ปูพรม "สถานีชาร์จ EV ทั่วไทย" รับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมอัตราค่าบริการ
กระแสรถยนต์ไฟฟ้า กำลังถูกผลักดันและได้รับการสนับสนุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ ค.ร.ม. อนุมัติเรื่องมาตรการลดภาษี ซึ่งอีกด้านหนึ่งที่จะมาส่งเสริมกระแสรถยนต์ไฟฟ้า คือ สถานีชาร์จ EV ซึ่งหลายหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน ต่างมีแผนที่จะตั้งสถานีชาร์จ EV ในพื้นที่ต่างๆ
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการ สนพ. เปิดเผยว่า กำหนดเป้าหมาย สถานีอัดประจุสาธารณะในปี 2030 พบว่า ควรมีสถานีรวมจำนวน 567 แห่ง และมีเครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้ารวม จำนวน 13,251 เครื่อง โดยแบ่งเป็น
- สถานีอัดประจุสาธารณะในเขตพื้นที่หัวเมืองใหญ่ จำนวน 505 แห่ง
- เครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า จำนวน 8,227 เครื่อง
- สถานีอัดประจุสาธารณะเขตพื้นที่ทางหลวง (Highway) จำนวน 62 แห่ง เครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า จำนวน 5,024 เครื่อง
รวมถึงกำหนดเป้าหมายการผลิตและการใช้ ZEV (Zero Emission Vehicle) และกำหนดเป้าหมายการส่งเสริมสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะแบบ Fast charge จำนวน 12,000 หัวจ่าย และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 1,450 สถานี ภายในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ. 2573
หลักการและแนวคิดในการศึกษาตำแหน่งที่ตั้งและจำนวนเครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับแผนพัฒนาสถานีอัดประจุสาธารณะ คือ ต้องเข้าถึงง่าย ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้สูง ต้องมีต้นทุนที่เหมาะสม เช่น ที่ดิน และค่าไฟฟ้า เป็นต้น
นอกจากนี้ ได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่น ความต้องการกำลังไฟฟ้า ตำแหน่งที่ตั้งและจำนวนเครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสม การกระจายตัวของเครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุม และพัฒนาระบบในการหาตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อตั้งสถานีอัดประจุรวมถึงจำนวนหัวจ่ายที่เหมาะสมในแต่ละสถานี
เปิดมุมมองบิ๊กธุรกิจ แนะเร่งปรับตัวรับ "เมกะเทรนด์" กำลังมาหลังโควิด
ส่วนเรื่องของ ต้นทุน เนื่องด้วยธุรกิจบริการสถานีอัดประจุนั้นเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ต้นทุนสูง ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อระยะเวลาการคืนทุน ไม่ว่าจะเป็น ค่าที่ดิน ค่าปรับปรุงพื้นที่ ค่าติดตั้งเครื่องอัดประจุ ในขณะที่ค่าดำเนินการส่วนใหญ่แล้วนั้นจะเป็นค่าไฟฟ้าเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อให้ธุรกิจสถานีอัดประจุมีต้นทุนที่เหมาะสมและเป็นธุรกิจที่น่าลงทุน จึงได้มีการเสนอแนวทางการสนับสนุนในช่วง 2 ปีแรก คือ
- การอุดหนุนค่าเครื่องอัดประจุ
- อาจจะมีการขยายระยะเวลาของการปรับใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบ Low Priority
- จัดสรรพื้นที่สำหรับสร้างสถานีอัดประจุ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านระบบไฟฟ้าในพื้นที่
- สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน
- พร้อมทั้งมีการกำหนดจำนวน/ขนาดพื้นที่จอดรถ เพื่อรองรับการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับอาคารประเภทต่าง ๆ
กฟภ.นำร่องแล้ว 73 สถานี ค่าบริการ 7.7276 บาท/หน่วย
ด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. (PEA) เปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA โดยมีเป้าหมายปี 2566 จำนวน 263 สถานี คลอบคลุมพื้นที่ 75 จังหวัด โดยในปี 2564 เปิดให้บริการแล้ว 73 สถานี ในปี 2566 เปิดให้บริการอีก 199 สถานี โดยติดตั้งหัวชาร์จตามมาตรฐานนานาชาติ 3 แบบ (CHAdeMO, CCS Combo2, AC Type2) เพื่อรองรับรถหลากหลายค่าย
ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.94 หักลดหย่อนได้หรือไม่ ใครบ้าง? ต้องยื่น
ในส่วนของค่าบริการตั้งแต่ เดือน ม.ค.2565 เป็นต้นไป อัตราค่าบริการประจุไฟฟ้ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วนั้น
- อัตราค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง(DC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.7276 บาท/หน่วย ในช่วง Off-Peak ค่าบริการ 4.3451 บาท/หน่วย
- อัตราค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.7276 บาท/หน่วยในช่วง Off-Peak ค่าบริการ 4.3451 บาท/หน่วย
การชำระค่าบริการ PEA พัฒนา PEA VOLTA Application สามารถใช้ระบบแผนที่นำทางไปยังสถานีที่ใกล้ที่สุด ตรวจสอบสถานะหัวชาร์จที่ต้องการ จองคิว แสดงสถานะการอัดประจุไฟฟ้า ทั้งจำนวนหน่วยไฟฟ้า (kWh) และกำลังไฟฟ้า (kW) ผู้ใช้จึงสามารถบริหารจัดการเวลาในการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าของตนเอง รวมถึงชำระค่าบริการผ่าน PEA VOLTA Application