นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วยนางสาวศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 6 เบอร์ 5 หาเสียง พร้อมประเมินสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ เริ่มมีโอกาสมากขึ้น แม้การแข่งขันสูง เตือนการซื้อเสียงยังเป็นปัญหาใหญ่ ย้ำประชาชนใช้สิทธิอย่างสุจริต ไม่ขายเสียง เพื่อหยุดวงจรอุบาทว์ทางการเมือง
นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วย นางสาวศิริภา อินทวิเชียร หรือแนน ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 6 เบอร์ 5 ในพื้นที่เขตพญาไท เขตดินแดง หาเสียง บริเวณซอยนาทอง รัชดาภิเษก ซอย 7 แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ นายชวน ได้ประเมินสถานการณ์หาเสียงเลือกตั้ง ระบุว่า พื้นที่กรุงเทพฯ และหลายจังหวัดเริ่มมีโอกาสมากขึ้น แม้ฐานเสียงพรรคจะลดลงจากการเลือกตั้งครั้งก่อน โดยยอมรับว่าการได้ สส. เขตไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากผู้สมัครส่วนใหญ่เป็นหน้าใหม่ แต่ยังคาดหวังว่าจะมีผู้แทนเข้าสภาได้บ้าง ส่วนบรรยากาศการหาเสียงช่วง 10 วันแรกยังไม่คึกคัก เนื่องจากต้องรอให้การเลือกตั้งท้องถิ่นแล้วเสร็จ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนเรื่องหมายเลขผู้สมัคร คาดว่าหลังจากนั้นสถานการณ์จะคึกคักขึ้น พร้อมย้ำว่าปัญหาสำคัญคือการใช้เงินซื้อเสียง ซึ่งยังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในบางพื้นที่ จึงอยากให้ประชาชนร่วมกันรณรงค์ต่อต้านการซื้อเสียง พร้อมชี้ว่าการเมืองที่สุจริตจะช่วยตัดวงจรอุบาทว์ ส่งผลให้ระบบราชการและการบริหารประเทศมีคุณภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมมากขึ้น ขณะเดียวกัน นายชวน ยังชี้แจงถึงกรณี หมายเลขผู้สมัคร สส.เขต ไม่ตรงกับหมายเลขบัญชีรายชื่อของพรรคว่า เป็นการออกแบบระบบเลือกตั้งเพื่อป้องกันการซื้อเสียง โดยหากใช้เบอร์เดียวกันทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ จะเอื้อต่อการซื้อเสียงแบบเหมาจ่าย แต่เมื่อแยกเบอร์ออกจากกัน พรรคการเมืองที่ไม่ใช้เงินซื้อเสียงจะมีโอกาสได้รับคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อมากขึ้น พร้อมย้ำหลักนิติธรรมและความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย ระบุว่าหากได้รัฐบาลที่ยึดกฎหมาย ไม่เลือกปฏิบัติ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงให้ประเทศในระยะยาว
นอกจากนี้นายชวน ยังแสดงความกังวลต่อปัญหาการซื้อโหวตที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยระบุว่า การใช้เงินซื้อเสียงเป็นต้นตอของ “วงจรอุบาทว์ทางการเมือง” เมื่อได้อำนาจแล้ว นักการเมืองที่ทุจริตย่อมพยายามถอนทุนคืน ส่งผลให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย การแทรกแซงระบบราชการ และการแต่งตั้งข้าราชการที่ขาดคุณภาพเพื่อรับใช้ผลประโยชน์ทางการเมือง หากทุกคนร่วมกันต่อต้านการซื้อโหวตอย่างจริงจังจะตัดวงจรนี้ได้ จะทำให้การเมืองไทยโปร่งใสขึ้น งบประมาณของรัฐจะถูกใช้อย่างคุ้มค่า และถึงมือประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมเตือนว่าการปล่อยให้การซื้อโหวตดำรงอยู่ จะนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำในสังคม คนจนต้องรับโทษตามกฎหมาย ขณะที่คนมีอำนาจหลีกเลี่ยงความผิด ซึ่งเป็นการบั่นทอนหลักนิติธรรมและความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตย
ทั้งนี้ นายชวน ได้ขอให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ขายเสียง และร่วมเป็นพลังสำคัญในการสกัดกั้นการเมืองทุจริต เพื่อให้ประเทศเดินหน้าภายใต้การเมืองที่สุจริตและเป็นธรรม โดยบรรยากาศการหาเสียง นายชวน ได้พูดคุยหาเสียงเป็นภาษาใต้กับคนในพื้นที่ชุมชนนาทอง พร้อมได้ฝากนางสาวศิริภา อินทวิเชียร หรือแนน ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 6 เบอร์ 5 และขอให้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ซึ่งมีประชาชนได้ขอถ่ายภาพและขอกอดนายชวน นอกจากนี้มีนายปัญญา ยิ้มอำไพ หรือเก่งลายพราง อินฟลูเอนเซอร์และยูทูบเบอร์ชื่อดังซึ่งพักอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวได้ออกจากบ้านมายกมือไหว้นายชวนอีกด้วย โดยบรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างเป็นกันเอง