เวลา 19.00 น. ที่ตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยแกนนำพรรค ร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ฝั่งธนบุรี เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (ดร.โจ) ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 10 และทีมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของพรรคประชาชน ท่ามกลางประชาชนและกลุ่มพ่อค้าแม่ขายที่เข้ารับฟังอย่างคึกคัก
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวปราศรัยว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่ประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เพราะสิ่งที่คนกรุงเทพฯ ต้องการในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่ "พ่อเมือง" ที่เข้ามาแก้ปัญหาหน้าบ้านแบบเดิม ๆ แต่ต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กล้าชนกับโครงสร้างปัญหาที่กดทับเมืองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพ ค่าเดินทาง การรักษาพยาบาล รวมถึงปัญหาส่วยและการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งจากการลงพื้นที่ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มพ่อค้าแม่ขายว่ายังคงต้องยอมจ่ายส่วยเทศกิจเนื่องจากสู้ราคาค่าเช่าแผงในตลาดไม่ไหว ซ้ำยังต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแย่งอาชีพ ซึ่งแม้แต่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบันก็ยังออกมายอมรับว่าปัญหานี้ยังมีอยู่จริง ดังนั้น ลำพังแค่ตัวผู้ว่าฯ อย่างเดียวจึงไม่พอ แต่จำเป็นต้องมีทีม ส.ก. เข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณอย่างเข้มข้น ซึ่งนี่คือจุดแข็งของพรรคประชาชน
.
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการส่งผู้สมัคร ส.ก. ครบทั้ง 50 เขต นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ต้องขอขอบคุณชาวกรุงเทพฯ ที่เคยไว้วางใจเลือกพรรคจนสามารถกวาดเก้าอี้ ส.ส. ยกจังหวัดมาได้ในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ขยับขยายเติบโตจากปี 2565 ที่ได้ ส.ก. มาเพียง 10 เขต โดยในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ พรรคตั้งเป้าหมายปักธงให้ได้ครบ 50 เขต เพื่อเข้าไปเปลี่ยนเมืองในมิติที่ต้องใช้อำนาจร่วมกันระหว่าง ส.ส. และ ส.ก. เช่น การปฏิรูปร่างสัญญาสัมปทานภาครัฐที่ไม่เป็นธรรม ทั้งสัมปทานรถไฟฟ้า และสัมปทานโรงกำจัดขยะ เพื่อคืนประโยชน์ให้คนกรุง
.
สำหรับประเด็นผลสำรวจของนิด้าโพลล์ล่าสุดที่ระบุว่า คะแนนนิยมของ ดร.โจ ชัยวัฒน์ ร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 3 โดยมี นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 นั้น หัวหน้าพรรคประชาชนชี้แจงว่า เรื่องผลโพลล์มีขึ้นมีลงเป็นเรื่องปกติและพร้อมน้อมรับเสียงสะท้อน โดยยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัวสมัยเลือกตั้ง ส.ส. เขตบางแค ปี 2562 ที่โพลล์ให้ตนอยู่อันดับ 3 แต่ท้ายที่สุดก็พลิกมาชนะได้ สิ่งสำคัญในช่วงโค้งสุดท้าย 9 วันก่อนเข้าคูหา คือการเดินหน้าสื่อสารวาระเปลี่ยนเมืองและนโยบายเชิงโครงสร้างให้ประชาชนตื่นตัวมากที่สุด
.
“อยากเน้นย้ำกับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ว่า การตัดสินใจเลือกตั้งท้องถิ่นในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ไม่ใช่แค่การเลือกเพื่อแก้ปัญหาหน้าบ้าน แต่จะส่งผลและชี้ชะตาไปถึงสนามเลือกตั้งใหญ่ระดับประเทศในครั้งหน้าอย่างแน่นอน เพราะ กทม. เป็นเขตปกครองพิเศษที่มีงบประมาณสูงถึง 4 แสนล้านบาท หากประชาชนให้โอกาสพรรคประชาชนเข้ามาพิสูจน์ฝีมือการบริหารจัดการเมืองในระดับท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดนี้ได้ ผลลัพธ์แห่งการเปลี่ยนแปลงจะกลายเป็นสปริงบอร์ดสำคัญที่ทำให้เราสามารถเปลี่ยนประเทศไทยในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าได้อย่างแน่นอน” นายณัฐพงษ์ กล่าว ย้ำ
.
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังได้ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มองว่า พรรคประชาชนกำลังหยิบยกประเด็นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นใน กทม. มาโจมตีเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในช่วงโค้งสุดท้าย โดยยืนยันว่า พรรคประชาชนทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์มาโดยตลอด การหยิบยกข้อมูลขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์เป็นการพูดตามเนื้อผ้าและข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ไม่อยากให้มองเป็นการสาดโคลนทางการเมือง เพราะหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยคือนักการเมืองทุกคนต้องพร้อมถูกตรวจสอบและสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะได้อย่างโปร่งใส ซึ่งประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับประชาชน ไม่ใช่ตัวนักการเมืองเอง(เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569)