ทีดีอาร์ไอ ประเมินแรงงานไทย 2,200,000 คน อาจถูก AI แย่งงาน!
ทีดีอาร์ไอ ประเมินแรงงานไทย 2,200,000 คน อาจถูก AI แย่งงาน! ชี้ งานรายได้ดี มีความก้าวหน้าเสี่ยงถูกแทนที่ก่อน
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ประเมินการเข้ามาของ AI ไว้อย่างน่าสนใจ ผ่านหัวข้อ “เอไอกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของคนไทย” โดยประเมินว่าแรงงานไทยราว 2.2 ล้านคนเสี่ยงได้รับผลกระทบจากการถูก AI เข้ามาทดแทน คิดเป็นสัดส่วนสูงเป็นอันดับที่ 3 ในอาเซียนรองลงมาจากสิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ผ่านผลสำรวจประกาศรับสมัครงานออนไลน์ พบว่า
มีสัดส่วนที่ระบุถึงทักษะเอไอเพิ่มขึ้น 3.9 เท่า (เมื่อเทียบระหว่างไตรมาส 2 ปี 2567 และ 2569) และเป็นทักษะที่ต้องการในหลายอาชีพ ไม่ได้จำกัดเฉพาะสายไอทีเท่านั้น
ขณะเดียวกันมีการใช้เอไอ เข้ามาทดแทนงานบางส่วนแล้ว ซึ่งกลุ่มอาชีพที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ เสมียนสำนักงาน พนักงานคีย์ข้อมูล นักบัญชี นักแปล นักการตลาด รวมถึงแรงงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น วงการโฆษณา ที่เอไอสามารถทำงานได้ตั้งแต่การผลิตเสียง ถ่ายภาพ ไปจนถึงตัดต่อ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดแล้วในปัจจุบันคือกลุ่มคนจบใหม่ (First Jobber) เริ่มหางานยากขึ้น เพราะงานระดับเริ่มต้นหลายส่วนถูกทดแทนด้วย AI
ดร.พุทธิพันธุ์ หิรัณยตระกูล นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ กล่าววถึงผลกระทบของเอไอต่อการจ้างงานว่า จากความท้าทายสำคัญคือ งานที่จะเสี่ยงจะถูกเอไอทดแทนก่อนเป็นอาชีพที่รายได้ดี มีความก้าวหน้าทางอาชีพสูง ส่วนงานที่เอไอยังทดแทนได้ยาก เช่น งานช่าง เวลเนส ดูแลผู้สูงอายุ ยังมีรายได้ไม่สูง ดังนั้นภาครัฐจึงควรสนับสนุนธุรกิจให้ประยุกต์ใช้เอไอเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ควบคู่ไปกับส่งเสริมให้มีการออกแบบงานและเส้นทางอาชีพใหม่ให้แก่แรงงานที่ถูกกระทบเช่นกัน พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill และ Reskill) ทั้งกลุ่มที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในอาชีพเดิม และกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนสายงานแต่ขาดทรัพยากรสนับสนุน
AI ดาบสองคมในโลกไซเบอร์ ช่วยมิจฉาชีพหลอกลวงง่ายขึ้น
ด้าน ดร.สลิลธร ทองมีนสุข นักวิชาการอาวุโส ทีดีอาร์ไอ ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการใช้เอไอในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยระบุว่า เอไอช่วยให้มิจฉาชีพก่ออาชญากรรมออนไลน์ได้รวดเร็วขึ้น ต้นทุนต่ำลง และเข้าถึงเหยื่อจำนวนมากโดยใช้คนน้อยลง ทั้งการใช้เอไอส่งอีเมล์หลอกคนจำนวนมากได้ง่ายขึ้น
การปลอมเสียงและภาพบุคคล และการสร้างเว็บไซต์ปลอม ขณะเดียวกัน อาชญากรรมออนไลน์ยังเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะมีการพัฒนาบริการต่างๆ สนับสนุนในลักษณะ Cybercrime-as-a-Service ทั้งการให้เช่าเครื่องมือ การจัดหาข้อมูลส่วนบุคคล และบัญชีม้า ไปจนถึงการฟอกเงิน
แต่...ในขณะเดียวกันเอไอยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอาชญากรรมได้เช่นกัน โดยเฉพาะการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของธุรกรรมและตรวจจับเครือข่ายบัญชีผิดปกติ ซึ่งหน่วยงานไทยเริ่มพัฒนาและทดลองใช้แล้ว ทั้งนี้ การป้องกันภัยออนไลน์จำเป็นต้องเปลี่ยนจากมาตรการแยกส่วนไปสู่หลักการร่วมรับผิดชอบ (Shared Responsibility) ระหว่างธนาคาร ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อร่วมตรวจจับและสกัดกั้นอาชญากรรมตลอดห่วงโซ่ ไม่ผลักภาระการป้องกันความเสียหายให้ประชาชนเพียงฝ่ายเดียว
“ความท้าทายสำคัญไม่ใช่แค่การใช้เอไอตรวจจับภัยออนไลน์ แต่ต้องทำให้ระบบป้องกันตอบสนองทันต่ออาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาครัฐควรส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างธนาคาร ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มออนไลน์ ในขณะที่ภาคเอกชนต้องยกระดับการลดอาชญากรรมร่วมกัน ส่วนประชาชนต้องมีทักษะและช่องทางตรวจสอบการหลอกลวงที่เข้าถึงง่าย เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทย”ดร.สลิลธร ระบุ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB