หมายเหตุก่อนอ่าน: ตอนนี้ไม่ติ่ง (อีกแล้ว)
ฉันเรียนภาษาเกาหลีจบระดับที่ 2 แล้วนะ ตอนนี้ขึ้นระดับที่ 3 แล้ว เลื่อนชั้นคราวนี้นอกจากจะเรียนหนักขึ้นแล้วก็ยังป่วยหนักด้วย #น้ำตาพราก ไม่เคยเสียใจที่ไม่ทำประกันเท่านี้มาก่อนเลย
ฉันเป็นนิ่วละ ;[];
บางทีแม็กก็คิดนะ ว่าแม็กมีชีวิตอยู่บนโลกมายี่สิบกว่าปีโดยที่ไม่เคยป่วยเป็นอะไรเลย ตะไมแม็กจะต้องเป็นนิ่วตอนมาเรียนที่เกาหลีด้วย #เอามือทึ้งหัว
หนแรกที่ฉันปวดท้องมากๆ ฉันได้อาจารย์ช่วยพาไปคลินิกอายุรกรรมแถวๆ หอพัก ตอนนั้นคุณหมอวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นโรคกระเพาะจึงสั่งยามาให้ชุดหนึ่งสำหรับกินติดต่อกันสามวัน ปรากฏว่าฉันกินยาแล้วยังไม่หาย จะไปคลินิกอีกครั้งก็หมดเวลาทำการของเขาซะแล้ว ก็เลยต้องลากแตะไปโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโซล (Seoul National University Hospital หรือ SNUH) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดแทน ทีแรกฉันไปหาคุณหมอที่แผนก International Healthcare Center ก่อน (คุณหมอและเจ้าหน้าที่แผนกนั้นพูดภาษาอังกฤษคล่อง) แต่คุณหมอส่งฉันไปที่แผนกฉุกเฉินแทนเพราะเห็นท่าไม่ค่อยดี หลังจากยื่นบัตรต่างด้าวให้เจ้าหน้าที่ทำประวัติกับไปวัดความดันและแจ้งอาการเบื้องต้นกับคุณพยาบาลแล้ว เขาก็ให้ฉันไปนั่งรอคิวโดยจะส่งข้อความมาบอกทางโทรศัพท์
ฉันนั่งตัวงอรออยู่ครู่ใหญ่ก็มีข้อความให้เข้าไปที่ห้องตรวจได้ คุณหมอกับคุณพยาบาลที่แผนกฉุกเฉิน SNUH น่ารักและเป็นมิตรทีเดียว เพราะภาษาเกาหลีของฉันยังไม่แข็งแรง เราก็เลยต้องคุยกันด้วยภาษาเกาหลีปนภาษาอังกฤษและภาษากาย ถึงจะลำบาก (ไม่) นิด แต่ฉันก็เอาตัวรอดมาได้จนทุกวันนี้
คุณหมอซักถามและตรวจอาการฉันก่อนจะส่งฉันไปเจาะเลือด เอ็กซเรย์ และเก็บปัสสาวะไปตรวจแล้วก็ให้น้ำเกลือกับยาระงับปวดระหว่างรอผล กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรต้องรออยู่ชั่วกัปชั่วกัลป์เพราะคนไข้ห้องฉุกเฉินช่วงเย็นเยอะเหลือเกิน พอได้เข้าไปเจอคุณหมออีกครั้ง คุณหมอก็บอกข่าวดีว่าฉันมีนิ่วเล็กๆ ที่ท่อไต เอายาไปกินนะ แล้วอย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ ด้วยล่ะ แล้วก็ปล่อยตัวฉันไปรอรับยากับจ่ายเงิน
ค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลแพงอย่างที่เจ้าหน้าที่ได้เตือนฉันไว้ระหว่างทำประวัติจริงๆ (เขาถามฉันว่าถ้าไม่มีประกันจะแพงหน่อยนะ ไม่เป็นไรใช่มั้ย?) ตอนไปหาหมอที่คลินิก ค่าใช้จ่ายของฉันอยู่ในหลักหมื่นวอน ส่วนค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลอยู่ในหลัก (หลาย) แสนวอน ฉันขอโทษขอโพยและโหยหวนด้วยความรู้สึกผิดใส่แม่ผู้เป็นเจ้าของบัตรเครดิตไปชุดใหญ่ แม่ก็ปลอบใจว่าไม่เป็นไรหรอก ก็ราคาโรงพยาบาลเอกชนบ้านเราน่ะแหละ
ที่ผ่านมาฉันคิดว่าตัวเองแข็งแรงและไม่น่าจะป่วยเป็นอะไรจึงไม่คิดจะทำประกัน ถึงตอนนี้ฉันเห็นความสำคัญของประกันสุขภาพแล้ว ถ้าไปเรียนต่างประเทศก็อย่าลืมทำกันนะ มันน่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยละ ;[];
- หนูติ่ง