลลัพธ์จริง มักเริ่มต้นจากตอบคำถามการประเมินความพร้อมใน 4 ด้านสำคัญ ต่อไปนี้
1. ข้อมูลพร้อมมากน้อยแค่ไหนสำหรับการใช้งาน AI
หลายองค์กรมีข้อมูลจำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลเหล่านั้นพร้อมใช้งานเสมอไป ความท้าทายที่พบได้บ่อยคือข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในหลายระบบ อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน หรือยังไม่มีมาตรฐานร่วมกัน ทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลและนำไปใช้จริงทำได้ยากกว่าที่คาด
2. โครงสร้างพื้นฐานรองรับการทำงานของ AI หรือไม่
AI ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับได้ทั้งด้านประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย และความสามารถในการขยายตัวในอนาคต องค์กรจึงควรประเมินว่าโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถรองรับภาระงานที่เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด มีความยืดหยุ่นเพียงพอสำหรับการเติบโตในระยะยาวหรือไม่ รวมถึงสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อมีการขยายระบบ
ดังนั้น การวางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นระบบคลาวด์ ระบบผสมผสาน หรือโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทาง จะช่วยให้องค์กรสามารถขยายการใช้งาน AI ไปสู่ระดับปฏิบัติการจริงได้ง่ายขึ้นในระยะยาว
3. มีกรอบกำกับดูแลและความปลอดภัยที่ชัดเจนแล้วหรือยัง
ความปลอดัย เป็นความท้าทายที่หลายองค์กรกำลังเผชิญ คือสามารถเริ่มทดลองใช้ AI ได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่มีกรอบการใช้งานที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในด้านการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์ หรือประเด็นด้านข้อกำหนดและการปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ควรกำหนดตั้งแต่เริ่มต้นคือ ใครเป็นเจ้าของข้อมูล ใครสามารถเข้าถึงข้อมูลแต่ละประเภทได้บ้าง ข้อมูลประเภทใดสามารถนำไปใช้กับ AI ได้ และมีระบบตรวจสอบย้อนหลังหรือไม่
4. ทีมงานและกระบวนการพร้อมขับเคลื่อนหรือไม่
หากต้องการให้การใช้ AI เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างทุกฝ่าย ตั้งแต่ฝ่ายบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายเทคโนโลยี องค์กรจึงควรพิจารณาว่าการใช้งาน AI ที่เลือกนั้นตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจจริงหรือไม่ มีผู้รับผิดชอบหลักที่สามารถขับเคลื่อนโครงการได้หรือไม่ และทีมงานเข้าใจว่ากระบวนการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เมื่อบุคลากรและกระบวนการมีความพร้อม AI จะไม่ใช่เพียงโครงการทดลอง แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานจริงในองค์กร
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB