พรรคภูมิใจไทย จัดเวทีปราศัยใหญ่ "เลือกภูมิใจไทย ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก" ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยคนแรกที่ขึ้นเวทีคือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย
.
นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ขอสานงานต่อจาก 4 เดือน เป็น 4 ปี นำพาประเทศไทยสู่เวทีระดับโลก ไม่คาดฝันว่าจากการเป็นนักทูต สู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ แคนดิเดตนายกฯ แต่เมื่อได้รับโอกาสจะทำให้ดีทีสุด
.
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส หนึ่งในดรีมทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ขออาสาทำงานต่อ ยังไม่หมดห่วง ต้องช่วยคนไทยแข่งขันได้บนเวทีโลก พร้อมกล่าวถึงผลงาน 3 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ คนละครึ่งพลัส-ปิดหนี้ไวไปต่อได้-คืนหนี้ ธกส. ยืนยันว่า ไม่ทำนโยบายประชานิยม เนื่องจากเป็นการก่อหนี้ให้ลูกหลาน
.
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ระบุถึง แนวนโยบายการแก้ปัญหาเรื่องปากท่องและการค้า พร้อมขอโอกาสเพื่อทำงานในทีมเศรษฐกิจ ’ภูมิใจไทย‘ และพาเรือประเทศไทยฝ่ามรสุมไปหาแหล่งน้ำใหม่
.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตพรรคภูมิใจไทย กล่าวปิดการปราศรัย ระบุว่า พร้อมยกเลิก MOU 44 เมื่อได้กลับเป็นรัฐบาล ไม่มีแบ่งเค้กทรัพยากรทางทะเล 50:50 ชี้ “ภูมิใจไทย” รอบนี้ใหญ่ขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่า ภูมิใจได้ขนานนาม “พรรคบ้านใหญ่” เหตุ ได้ดูแลประชาชน-เสริมโครงสร้างพื้นฐานประเทศ เหมือนคอนกรีตเสริมเหล็ก 50 ชั้น ไม่มีถล่ม เหน็บไอ้ที่ถล่ม รัฐบาลภท.ไม่ได้ลงนาม ลั่นไม่ยอมรับฉายา “เสือป่วยแห่งเอเชีย” แต่จะเป็นประเทศที่มีพลัง ใครก็อยากเป็นพันธมิตร ปลุกกระแสประเทศนี้ไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ ขอเลือกเบอร์ 37 เลือกคนภักดีต่อประชาชนกลับมาเป็นนายกฯ มั่นใจความสำเร็จเป็นของคนไทย