ถอดปรากฏการณ์ บัตรคอนเสิร์ต ใช้ระบบ "Dynamic Pricing"
ถอดปรากฏการณ์ บัตรคอนเสิร์ต The Weeknd ใช้ระบบ "Dynamic Pricing" ต้องวางแผนมากกว่ากดให้ทัน
กลยุทธ์ FOMO Marketing คืการกระตุ้นให้ผู้บริโภครีบตัดสินใจซื้อ โดยการสร้างความรู้สึกเร่งด่วน เช่น การจัดโปรโมชัน Flash Sale, สินค้ามีจำนวนจำกัด (Limited Edition) หรือการบอกว่าข้อเสนอนี้มีเวลาหมดเขต รวมถึง Dynamic Pricing ซึ่งตอนนี้กำลังเกิดขึ้นในการกดบัตรคอนเสิร์ตยุคใหม่
สำหรับประเทศไทย คือ The Weeknd ที่จะมาเปิดทำการแสดงอย่างเป็นทางการวันที่ วันที่ 11-12 ตุลาคม 2569 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน
โดยราคาบัตรในไทยเริ่มตั้งแต่ 2,835 บาท ไปจนถึงแพ็กเกจ VIP สูงสุด 21,935 บาท มีทั้งโซนนั่ง โซนยืน VIP:Early Entry Package Gold Lounge VIP Package และ Ultimate VIP Package:
ซึ่งการมาเยือนของ The Weeknd จุดกระแสถกเถียง Dynamic Pricing เพราะการกดบัตรไม่ได้แข่งแค่ความเร็ว แต่ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วด้วยว่า ราคาที่ปรากฏตรงหน้าคือราคาที่พร้อมจ่ายหรือไม่ เพราะระบบ Dynamic Pricing คือการกำหนดราคาบัตรแบบแปรผันตามความต้องการของตลาด
Dynamic Pricing เมื่อราคาเปลี่ยนตามความต้องการ
Dynamic Pricing คือ การตั้งราคาแบบแปรผันตามอุปสงค์และอุปทาน โดยราคาสามารถเปลี่ยนไปตามความต้องการของตลาด จำนวนบัตรคงเหลือ หรือพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค โมเดลนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในธุรกิจสายการบิน โรงแรม หรือบริการเดินทาง แต่เมื่อนำมาใช้กับคอนเสิร์ต ความรู้สึกของผู้บริโภคอาจต่างออกไป เพราะคอนเสิร์ตไม่ใช่สิ่งที่เลื่อนวันได้ง่าย และบัตรของศิลปินที่อยากดูจริง ๆ อาจมีเพียงรอบเดียวในประเทศนั้น
เมื่อ FOMO กลายเป็นปัจจัยกำหนดราคา
กรณีที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางคือคอนเสิร์ต Oasis ในสหราชอาณาจักร แฟนเพลงบางส่วนคาดว่าจะจ่ายค่าบัตรราว 148.50 ปอนด์ แต่เมื่อเข้าสู่ระบบกลับพบราคาสูงกว่า 355.20 ปอนด์ เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า ในโลกที่ความต้องการสูงกว่าจำนวนบัตร การอยากเป็น “คนที่ได้ไป” อาจมีราคาสูงกว่าที่คิดไว้มาก
ส่วนประเทศไทย แม้การขายบัตรส่วนใหญ่ยังอ้างอิงราคาตามโซนหรือแพ็กเกจ แต่ผู้บริโภคเริ่มคุ้นกับการเห็น “ช่วงราคา” มากขึ้นในคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้การวางงบก่อนกดบัตรต้องละเอียดกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อรวมค่าธรรมเนียม สิทธิพรีเซล การเดินทาง ที่พัก อาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา เรื่องราคาบัตรคอนเสิร์ต มีสถิติการร้องเรียน โดยข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เกี่ยวกับธุรกิจอีเวนต์และคอนเสิร์ตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ช่วงปี 2564 - 2568 พบเรื่องร้องเรียนกว่า 9,000 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 32.9 ล้านบาท โดยปัญหาที่พบมีตั้งแต่
- บอทกวาดซื้อบัตร
- การขายต่อในราคาสูงเกินจริง
- การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือการยกเลิกงาน เมื่อรวมกับความไม่แน่นอนของราคา
ดังนั้น การเตรียมตัวทางการเงินจึงไม่ใช่เรื่องที่ควรไปคิดเอาหน้างานอีกต่อไป
เคทีซี แนะ 3 ทริค วางแผนก่อนกดบัตร
เคทีซี แนะ 3 ทริค วางแผนก่อนกดบัตรช่วยประเมินต้นทุนทั้งหมด ตั้งขอบเขตการใช้จ่าย และรับมือกับราคาที่อาจเปลี่ยนไปได้อย่างมีสติ
1. Cash: มีเงินพร้อมก่อนมีคอน แยกเงินสำหรับคอนเสิร์ตไว้ล่วงหน้าเป็น “Concert Fund” โดยเก็บในจำนวนที่ไม่กระทบค่าใช้จ่ายประจำ เพื่อให้วันกดบัตรตัดสินใจจากงบที่มีจริง ไม่ใช่จากอารมณ์ชั่ววินาที
2. Cost: คิดต้นทุนรวม ไม่ใช่แค่ค่าบัตร ก่อนกดบัตร ควรตั้งงบแบบ Total Cost โดยรวมค่าบัตร ค่าธรรมเนียม ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รอบประสบการณ์ พร้อมกำหนดเพดานราคาบัตรที่จ่ายได้จริง หากราคาสูงกว่าที่คิด จะได้รู้ทันทีว่าควรปรับงบส่วนไหน หรือควรหยุดตรงไหน
3. Channel: เตรียมช่องทางและสิทธิให้พร้อม ตรวจสอบช่องทางจำหน่าย รอบพรีเซล สิทธิของบัตรเครดิตหรือพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขการลงทะเบียน ส่วนลด และตัวเลือกผ่อนชำระก่อนวันเปิดขายจริง เพราะในวันที่ทุกคนแข่งกับเวลา ความพร้อมของช่องทางอาจช่วยลดความลน และทำให้ตัดสินใจได้ชัดขึ้น
ผู้จัดได้รายได้เพิ่ม แต่ผู้บริโภครับความเสี่ยงมากขึ้น
เพราะ Dynamic Pricing อาจช่วยลดปัญหานายหน้ากว้านซื้อบัตรเพื่อนำไปขายต่อในราคาสูง ซึ่งผู้จัดงานสามารถสะท้อนความต้องการที่แท้จริงผ่านราคาขายได้ทันที แต่ ฝั่งผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยมองว่า ระบบดังกล่าวทำให้การซื้อบัตรมีความไม่แน่นอนมากขึ้น และเปลี่ยนประสบการณ์จากการ "ซื้อสินค้า" ให้กลายเป็นการแข่งขันด้านเวลาและกำลังซื้อ
ซึ่งกรณีของ The Weeknd อาจเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมบันเทิงทั่วโลกและไทย ในวันที่ความทรงจำมีจำนวนจำกัด ราคาบัตรไม่ได้สะท้อนแค่ต้นทุนของการจัดงาน แต่สะท้อนความต้องการ ความเร็ว และความกลัวพลาดของผู้ซื้อด้วย เมื่อผู้จัดงานมีเครื่องมือในการกำหนดราคาที่ซับซ้อนขึ้น ผู้บริโภคเองก็จำเป็นต้องมีวินัยทางการเงินและการวางแผนมากขึ้นเช่นกัน ว่าจุดไหนคือราคาของความสุข และจุดไหนเริ่มกลายเป็นภาระทางการเงิน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB