ช้า = แพ้ ? รู้จัก "Time Anxiety" ความรู้สึกกลัวใช้เวลาไม่คุ้มค่า และกำลังเดินช้ากว่าคนอื่น
ช้า = แพ้ ? รู้จัก "Time Anxiety" ความรู้สึกกลัวใช้เวลาไม่คุ้มค่า และกำลังเดินช้ากว่าคนอื่น คนรุ่นใหม่จึงเหนื่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อ "เวลาและความเร็ว" กำลังกลายเป็นต้นทุนใหม่ของคนยุค AI และชี้วัดความสำเร็จ
เคยรู้สึกหรือไม่ว่า แม้จะเรียนหรือทำงานมาตลอดทั้งวัน แต่ก่อนนอนกลับรู้สึกว่ายังทำได้ไม่พอ ความรู้สึกเช่นนี้อาจไม่ได้เกิดจากการบริหารเวลาไม่ดี แต่อาจเป็นสิ่งที่ทั่วโลกเริ่มเรียกว่า Time Anxiety หรือความวิตกกังวลเกี่ยวกับเวลา ความรู้สึกว่าทุกนาทีมีคุณค่า จนกลัวว่าจะใช้เวลาไม่คุ้มค่า ทำไม่ทัน หรือกำลังเดินช้ากว่าคนอื่น
รู้จัก Time Anxiety
คริส กีเยโบ (Chris Guillebeau) ผู้เขียนหนังสือ Time Anxietyอธิบายว่า ภาวะนี้แตกต่างจาก FOMO (Fear of Missing Out)
เพราะไม่ได้เกิดจากการกลัวพลาดสิ่งที่คนอื่นกำลังทำในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เกิดจากช่องว่างระหว่างชีวิตที่เป็นอยู่กับชีวิตที่คิดว่าควรจะเป็น ความรู้สึกดังกล่าวสามารถติดตามผู้คนได้ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ยิ่งตั้งความคาดหวังต่อตนเองมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกว่าเวลามีไม่เพียงพอ
ปรากฏการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นกับคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และตลาดแรงงานที่แข่งขันสูงขึ้น ขณะที่ภาพความสำเร็จบนสื่อสังคมออนไลน์ยิ่งทำให้หลายคนเปรียบเทียบความก้าวหน้าของตนเองกับผู้อื่น จนรู้สึกว่าหากหยุดเพียงเล็กน้อย ก็อาจตามโลกไม่ทัน
ข้อมูลจากการสำรวจของ Harmony Healthcare IT ในกลุ่มคนรุ่น Gen Z จำนวน 1,010 คนในสหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มองว่าความกังวลของตนเองมีสาเหตุสำคัญจากความไม่แน่นอนของอนาคต ทั้งด้านการศึกษา การเริ่มต้นอาชีพ และความมั่นคงในการทำงาน
ขณะที่ผลสำรวจของ Deloitte ยังพบว่า คนรุ่น Gen Z และ Millennials ในประเทศไทยจำนวนไม่น้อยรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวลเป็นประจำ โดยมีปัจจัยสำคัญจากเรื่องการเงิน ภาระงาน และความรู้สึกว่าไม่มีเวลามากพอในการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง สะท้อนว่า Time Anxiety ไม่ใช่เพียงปัญหาการบริหารเวลา แต่เป็นความรู้สึกว่าเวลาที่ผ่านไปไม่ได้ถูกใช้ไปอย่างมีคุณภาพ แม้แต่ในช่วงเวลาพักผ่อน
และ... Time Anxiety กำลังกลายเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นของแรงงานรุ่นใหม่
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development) OECD ระบุว่า AI กำลังเปลี่ยน "ลักษณะของงาน" เพราะอย่างที่หลายคนมองว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ก็ทำให้ความเข้มข้นของงาน (work intensity) สูงขึ้น และสร้างความกังวลเรื่องความเหลื่อมล้ำ การติดตามประสิทธิภาพ และการต้องพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพราะ AI กำลังทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ได้กดดันคนด้วยการแย่งงานอย่างเดียว แต่กดดันผ่านความรู้สึกว่าถ้าหยุดเรียนรู้ก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ตลาดแรงงานกำลังส่งสัญญาณแบบเดียวกัน
ข้อมูลจาก McKinsey ประเมินว่า ภายในปี 2030 ชั่วโมงการทำงานจำนวนมากอาจถูกปรับเปลี่ยนด้วย AI โดยเฉพาะงานสำนักงาน งานบริการลูกค้า และงานที่มีลักษณะซ้ำ ๆ ขณะที่ความต้องการแรงงานในสาย STEM สุขภาพ และงานที่ใช้ทักษะขั้นสูงจะเพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่า การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่ "มีงานหรือไม่" แต่กลายเป็นว่า "ใครพัฒนาตัวเองเร็วกว่ากัน"
จึงไม่แปลกที่คนรุ่นใหม่รู้สึกว่า "เวลามีน้อย"
ผลสำรวจ Deloitte Global Gen Z & Millennial Survey 2025 ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 23,000 คนใน 44 ประเทศ พบว่า 74% ของ Gen Z เชื่อว่า GenAI จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของตนภายในหนึ่งปี ขณะที่ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเรื่องงานของคนรุ่นใหม่คือ "รายได้ ความหมายของงาน และสุขภาวะ" ไม่ใช่เพียงการเติบโตในตำแหน่ง หากย้อนกลับมาในประเทศไทย ผลสำรวจเดียวกันยังพบว่า ความกังวลเรื่องค่าครองชีพยังเป็นปัจจัยกดดันอันดับต้น ๆ และคนรุ่นใหม่จำนวนมากหันมาใช้ GenAI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างสมดุลชีวิตมากขึ้น
คงไม่ผิดนักที่จะบอกว่า Time Anxiety เป็น "ต้นทุนทางเศรษฐกิจ"
เพราะเมื่อคนรู้สึกว่าต้องแข่งขันตลอดเวลา ผลที่เกิดขึ้นคือ ทำงานมากขึ้น พักน้อยลง เรียนเพิ่ม Upskill ตลอดเวลา รู้สึกผิดเมื่อพัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ปรากฏในตัวเลข GDP แต่สะท้อนผ่านการ Burnout ทำให้ Productivity ลดลง และสุดท้ายก็นำไปสู่การลาออก หรือการเปลี่ยนงานบ่อย
ซึ่ง OECD ชี้ว่า ความสำเร็จของ AI ในโลกการทำงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบนโยบาย การฝึกอบรม และคุณภาพของงาน เพื่อไม่ให้ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นต้องแลกกับคุณภาพชีวิตของแรงงาน
เมื่อความสำเร็จถูกวัดด้วยความเร็ว ความวิตกเรื่องเวลา หรือ Time Anxiety จึงไม่ใช่ปัญหาส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่กำลังกลายเป็น "ต้นทุนที่มองไม่เห็น" ของตลาดแรงงานยุคใหม่ ซึ่งทั้งภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องให้ความสำคัญ หากต้องการสร้างแรงงานที่มีทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืนในระยะยาว
ที่มา : KTC
OECD – Using AI in the Workplace: Opportunities, Risks and Policy Responses (2024)
OECD – Employment Outlook 2023: Artificial Intelligence, Job Quality and Inclusiveness
OECD – AI and Work
McKinsey Global Institute – A New Future of Work: The Race to Deploy AI and Raise Skills (2024)
Deloitte Global – Gen Z & Millennial Survey 2025 และสรุปผลสำหรับประเทศไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB