KCAR จับตากระแสยานยนต์ไฟฟ้าเปลี่ยนบริบทตลาดรถยนต์ในไทยอย่างสิ้นเชิง
บริษัท กรุงไทย คาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR เฝ้าระวังผลกระทบของกระแสรถยนต์ไฟฟ้าในไทยที่อาจส่งผลต่อธุรกิจต่าง ๆ ของตลาดรถยนต์ในไทย
นายพิชิต จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทย คาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR เปิดเผยว่า กระแสยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในประเทศไทยเป็นกระแสที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวม ซึ่งการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นการเปลี่ยนบริบทของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นอาจทำให้บริษัทต้องเฝ้าระวังและพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งในธุรกิจรถเช่าระยะยาวและธุรกิจรถยนต์มือสอง
เนื่องจากการตั้งราคาของรถยนต์ไฟฟ้ารวมถึงการเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป อาจจะส่งผลให้คู่แข่งในตลาดอย่างรถยนต์สันดาปภายในมีการปรับราคาเพิ่มให้สามารถแข่งขันได้ ซึ่งก็อาจจะส่งผลในการดึงกำลังซื้อของตลาดรถยนต์มือสอง และการพิจารณาขององค์กรต่างๆ ด้านราคาเช่ารถยนต์ไฟฟ้าที่เช่ารถยนต์ระยะยาว
ส่วนที่ยังมีความผันผวนอยู่ของผลกระทบในธุรกิจรถเช่าที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าคือ ค่าเสื่อมสภาพของรถยนต์ไฟฟ้าที่ในวันนี้ยังไม่แน่นอน ซึ่งโดยเฉลี่ยการใช้งานของผู้เช่ารถยนต์ในระยะเวลา 5 ปี มีการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5-3 แสนกิโลเมตร ซึ่งผู้ที่สนใจเช่ารถยนต์ไฟฟ้ามีเงื่อนไขความต้องการที่จะใช้งานแบบไม่จำกัดระยะทาง โดยการรับประกันจากผู้ผลิตมีการรับประกันแบตเตอรี่เฉลี่ยอยู่ที่ 5 ปี หรือ 1.6 แสนกิโลเมตร จึงอาจจะยังไม่เจอจุดที่สัมพันธ์กันของธุรกิจ
ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมรถเช่าในปี 2567 คาดว่าตลาดจะมีการหดตัวลงจากกลุ่มลูกค้าโลจิสติกส์ที่หันไปซื้อทดแทน รวมถึงการใช้งานเกินเงื่อนไขข้อกำหนดของผู้ให้เช่าและกลุ่มที่ยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แต่มีการเติบโตบ้างในกลุ่มลูกค้าที่ธุรกิจดีขึ้นหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
ทั้งนี้ การแข่งขันในตลาดรถเช่ามีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยแข่งขันกันที่กลยุทธ์ด้านราคาและการลดต้นทุนส่งผลให้คุณภาพการให้บริการลดลง
ขณะที่ ภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์มือสองหดตัวลงเล็กน้อย โดยผู้ประกอบการรายย่อยลดลงจากปัจจัยความเข้มงวดของการอนุมัติสินเชื่อจาก สถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ส่งผลต่อการขายและการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างประเทศประสบปัญหาขาดทุนทำให้ลดการบุกตลาดอย่างมาก
สำหรับ ราคารับซื้อรถยนต์มือสองของผู้ประกอบการลดลงเนื่องจากปริมาณรถยนต์ที่ถูกยึดและเข้าสู่ลานประมูลส่งผลต่อราคารับซื้อที่ลดลงรวมถึงปริมาณที่ล้นตลาด ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดรถยนต์มือสองเปลี่ยนไปเป็นการซื้อในช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้บริโภคกล้าตัดสินใจซื้อแม้ว่าจะไม่เห็นรถคันจริงด้วยซ้ำ จากที่มีผู้ประกอบการคนกลางเข้ามารับประกันคุณภาพรถยนต์มือสองส่งผลให้ผู้บริโภคกล้าตัดสินใจ
นอกจากนั้น ในแง่ของผู้บริโภคแม้ว่าจะมีปริมาณความต้องการซื้อรถยนต์มือสองอยู่ด้วยความคุ้มค่า แต่ประเด็นความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของไฟแนนซ์จากอัตราหนี้ครัวเรือน และอัตราดอกเบี้ยที่สูง ยังเป็นปัจจัยที่มีความท้าทาย อีกทั้งกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) มีผลกระทบต่อตลาดรถยนต์มือสองในบางเซกเมนต์ที่ดึงส่วนแบ่งตลาดไป จากข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่นรวมถึงราคาจำหน่ายที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับรถมือสอง
นายพิชิต กล่าวว่า บริษัทได้ใช้กลยุทธ์การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพของธุรกิจรถเช่า อาทิ การจัดการค่าเสื่อม และ การบริหารซัพพลาย รวมถึงการคัดสรรลูกค้าและบริหารลูกหนี้ ด้วยการกำหนดเงื่อนไขการบริการและการใช้งาน ได้แก่ การกำหนดการใช้งาน, เลขไมล์, การประกันภัย อีกทั้งการพิจารณาเครดิตลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยงในหนี้เสีย เป็นต้น
ด้านกลยุทธ์ธุรกิจรถยนต์มือสองของ KCAR คือการสต๊อกรถและต้นทุนการจัดซื้อซึ่งบริษัทมีสต๊อกจำนวนมากและหลายยี่ห้อ/รุ่น รวมถึงมีอายุรถสูงสุด 12 ปี และมีช่องทางซื้อรถยนต์ที่หลากหลาย ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดการคุณภาพด้วยการตรวจสอบสภาพรถยนต์มือสองก่อนขายทุกคันและยังให้ลูกค้าทดลองขับก่อนตัดสินใจซื้อ อีกทั้งมีการทำตลาดออนไลน์และออฟไลน์ครอบคลุม
พร้อมกันนี้กลยุทธ์ด้านการตั้งราคาแบบ Multiple Pricing อีกทั้งยังใช้กลยุทธ์การช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถเป็นเจ้าของรถได้ง่ายด้วยการมีไฟแนนซ์หลายรายเพียงพอต่อความต้องการลูกค้าและการรักษาระดับหนี้เสียให้ต่ำที่สุด
วิเคราะห์บอล! เอเชียน คัพ 2023 ซาอุฯ พบ ทีมชาติไทย 25 ม.ค.67
พยากรณ์อากาศล่วงหน้าช่วง 27 ม.ค.-2 ก.พ. ฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิสูงขึ้น