2 รุ่น 2 สไตล์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ C220d และ AMG C 43 Speacial Edition
ลองขับรถยนต์ที่สร้างยอดขายสูงสุดให้กับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ รถยนต์รุ่นพิเศษลิมิเต็ด 120 คัน พร้อมออกแบบสำหรับประเทศไทยเท่านั้น
การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ที่ผ่านมา ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ที่เปิดตัวรถยนต์รุ่นยอดนิยมและสร้างยอดขายมากที่สุดให้กับบริษัทอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส (The new Mercedes-Benz C-Class) ใหม่ และรถยนต์รุ่นพิเศษที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซี 43 (Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Speacial Edition)
เบนซ์ เปิดราคารถยนต์ไฟฟ้า 'The new EQS' ในไทย 8.57-8.87 ล้านบาท
PPTV ได้มีโอกาสร่วมทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 2 รุ่น ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ บนเส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี สัมผัสการดีไซน์และสมรรถนะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างน่าสนใจ
เริ่มต้นที่ The new Mercedes-Benz C-Class รถยนต์ที่สร้างยอดขายมากที่สุดให้กับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนกว่า 30% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่ เมื่อย้อนกลับไปนับตั้งแต่การเปิดตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 กระทั่งถึงปี 2014 มียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 2.5 ล้านคัน และจนถึงปัจจุบันคาดว่าจะอยู่ที่ราว ๆ 3 ล้านคัน
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส ใหม่ ได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด โดยรหัสตัวถังในรุ่นนี้คือ W206 หรือนับเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 6 แล้วสำหรับรถยนต์รุ่นดังกล่าว
การดีไซน์ภายนอกและภายในถูกนำเอาความโดดเด่นของ S-Class มาใส่ไว้ อาทิ เส้นที่ฝากระโปรงหน้า และ เส้นด้านข้างตัวรถ Cat-Walk Line และ กระจังหน้าแบบ Star pattern grille พร้อมกันนี้ ไฟหน้าแบบ LED high-performance มีการปรับขนาดโคมไฟให้เล็กและเรียวขึ้นพร้อมความสว่างที่กว้างไกลกว่าเดิม ชุดกันชนหน้าดีไซน์ใหม่เน้นความสปอร์ต ส่วนด้านหลังดีไซน์ไฟท้าย LED มิติตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าทุกมิติ ความยาวตัวรถขาวขึ้น 65 มม. ฐานล้อยาวขึ้น 25 มม. ความกว้างของตัวรถกว้างขึ้น 10 มม. ขณะที่ความสูงของตัวรถลดลง 9 มม.
ส่วนภายในห้องโดยสารที่แม้ภายนอกจะมีขนาดความสูงลดลง แต่ภายในบริเวณด้านหลังมีเฮดรูมเพิ่มขึ้น 11 มิลลิเมตร และระยะเข่าด้านหลังที่เพิ่มขึ้น 35 มิลลิเมตร และที่เป็นจุดเด่นเลยคือ หน้าจอความละเอียดสูงบริเวณด้านหน้าของผู้ขับขี่ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้ทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ Classic, Progressive และ Sporty พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มด้วยหนัง คอนโซลกลางมาพร้อมหน้าจอแบบสัมผัสแนวตั้งขนาดใหญ่ 11.9 นิ้วที่เบี่ยงเป็นมุมเฉียงมายังผู้ขับขี่เล็กน้อย เพิ่มพื้นที่หน้าจอมากกว่ารุ่นเดิมมากกว่า 100% ซึ่งรวมการทำงานของเครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิกับระบบความบันเทิง MBUX (Mercedes-Benz User Experience) รุ่นล่าสุดเอาไว้ด้วยกัน พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง
นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดของเบาะนั่งสไตล์สปอร์ตหุ้มด้วยหนังคุณภาพและส่วนรองรับศีรษะที่ได้รับการออกแบบใหม่ และไฟล้อมรอบห้องโดยสาร Ambient Lights 64 สี และฟังก์ชันสุดไฮเทคที่จะเพิ่มความสะดวกสบายและน่าประทับใจในการขับขี่
จากที่ได้สัมผัสภายในห้องโดยสารหน้าจอขนาด 11.9 นิ้วที่คอนโซลกลาง ตอบสนองการทำงานได้ดีมาก และน่าจะเป็นจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเวลานี้เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ที่สำคัญคือระบบต่าง ๆ ภายในรถคันนี้ทั้งปุ่มกดใด ๆ ก็ตาม เป็นระบบสัมผัสแทบจะทั้งหมดแล้ว นอกจากนั้นยังมีระบบเสียงรองรับทั้งหมด 27 ภาษารวมถึงภาษาไทยอีกด้วย และหน้าจอสัมผัสในรถคันนี้ ยังรองรับการใช่งานได้มากกว่า 1 นิ้ว หมายความว่าสามารถที่จะใช้ 2 นิ้วซูมเข้าซูมออกได้เหมือนที่เราใช้ในสมาร์ทโฟน
The new Mercedes-Benz C-Class ในครั้งนี้มีเพียงเฉพาะเครื่องยนต์ที่มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร พัฒนาใหม่พร้อมระบบ Mild-HYBRID สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถ โดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ แบบ 48V technology ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 15 กิโลวัตต์ 200 นิวตันเมตร ทำให้ได้กำลังรวม 200 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที และให้แรงบิด 440 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที และทำความเร็วได้สูงสุด 245 ก.ม./ช.ม. มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-TRONIC) จากเดิมในรุ่นก่อนหน้ามีทางเลือกของเครื่องยนต์ที่เป็นสันดาปภายในไม่มีมอเตอร์ไฟฟ้า
ความรู้สึกหลังได้สัมผัสรถยนต์คันนี้ เห็นถึงพัฒนาการเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ทั้งการดีไซน์ที่ดูดีขึ้น ภูมิฐานขึ้น ส่วนในแง่ของสมรรถนะการขับขี่มีความนุ่มนวลกว่ารุ่นเดิม แต่ยังคงให้ความมั่นอกมั่นใจในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี รวมถึง การตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยด้วยแรงม้าแรงบิดที่เพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่การนำเอาระบบมอเตอร์ไฟฟ้าใส่เข้ามาช่วยให้ความไหลลื่นและลดช่องว่างบางส่วนในการทำงานของเครื่องยนต์ทำให้มีความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น แต่หลัก ๆ ของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เข้ามาช่วยคือ การทำงานอย่างในช่วงของระบบ Auto Start/Stop ที่ช่วยลดดีเลย์การทำงานให้สมู๊ทมากยิ่งขึ้น
แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่นิดหน่อยคือ ระบบความปลอดภัยที่ให้มาในระยนต์คันนี้อาจจะน้อยไปเสียหน่อย The new C-Class มาพร้อมระบบช่วยจอดด้วย PARKTRONIC ที่ตรวจจับพื้นที่จอดรถว่าง พร้อมกล้องถอยหลัง เซ็นเซอร์อัลตราโซนิก ซึ่งพวกระบบไฮเทคทั้งหลายในรถยนต์ราคาระดับนี้ถ้ามีเพิ่มมาให้อีกหน่อยนี่จะครบถ้วนสมบูรณ์มาก
เอาเป็นว่า แค่หน้าจอ 11.9 นิ้วใน The new Mercedes-Benz C-Class คันนี้ ก็ทำให้ตัดสินใจซื้อได้แล้ว ยังไม่นับรวมเทคโนโลยีและสมรรถนะอื่น ๆ ที่ได้มาอีกด้วยนะ กับราคาค่าตัว รุ่น C 220 d Avantgarde ราคาจำหน่ายแนะนำ 2,590,000 บาท และ รุ่น C 220 d AMG Dynamic ราคาจำหน่ายแนะนำ 2,990,000 บาท ซึ่งตัวที่เราได้ทดสอบนั้นคือรุ่น C 220 d Avantgarde (ตัวท็อป)
ราคายางรถยนต์ปรับขึ้น 20% เหตุต้นทุนพุ่งสูง จับตาผู้บริโภคระวังใช้จ่าย
รถมือสองรับอานิสงส์ รถป้ายแดงขาดตลาดจากปัญหาการผลิต
