ILO เผย อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต้องปรับตัว พัฒนาทักษะแรงงานเพิ่มขึ้น
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ เผย อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต้องปรับตัว พร้อมพัฒนาทักษะแรงงานเพิ่มขึ้น สอดรับการก้าวสู่ยุคดิจิทัล - เทรนด์ยานยนต์สีเขียว
25 มิ.ย. 67 องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เผยข้อมูลจากรายงาน ทิศทางการเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนผ่าน: การพัฒนาทักษะและภูมิทัศน์การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ของไทย ที่กล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องเชื่อมทักษะปัจจุบันกับความต้องการใหม่ ๆ ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน
จากการศึกษาพบว่า ภูมิทัศน์การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนไป จากความต้องการของลูกค้าที่ต้องการยานพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ส่งผลต่อทักษะและงานที่เป็นที่ต้องการ มีความต้องการทักษะดิจิทัล และความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีสีเขียวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการผลิตแบตเตอรี่ และซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติของยานพาหนะ
และเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรองรับสภาพแวดล้อมในการผลิตที่เป็นดิจิทัลและอัตโนมัติมากขึ้น การพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องคือสิ่งจำเป็น เช่น ทักษะทางเทคนิค วัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการปรับตัว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
นอกจากนี้ รายงานดังกล่าว ยังพบความสำคัญในการบูรณาการการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เข้ากับการจัดโครงการฝึกอบรมและการบริหารจัดการ เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานทุกคน ไม่ว่าจะมาจากที่ใด ต่างเข้าใจหลักปฏิบัติเหล่านี้
การศึกษายังเน้นถึงความจำเป็นที่ต้องให้แรงงานข้ามชาติซึ่งคิดเป็นร้อยละ 10 ของกำลังแรงงานในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้มีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาทักษะต่าง ๆ เพื่อความเท่าเทียมในการคุ้มครองสิทธิแรงงานและการเข้าถึงงานที่มีคุณค่า
รายงานฉบับนี้ยังลงลึกถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรภายในภาคอุตสาหกรรม โดยระบุว่า โครงการฝึกอบรมจำเป็นต้องปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้หลากหลาย รวมทั้งความเร็วที่เหมาะสมกับแรงงานสูงวัย เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ของไทย เป็นภาคการส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 14 ของการส่งออกทั้งหมดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 และมีมูลค่าถึง 1.02 ล้านล้านบาท (ประมาณ 27.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนและเป็นอันดับ 11 ของโลกโดยมีกำลังการผลิตมากกว่า 2 ล้านคันต่อปีด้วย
ที่มา: ILO