ศาลฎีกาฯพิพากษา คดีภาษี "โตโยต้า พรีอุส" หมื่นล้าน ไม่เข้าข่าย JTEPA
15 ก.ย. 65 คณะผู้พิพากษาศาลฏีกาแผนกคดีภาษีอากร อ่านคำพิพากษาศาลฏีกา กรณีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อนำมาผลิตรถยนต์ โตโยต้า พรีอุส ระหว่างปี 2553-2555
วันที่ 15 กันยายน 2565 องค์คณะผู้พิพากษาศาลฏีกาแผนกคดีภาษีอากร อ่านคำพิพากษาศาลฏีกา โดยวิธีถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไปยังศาลภาษีอากรกลาง คดีระหว่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย (โจทก์) กับ กรมศุลกากร (จำเลยที่ 1) และ กรมสรรพากร (จำเลยที่ 2) รวม 10 คดี คิดเป็นทุนทรัพย์รวม 1 หมื่นล้านบาท กรณีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อนำมาผลิตรถยนต์ โตโยต้า พรีอุส ระหว่างปี 2553-2555
โดยอาศัยสิทธิตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 และ มาตรา 14 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอุตราศุลกากร พ.ศ. 2530 และตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (JTEPA)
ศาลฏีกาแผนกคดีภาษีอากร เห็นว่า ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ โตโยต้า นำเข้าเมื่อประกอบด้วยกันแล้วมีลักษณะอันเป็นสาระสำคัญของรถยนต์ โตโยต้า พรีอุส ที่สามารถประกอบเป็นรถยนต์รุ่นดังกล่าวได้ทันที จึงจำเป็นต้องจำแนกเข้าประเภทพิกัดของชิ้นส่วนที่สมบูรณ์หรือสำเร็จแล้ว ที่นำเข้ามาโดยถอดแยกออกจากกันหรือยังไม่ได้ประกอบเข้าด้วยกันในฐานะที่เป็นชิ้นส่วนครบชุดสมบูรณ์ จึงไม่ได้รับการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรตามประกาศกระทรวงการคลังที่ออกมาเพื่อให้เป็นไปตามความตกลง JTEPA และไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรตามประกาศกฎกระทรวงการคลังรวมถึงไม่ได้รับสิทธิลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร และการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้คิดอัตราอากรขาเข้า 80%
ภายหลังการอ่านคำพิพากษาศาลฏีกา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีดังกล่าวดังนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอแสดงความเคารพต่อคำพิพากษาของศาลฎีกาในวันนี้ ทั้งนี้ คดีดังกล่าวนี้มีประเด็นเกี่ยวกับการตีความข้อกฎหมายซึ่งยังไม่เคยมีการวินิจฉัยมาก่อน และเป็นประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์และข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น กล่าวคือ บริษัทได้ใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาระหว่างสองประเทศ ที่เรียกว่าความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย – ญี่ปุ่น (JTEPA) เพื่อลดอัตราอากรขาเข้าในการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์พรีอุส ซึ่งในปี 2553 หน่วยงานราชการของไทยที่เกี่ยวข้องได้อนุมัติการใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวแล้ว บริษัทจึงมีความเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า บริษัทได้ดำเนินการตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าดังกล่าวอย่างถูกต้องมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2555 กรมศุลกากรได้ตีความกฎการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์พรีอุสในแนวทางซึ่งแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งทำให้บริษัทฯ มีภาระภาษีและอากรขาเข้าเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก คำพิพากษาของศาลฎีกาในวันนี้ได้ตีความในแนวทางเดียวกันกับการตีความของกรมศุลกากร ดังนั้น เมื่อบริษัทได้รับสำเนาคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้ว บริษัทจะศึกษารายละเอียดของคำพิพากษา และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ต่อไป
บริษัทขอยืนยันว่า บริษัทยึดมั่นที่จะประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ โดยบริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยและพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อให้ลูกค้าในประเทศไทยได้รับความพึงพอใจสูงสุด และเพื่อส่งเสริมพันธกิจขององค์กรในการขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทย
ดีเกินคาด ! ยอดจอง Toyota Yaris ATIV ใหม่ 1 เดือน ทะลุ 2 หมื่นคัน
โตโยต้า ทุ่ม 5,600 ล้านดอลล์ ผลิตแบตฯ อีวี ในญี่ปุ่น-สหรัฐ 40 GWh