พรรคประชาธิปัตย์ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร ครบทั้ง 33 เขต ภายใต้แคมเปญ "เปิดฟ้า กรุงเทพฯ ฟ้าใหม่" โดยมีแกนนำพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค, นายกรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นปราศรัยท่ามกลางการต้อนรับจากประชาชน โดยย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่พรรคของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นพรรคที่มีความหลากหลาย ซึ่งว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 คนล้วนมีความหมาย พร้อมโต้คำสบประมาทที่ว่าพรรคใกล้สูญพันธุ์ โดยระบุว่า การกลับมาครั้งนี้ประกอบด้วยคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนและยึดมั่นในอุดมการณ์พรรค
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ผู้สมัครทั้ง 33 คนมาจากหลากหลายอาชีพที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์เพราะเชื่อมั่นในตัวผู้นำ และพร้อมทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างจริงจัง พร้อมระบุถึงการสวมเสื้อสีเทาในวันนี้ว่า "เสื้อเทาแต่คนไม่เทา" โดยประกาศตัดวงจรทุนเทาและการทุจริต ย้ำว่าหากทุนเทายังอยู่ ทุนดีก็จะไม่เข้ามา พร้อมขอให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นพลังปราบทุนเทา โดยตั้งเป้าฟื้นเศรษฐกิจให้โต 5% ภายใน 4 ปี และยกระดับความโปร่งใสของประเทศให้ดีขึ้นจากอันดับคอร์รัปชันโลก พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะมีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองไทยต่อไป
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า ที่ผ่านมาปล่อยให้เกิดความแตกแยกมามาก และมีการด้อยค่าสถาบันหลักของชาติหลายครั้ง ดังนั้นนอกจากการประกาศไม่เอาทุนเทาและการทุจริตแล้ว ตนจะไม่ยอมให้นำเรื่องละเอียดอ่อนของบ้านเมืองมาเล่นการเมืองเพื่อสร้างความแตกแยกอีกต่อไป
โดยในช่วงที่ตนเป็นรัฐบาล เคยพูดถึงปัญหาการบังคับใช้มาตรา 112 ซึ่งตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีใครบอกว่าตน "ไม่จงรักภักดี" เพราะสิ่งที่ทำลงไปเพราะรักและอยากปกป้องสถาบัน ส่วนประเด็นการนิรโทษกรรมนั้นเห็นว่าคนที่ถูกดำเนินคดีมีหลายประเภท ในสมัยที่เป็นรัฐบาลจึงมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง แต่ปัจจุบันกลับมีการสร้างความแตกแยกทุกด้านและนำเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขทางเมือง ซึ่งตนขอย้ำว่าสถาบันหลักของชาติจะต้องอยู่เหนือการเมือง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้พรรคสีน้ำเงินกับพรรคสีส้มกำลังแข่งขันกัน และมีกระแสว่าจะไม่ทำ MOA ร่วมกันอีก ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า จะไม่ยกมือให้ นายอนุทิน เป็นนายกฯ และไม่ร่วมรัฐบาล แต่กลับไม่เคยพูดว่า หากได้เป็นอันดับหนึ่งจะไม่ชวนพรรคสีน้ำเงินเข้าร่วม แต่กลายเป็นพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกตั้งคำถามแทน หากบอกว่า ไม่ร่วมกับพรรคไหน คนก็จะมองว่าไปเลือกอีกพรรคทันที ซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่พรรคภูมิใจไทยวิจารณ์บิดเบือนคำให้สัมภาษณ์ของตนเมื่อวานนี้ และถามว่าปิดทางร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนหรือไม่ ซึ่งตนได้ตอบเงื่อนไขไปชัดเจนแล้วว่า หากมีการทุจริต ทุนเทา และสร้างความแตกแยก จะไม่เข้าร่วมทั้งสิ้น
"เรานี่แหละที่สู้กับระบอบทักษิณมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันและจะสู้ต่อไปในอนาคต" นายอภิสิทธิ์กล่าว พร้อมระบุว่าความเป็นประชาธิปัตย์หากบอกว่าไม่เอาเพื่อไทยก็จะถูกหาว่าสร้างความแตกแยก ซึ่งตนยืนยันว่า "ไม่ได้ปิดประตู แต่หากมือระบอบทักษิณแหย่เข้ามา ตนจะงับให้มือขาดทันที"
ส่วนพรรคที่กล่าวหาว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย จนทำให้คนใต้ผิดหวัง ตนอยากถามกลับว่า "คุณกล้าบอกคนใต้หรือไม่ว่าจะไม่เอาเพื่อไทย" พร้อมท้าให้ประกาศให้ชัดว่า จะไม่ร่วมงานกับเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ เพราะหากกล้าประกาศเช่นนั้น ก็คงต้องไปเป็นฝ่ายค้านอย่างแน่นอน (เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569)
.
PPTV PHOTO #ทวีชัยจันทะวงค์
.
#PPTVHD36 #PPTVPHOTO #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #พรรคประชาธิปัตย์ #เลือกตั้ง69
———————————————
สนใจรับชมภาพเพิ่มเติม หรือสนใจสั่งซื้อภาพ และสอบถามข้อมูล