มากันที่อีกรุ่นหนึ่งคือ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Speacial Edition คันนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นความพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเอาใจนักสะสมชาวไทยโดยเฉพาะ เพราะในรุ่นนี้ เป็นรุ่นแรกที่ได้มีการผลิตในประเทศไทย และดีไซน์ในประเทศไทย และมีจำนวนจำกัดเพียง 120 คัน พร้อม Running Number
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 สูบ BITURBO ให้กำลังที่สูงสุด 390 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตรที่ 2,500-5,000 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลา 4.7 วินาที นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC และระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G Transmission แบบใหม่ยังมาพร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
ดีไซน์ภายนอกสะท้อนความเร้าใจตามแบบฉบับ AMG ได้อย่างลงตัว ทั้งหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ชุดแต่งแบบ AMG Night Package รอบคัน พร้อมล้อจาก AMG แบบ Multi-Spoke ขนาด 19 นิ้ว สีพิเศษ Matt Black ถ่ายทอดอารมณ์สปอร์ต ด้วยท่อไอเสียแบบ AMG Performance exhaust system ตกแต่งปลายท่อไอเสียสีดำ
ภายในห้องโดยสารสัมผัสได้ถึงความสปอร์ตเต็มพิกัด ตั้งแต่พวงมาลัย AMG Performance steering wheel แบบสปอร์ตท้ายตัด พร้อมเพิ่มความปลอดภัยขณะปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ด้วยหน้าจอแสดงผลการขับขี่บนพวงมาลัย 2 จอพร้อมปุ่มควบคุมแบบ AMG Steering wheel buttons ตกแต่งด้วยหนังแบบ Nappa leather พร้อมเบาะนั่งหุ้มหนังแบบสปอร์ตตัดสลับ DINAMICA micro-fiber ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง หน้าจอแบบ All - Digital Instrumental Display 12.3 นิ้ว และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้มากถึง 3 รูปแบบ หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 10.25 นิ้ว และคอนโซลดีไซน์สปอร์ตใหม่ พร้อมหน้าจอแสดงโหมดการขับขี่บนพวงมาลัย 2 จอ พร้อมปุ่มควบคุม ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester®
ถึงรายละเอียดตรงนี้ แม้ว่า Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION จะไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด แต่รถยนต์รุ่นนี้จะเป็นรุ่นสุดท้ายของ ซี-คลาส คูเป้ (2 ประตู) ที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน V6 เพราะหลังจากนี้แผนการพัฒนารถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ต่างมุ่งไปที่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เข้าข่ายรถสะสมเสียเหลือเกิน
ส่วนด้านสมรรถนะและการขับขี่ไม่ต้องพูดถึงเลยถึงเรื่องความดุดัน เพราะถ้ารถคันนี้ไม่ได้วิ่งบนถนนสถานที่ที่เหมาะสมของรถยนต์คันนี้คือต้องอยู่ในสนามเท่านั้น ความสนุกสนานในการขับขี่มาเต็มพิกัด การตอบสนองของคันเร่งและเครื่องยนต์ดีและแรงจนต้องห้ามใจที่จะใส่ให้สุดเพราะอยู่บนถนนภายใต้กฎหมายควบคุมความเร็ว ช่วงล่างดุดันและไม่ต้องถามหาความนุ่มนวล แต่เมื่อไรที่ต้องการจะใส่โค้งหนักหรือมุดซ้ายขวามันเป็นช่วงล่างที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ให้ความมั่นใจได้เต็ม 100% ขณะเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ บอกว่า ชุดท่อไอเสียในรถยนต์คันนี้คือชุดท่อไอเสียที่สามารถถ่ายทอดเสียงของเครื่องยนต์ V6 ได้ดีที่สุด
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION ราคาจำหน่าย 4,490,000 บาท (สำหรับสีภายนอก MANUFAKTUR selenite grey magno แบบด้าน เพิ่ม 100,000 บาท)