ข้อกำหนด "ซื้อ-ขายทอง" ต้องแสดงตัวตน ใช้เงินสดตั้งแต่ 2 ล้านขึ้นไป ร้านทอง ต้องรายงาน ปปง.
ปปง. กำหนดซื้อขายทอง 100,000 บาท ต้องแสดงตน ซื้อ-ขายด้วยเงินสด 2,000,000 บาทขึ้นไป ร้านทองต้องรายงาน ปปง. ฝ่าฝืนมีโทษ
เว็บไซต์ สมาคมค้าทอง คำเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมการซื้อขายทองคำที่ต้องรายงานต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตามกฎหมาย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. ธุรกรรมที่ต้องรายงาน
ธุรกรรมเงินสด เมื่อซื้อ-ขายทองคำด้วยเงินสดที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ร้านทองต้องรายงานธุรกรรมนั้นต่อ ปปง. ในแต่ละเดือน โดยแบบรายงานที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 1-15 ของเดือน ให้รายงานภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ 15 ของเดือน
ส่วนแบบรายงานที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 16 - สิ้นเดือน ให้รายงานภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันสิ้นเดือน (แบบรายงาน ปปง. 1-05-2)
สำหรับธุรกรรมที่กระทำผ่านสถาบันการเงิน เช่น เช็ก เงินโอน หรืออื่น ๆ ไม่ต้องจัดทำรายงาน
อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย เมื่อลูกค้าซื้อ-ขายทองคำด้วยเงินสด เช็ก เงินโอน หรืออื่น ๆ ซึ่งมีพฤติกรรมหรือลักษณะอันน่าสงสัยว่าจะเป็นการฟอกเงิน (โดยไม่มีการกำหนดวงเงินขั้นต่ำ) ให้ร้านทองส่งรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการตรวจสอบและพบความน่าสงสัย (แบบรายงาน ปปง. 1-05-10)
2. การจัดให้ลูกค้าแสดงตน (Know Your Customer – KYC)
เมื่อมีการซื้อ-ขายทองคำกับร้านทองเป็นครั้งคราว ซึ่งไม่ได้มีการทำสัญญา ข้อตกลง หรือลักษณะการซื้อ-ขายอย่างต่อเนื่องกับลูกค้า มูลค่าตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ตามกฎกระทรวงที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 หรือมีร่องรอยความต่อเนื่องรวมกันมีมูลค่าตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ต้องจัดให้ลูกค้าแสดงตน โดยอย่างน้อยต้องแสดงข้อมูลและหลักฐาน ดังนี้
ลูกค้าบุคคลธรรมดา
-
ชื่อ-นามสกุล
-
วัน เดือน ปีเกิด
-
เลขที่บัตรประจำตัว
-
ที่อยู่
-
อาชีพ และสถานที่ทำงาน
-
ข้อมูลติดต่อ
-
ลายมือชื่อผู้ทำธุรกรรม
ลูกค้านิติบุคคล
-
ชื่อนิติบุคคล
-
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
-
หลักฐานสำคัญแสดงตน เช่น หนังสือรับรองนิติบุคคล
-
สถานที่ตั้ง และหมายเลขโทรศัพท์
-
ชื่อผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล
-
ข้อมูลของผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจที่ทำธุรกรรม
-
ประเภทกิจการ
-
ตราประทับ (ถ้ามี)
-
ลายมือชื่อผู้มีอำนาจหรือผู้รับมอบอำนาจลงนาม
3. การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence – CDD)
กำหนดขึ้นเพื่อประเมินและบริหารความเสี่ยงก่อนอนุมัติรับลูกค้า และติดตามความเคลื่อนไหวทางการเงินจากการทำธุรกรรมของลูกค้า ว่ามีพฤติการณ์ผิดปกติหรือมีเหตุอันควรสงสัยหรือไม่ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินและสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
-
ตรวจสอบว่าลูกค้าได้ให้ข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วนหรือไม่ เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัว ที่อยู่ เป็นต้น
-
ตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดห้ามทำธุรกรรมตามประกาศของสำนักงาน ปปง. หรือบุคคลที่สำนักงาน ปปง. แจ้งว่าเป็นรายชื่อที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่มีสถานภาพทางการเมือง (Politically Exposed Persons : PEPs) โดยผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฟอกเงินประกอบด้วย นักการเมือง นักการเมืองส่วนท้องถิ่น (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. และ อบจ.) และข้าราชการส่วนกลาง
-
พิจารณาปัจจัยที่มีความเสี่ยง เช่น สถานภาพทางการเมือง อาชีพที่มีความเสี่ยง พื้นที่และประเทศที่มีความเสี่ยง วัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม และพฤติกรรมของลูกค้า เป็นต้น
กรณีพบว่าลูกค้าให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือจงใจปกปิดข้อมูล ให้พิจารณาว่าลูกค้ามีความเสี่ยง โดยตรวจสอบและยุติความสัมพันธ์ในการทำธุรกรรมกับลูกค้า ทั้งนี้ ห้ามเปิดเผยหรือกระทำการใดให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงลูกค้า
4. ผู้ประกอบการร้านทอง ต้องจัดทำเอกสารนโยบายป้องกันการฟอกเงินเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ประจำร้าน โดยประธานกรรมการหรือผู้มีอำนาจสูงสุดของบริษัทต้องลงนามในเอกสาร และประกาศเป็นนโยบายให้เจ้าหน้าที่และทุกคนในร้านรับทราบและปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว (ตามกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าฯ)
5. ผู้ประกอบการร้านทอง ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับกฎหมาย ปปง. อย่างน้อย 10 ชั่วโมง (ตามกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าฯ มาตรา 21/3 และระเบียบคณะกรรมการ ปปง. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดให้มีการฝึกอบรมฯ) พร้อมทั้งวัดผล ติดตาม และประเมินผลผู้ผ่านการอบรม
และจัดให้ผู้ได้รับการฝึกอบรมดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ในการจัดทำรายงาน หรือควบคุมการจัดทำรายงาน การจัดให้ลูกค้าแสดงตน และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ. และต้องจัดให้ผู้ผ่านการอบรมตามระเบียบนี้เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อทบทวนทุก 2 ปี
สำหรับบทกำหนดโทษ
6.1 ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน
-
บุคคลธรรมดา: โทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-
นิติบุคคล: ปรับ 200,000-1,000,000 บาท
6.2 ผู้มีหน้าที่รายงานที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ปปง. ได้แก่ การรายงานธุรกรรม การจัดให้ลูกค้าแสดงตน (KYC) การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการจัดทำนโยบาย ปปง. ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
6.3 ผู้มีหน้าที่รายงานที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ปปง. ว่าด้วยการฝึกอบรม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท
6.4 ผู้ใดรายงานโดยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดความจริงต่อเจ้าหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB