.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (หมายเลข 9) ได้เปิดฉากแคมเปญหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายสุดแหวกแนว "ทริปไฟไหม้: โค้งสุดท้ายหาเสียงทั่วเมือง ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง" โดยการขึ้นปราศรัยสั้นๆ บนลังไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่เคยใช้มาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2565 เพื่อสื่อสารนโยบายและกระตุ้นให้คนกรุงเทพฯ ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ โดยเริ่มจากที่สกายวอล์กช่องนนทรี
.
นายชัชชาติ เปิดเผยว่า แคมเปญนี้ตั้งใจเดินทางไปให้ครบทั้ง 50 เขตภายในเวลา 24 ชั่วโมง (เริ่ม 18.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. ถึง 18.00 น. วันที่ 27 มิ.ย.) เพื่อย้ำเตือนให้ประชาชนรับรู้กำหนดวันเลือกตั้ง โดยเลือกเริ่มต้นที่สกายวอล์กช่องนนทรี เนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีชาวออฟฟิศพลุกพล่าน ก่อนจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้า จักรยาน และรถแห่กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งในเมือง รอบนอก และฝั่งธนบุรี สำหรับชื่อทริปนั้น คำว่า “ทริป” มาจากชื่อเล่นของตนเอง และ “ทัวร์” คือการเดินทางหาเสียงมาราธอน
.
“เราจะทำหน้าที่เป็นผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง ไม่ใช่ผู้ว่าฯ 12 ชั่วโมง เพราะค่ำคืนนี้เราจะได้เห็นชีวิตกรุงเทพฯ อีกด้าน มีทั้งคนเก็บขยะ รถพยาบาล โรงพยาบาลฉุกเฉิน และคนอีกจำนวนมากที่ขับเคลื่อนเมืองนี้อยู่ตอนกลางคืน ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้เรื่องการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องแรงกาย ผมพร้อมหาเสียง 24 ชั่วโมง แอบงีบตอนบ่ายมาแล้ว น่าจะพอไหว เสียดายที่ รศ. ดร.ฉันชาย (พี่ชายฝาแฝด) อยู่ต่างประเทศ ไม่งั้นจะชวนมาแตะมือช่วยวิ่งแล้ว” นายชัชชาติ กล่าวอย่างอารมณ์ดี
.
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา สนุกกับการลงพื้นที่เจอประชาชนและรับฟังปัญหาเพื่อนำมาพัฒนาเป็นนโยบาย แต่ยอมรับว่ากดดันเวลาร่วมเวทีดีเบต ทั้งนี้ หากผลเลือกตั้งออกมาแล้วคะแนนลดลงก็พร้อมยอมรับตามเปอร์เซ็นต์เพื่อนำไปปรับปรุงในอนาคต ยืนยันเน้นชูนโยบายสร้างสรรค์และไม่โจมตีใคร พร้อมเตือนประชาชนเรื่องฝันฟ้าอากาศในวันเลือกตั้งว่าให้รีบออกไปกาบัตรตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนฝนตก
.
ต่อมาเวลา 19.30 น. นายชัชชาติ พร้อมด้วย นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ (แสนดี) บุตรชาย และทีมงาน ได้เดินทางมาถึงลานหน้าสวนลุมพินี ซึ่งเป็นจุดเช็กอินที่ 2 โดยนายชัชชาติได้ขึ้นปราศรัยบนลังไม้หนุนนโยบายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยกางแผนเพิ่มสวนสาธารณะแห่งใหญ่ 6 แห่ง, ขยายสวน 15 นาทีให้ครบ 500 สวน, เพิ่มศูนย์กีฬาและนันทนาการเป็น 54 แห่ง, ลานกีฬา 500 แห่ง, ปรับปรุงทางเท้า 1,000 กิโลเมตร และปลูกต้นไม้ให้ครบ 2 ล้านต้น นอกจากนี้ยังเตรียมขยายโครงการ Hawker Center (ศูนย์อาหารราคาประหยัดสำหรับคนทำมาหากิน) ให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต
.
ในช่วงหนึ่ง นายชัชชาติได้ประกาศเตือนกระแสข่าวลือในโลกโซเชียลที่ระบุว่าตนเองมีคะแนนนำโด่งจนไม่ต้องออกไปเลือกตั้งก็ได้ โดยระบุว่า “สัญญาไหมว่าจะไปเลือกตั้ง ช่วยบอกพ่อแม่พี่ป้าน้าอาด้วย ใครบอกผมนอนมา... อย่าไปเชื่อ! เพราะถ้าอยู่บ้านเฉยๆ มันจะได้ ‘นอนมา’ นอนยาวจริงๆ อยากให้ออกมาแสดงพลังมืดฟ้ามัวดิน ยิ่งได้คะแนนเยอะ เปรียบเสมือนได้รับคำสั่งที่เสียงดังจากประชาชนไปสั่งการต่อกับหน่วยงานอื่นๆ ได้ง่าย ขอให้ไปเลือกตั้งให้ถล่มทลาย เกิน 80% ยิ่งดี บัตรสีเขียวกาเบอร์ 9 ส่วน ส.ก. บัตรสีชมพู เลือกคนที่ไม่โกงและดูแลประชาชนดีๆ เข้ามาเป็นฉันทามติร่วมกัน”
.
นอกจากนี้ ยังได้โชว์วิสัยทัศน์การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ โดยระบุว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม Traffy Fondue มีคนแจ้งเรื่องเข้ามา 1.3 ล้านเรื่อง และแก้ไขไปได้ถึง 1 ล้านเรื่อง ถือเป็นการมอบอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบเมืองตลอด 24 ชั่วโมง โดยก้าวต่อไปจะนำระบบ AI (Artificial Intelligence) เข้ามาช่วยวิเคราะห์ฐานข้อมูล เพื่อหาจุดอ่อนและประเด็นที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนของแต่ละเขตในเชิงรุก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากปราศรัยเสร็จสิ้น นายชัชชาติและบุตรชายได้เดินเท้าเข้าพบบรรดาประชาชนในลานเต้นแอโรบิกของสวนลุมพินี โดยนายแสนปิติ (แสนดี) ได้ร่วมกระโดดเต้นแอโรบิกตามจังหวะเพลงร่วมกับชาวเมืองอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างคึกคัก ก่อนที่ขบวนหาเสียงทริปไฟไหม้จะเคลื่อนทัพลุยราตรีต่อไป โดยมีกำหนดการสำคัญถัดไปในวันพรุ่งนี้ (27 มิ.ย.) ที่ตลาดสดธนบุรี เวลา 12.00 น. และปิดท้ายที่สยามสแควร์ เวลา 15.30 น. ก่อนปิดการหาเสียงตามกฎหมายเลือกตั้ง
ชัชชาติ” เปิดทริปไฟไหม้ขึ้นลังไม้สกายวอล์กช่องนนทรี-สวนลุมฯ ลุยหาเสียงมาราธอน 24 ชั่วโมง ดึงลูกชาย “แสนดี” ร่วมเต้นแอโรบิก ปลุกคนกรุงฯ ออกไปเลือกตั้ง 28 มิ.ย. นี้ ถล่มทลาย เล็งกวาด 80% ลั่น “ใครบอกนอนมาอย่าไปเชื่อ” กางแผนผู้ว่าฯ 24 ชม. ดูแลชีวิตคนกลางคืน
9 ภาพ | เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2569