Gen Z เลือก “คุณภาพชีวิต” ก่อนเงินเดือน สะท้อนโจทย์ใหม่ของตลาดแรงงาน
เงินเดือนไม่ใช่คำตอบเดียว! Gen Z ยก “ที่ทำงานยืดหยุ่น” สำคัญสุดในการเลือกงาน เน้น Work-Life Balance
สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจ "อาชีพในฝันของเด็กรุ่นใหม่ และสถานภาพของกลุ่ม Gen Z ปี 2569" จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 849 คน ทั่วประเทศ อายุ 13–28 ปี พบว่า อาชีพในฝันอันดับ 1 ของเด็ก Gen Z ในปี 2569 คือ แพทย์ พยาบาล ซึ่งปีที่ผ่านมาอยู่ในอันดับ 3 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทิศทางความใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งอาชีพใหม่ที่ติดอันดับ Top 10 ในปีนี้ ได้แก่ วิศวกร/โปรแกรมเมอร์ (อันดับ 3) นักกีฬา (อันดับ 6) และนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ (อันดับ 9)
สะท้อนแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับสายเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มากขึ้น
โดยองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย พบว่า คนรุ่นใหม่ยังคงให้ความสำคัญกับภาคเอกชนมากที่สุด (42.6%) รองลงมาเป็นการรับราชการ (27.5%) และทำงานที่บ้าน/Work From Home (23.0%) สะท้อนความต้องการความยืดหยุ่นและความสมดุลในชีวิตการทำงาน
ปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อการเลือกอาชีพ Gen Z ให้ความสำคัญสูงสุดในการตัดสินใจเลือกอาชีพ คือ บรรยากาศการทำงานที่ดีและยืดหยุ่น (71.1% ระดับมาก) ตามด้วยสวัสดิการที่ครอบคลุม (65.3%) และอิสระในการทำงาน/ความคิดสร้างสรรค์ (63.8%) ทั้งนี้ คนรุ่นใหม่ให้น้ำหนักกับ "คุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมการทำงาน" มากกว่าเพียงแค่ "รายได้" อย่างเดียว
ความยากในการหางาน และอุปสรรคในตลาดแรงงาน แม้ร้อยละ 61.3 ของ Gen Z เชื่อว่าตนมีโอกาสได้ทำงานในสายอาชีพที่ฝัน แต่กลับมองว่าตลาดแรงงานปัจจุบัน "ยากมาก" ถึงร้อยละ 61.5 อุปสรรคหลักที่พบ คือ การขาดประสบการณ์ การแข่งขันสูงและทักษะที่ยังไม่โดดเด่น
ในขณะที่ สถานะทางการเงินและพฤติกรรมการออม รายได้เฉลี่ยของ Gen Z อยู่ที่ 12,024 บาทต่อเดือน โดยร้อยละ 85.0 ได้รับเงินจากผู้ปกครองเป็นหลัก ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 10,862 บาทต่อเดือน และที่น่าเป็นห่วง คือ ร้อยละ 73.5 ยังไม่มีการออมเงิน หรือการลงทุนใด ๆ เลย
AI กับชีวิตและการทำงานของ Gen Z ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจ าวันของ Gen Z อย่างเต็มตัว โดยร้อยละ 60.9 ระบุว่า AI มีอิทธิผลต่อการใช้ชีวิตในระดับมาก และร้อยละ 57.0 ใช้ AI เป็นประจำทุกวัน การใช้งานหลัก ได้แก่ การค้นหาข้อมูล (92.8%) การคิดไอเดียสร้างสรรค์ (55.6%) และการสรุปเนื้อหา (55.0%)
ทักษะที่จำเป็นและสิ่งที่ต้องการจากภาครัฐ มองว่าสำคัญที่สุดสำหรับการทำงานในปัจจุบัน ได้แก่ ทักษะด้านภาษา (23.0%) ทักษะการคิดและวิเคราะห์ (17.4%) และทักษะการสื่อสาร/การทำงานร่วมกัน (14.5%) ขณะที่สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนด้านการศึกษา ประกอบด้วย การศึกษาทั่วถึงและลดภาระค่าใช้จ่าย การเข้าถึงการศึกษาคุณภาพอย่างเท่าเทียม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ และการปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยสอดคล้องกับยุคดิจิทัล
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB