‘ยิปซี-คีรติ’ กับบทเรียนราคาแพง เมื่อความสมบูรณ์แบบ กลายเป็นต้นเหตุของความทุกข์
หุ่นดี ไม่ได้แปลว่าใจแข็งแรง! ‘ยิปซี-คีรติ’ เปิดใจถึงวันที่ภายนอกดูสมบูรณ์แบบ แต่ภายในกลับพังทลาย ก่อนเรียนรู้ที่จะหยุดไล่ล่าความคาดหวัง และเริ่มต้นดูแลตัวเองจากข้างในอย่างแท้จริง
หลายคนจดจำ ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ ในฐานะผู้หญิงที่รักสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ มีรูปร่างดี และใช้ชีวิตอย่างมีวินัย แต่เบื้องหลังภาพลักษณ์ที่ดูแข็งแรง กลับซ่อนความทุกข์ที่เธอแบกไว้ยาวนานกว่าสองทศวรรษ โดยยิปซี ได้เปิดเผยผ่าน The Mid Point ของ PPTVWealth ว่า ภาพที่หลายคนเห็นเป็นเพียง “ความจริงครึ่งเดียว” เพราะช่วงเวลาที่เธอทุ่มเทกับการเข้ายิมและการสร้างรูปร่างนั้น เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่สุขภาพ แต่เป็นการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผอม ลีน และได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง
“คนเดียวที่ทำให้เราทุกข์ที่สุด คือตัวเราเอง เราเป็นศัตรูของตัวเองมาตลอด”
เมื่อการดูแลตัวเอง กลายเป็นการทำร้ายตัวเอง
ย้อนกลับไปในช่วงที่จริงจังกับการออกกำลังกาย ได้เข้าฟิตเนสแทบทุกวัน สัปดาห์ละ 6-7 วัน แม้จะต้องถ่ายละครควบคู่กันไป ขณะเดียวกัน ก็ควบคุมอาหารอย่างหนัก มองคาร์โบไฮเดรตและไขมันเป็น “ศัตรู” เลือกรับประทานเพียงอาหารแคลอรีต่ำ เช่น อกไก่ ไข่ต้ม ผัก และอาหารคลีน โดยแทบไม่ได้สนใจว่าร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนหรือไม่ และยอมรับว่า สิ่งที่ผลักดันให้ทำเช่นนั้น ไม่ใช่การรักสุขภาพ แต่คือการสร้างภาพลักษณ์ให้ตรงกับมาตรฐานที่ตัวเองและสังคมคาดหวัง ซึ่งแม้ภายนอกจะดูเป็นผู้หญิงสุขภาพดี แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความกดดัน ความรู้สึกไม่พอ และการวิจารณ์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ซึมเศร้านานกว่า 20 ปี ก่อนร่างกายส่งสัญญาณหยุด
ยิปซี เปิดเผยว่า ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาตั้งแต่อายุ 25 ปี แต่เลือกอดทน และฝืนใช้ชีวิตต่อ ไม่ยอมพบแพทย์หรือรับการรักษา การขาดสารอาหารจากการควบคุมอาหารอย่างหนัก ประกอบกับความเครียดที่สะสม ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ก่อนจะพัฒนาไปสู่ภาวะ Panic Disorder เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน
ซึ่งวันหนึ่งขณะนอนอยู่เฉย ๆ กลับมีอาการหายใจไม่ออก หัวใจเต้นเร็ว มือเกร็ง และรู้สึกเหมือนกำลังจะเสียชีวิต ก่อนที่อาการจะกลับมาอีกครั้งระหว่างขับรถ เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้รู้ว่าความเชื่อที่ว่า “ตัวเองควบคุมทุกอย่างได้” ไม่เป็นความจริงอีกต่อไป
“เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องยอมพูดว่า ‘เอาไม่อยู่’ ใจยังสู้ แต่ร่างกายไม่ไปด้วยแล้ว”
จุดเปลี่ยนที่เริ่มจากการยอมรับว่า “ต้องรักษา”
หลังเกิดอาการแพนิกอย่างหนัก คุณพ่อพายิปซีไปพบจิตแพทย์ทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้ปฏิเสธการรักษามาโดยตลอด นอกจากการรักษาทางการแพทย์ คุณพ่อยังชวนให้ลองสวดมนต์และแผ่เมตตา แม้ในช่วงแรกจะรู้สึกไม่เข้าใจและตั้งคำถามกับทุกอย่าง แต่เมื่อเริ่มค้นหาความหมายของบทสวดและศึกษาหลักธรรมอย่างจริงจัง ยิปซีกลับพบว่า แก่นของคำสอนไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะเข้าใจความทุกข์และอยู่กับมันอย่างถูกวิธีพร้อมยอมรับว่า สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นศาสนา แท้จริงแล้วเป็นเพียงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะเมื่อศึกษาอย่างลึกซึ้ง ก็พบว่า หลักธรรมคือ “วิชาว่าด้วยการไม่ทุกข์”
ความเศร้ายังมี แต่ไม่ใช่ทั้งชีวิต
แม้วันนี้จะยังมีวันที่ร้องไห้หรือรู้สึกเศร้า แต่ยิปซีบอกว่า ความต่างจากอดีต คือ การไม่ปล่อยให้อารมณ์นั้นกลืนกินทั้งชีวิต เมื่อย้อนกลับไปอ่านไดอารีในช่วงที่ป่วยแพนิก พบว่า เมื่อก่อนจะมองว่าวันที่ร้องไห้คือ “วันที่แย่” และสุดท้ายกลายเป็นความรู้สึกว่าชีวิตทั้งชีวิตแย่ไปหมด แต่ปัจจุบัน เรียนรู้ที่จะมองตามความเป็นจริงว่า แม้จะร้องไห้ในบางช่วงของวัน แต่ยังสามารถหัวเราะ กินข้าว ทำงาน หรือใช้เวลากับคนที่รักได้ ความเศร้าจึงเป็นเพียง “ส่วนหนึ่งของวัน” ไม่ใช่ “ตัวตนทั้งหมด”
ดูแลสุขภาพใจ เหมือนดูแลสุขภาพกาย
บทเรียนสำคัญที่ยิปซีบอกว่าเพิ่งเริ่มเรียนรู้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คือ การดูแลสุขภาพใจอย่างจริงจัง โดยเริ่มสังเกตว่าการใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวลานาน ทำให้จิตใจเปราะบาง จึงกำหนดเวลาใช้งาน ซ่อนแอปพลิเคชัน และเคยกดเลิกติดตามผู้คนกว่า 200 บัญชี เพื่อคัดกรองสิ่งที่รับเข้ามาในชีวิต และยังบอกกับผู้ติดตามว่า หากคอนเทนต์ของเธอทำให้ใครรู้สึกทุกข์ ก็สามารถกดเลิกติดตามได้ เพราะการปกป้องสุขภาพใจสำคัญกว่าการรักษายอดผู้ติดตาม
บทเรียนจากกุหลาบ…ทุกคนมีเวลาของตัวเอง
อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยเยียวยาใจคือการปลูกกุหลาบ ยิปซี เล่าว่า แม้กุหลาบแต่ละต้นจะได้รับน้ำ ปุ๋ย และการดูแลเหมือนกัน แต่กลับผลิบานในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน บางต้นสวยที่สุดในหน้าฝน ขณะที่บางต้นเบ่งบานในหน้าร้อน ประสบการณ์นี้ทำให้เธอเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และเข้าใจว่า มนุษย์แต่ละคนต่างมีจังหวะเวลาของตัวเอง
จากผู้หญิงที่เคยเชื่อว่าความสำเร็จคือการทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ วันนี้ยิปซีเปลี่ยนเป้าหมายของการดูแลตัวเอง จากการไล่ล่าภาพลักษณ์ภายนอก มาเป็นการรักษาทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมเรียนรู้ที่จะเมตตาตัวเองในวันที่อ่อนแอ เพราะท้ายที่สุดแล้ว สุขภาพที่ดี ไม่ได้วัดจากรูปร่างเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างสมดุล และไม่เป็นศัตรูกับตัวเองอีกต่อไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB