บรรยากาศการลงคะแนนประชามติ ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ในช่วงเย็นวันนี้ กลายเป็นเวทีแห่งการวัดใจเมื่อนาทีสุดท้ายก่อนการปิดหีบในเวลา 17.00 น. มาถึง ความเงียบสงบถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าและความโกลาหลที่สะท้อนถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนอย่างถึงที่สุด
.
เมื่อเข็มนาฬิกาขยับเข้าใกล้เวลาปิดหีบเพียงไม่กี่วินาที ประชาชนหลายรายที่ติดภารกิจต่างเร่งรีบเดินทางมายังหน่วยลงคะแนน ภาพที่ปรากฏต่อสายตาเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนคือมวลชนที่ "ใส่เกียร์หมา" วิ่งสุดชีวิตมุ่งหน้าเข้าสู่อาคารกีฬาเวสน์ 2
ด้วยความรีบเร่งอย่างถึงที่สุด ผู้ใช้สิทธิรายหนึ่งถึงกับทำสัมภาระหลุดมือร่วงกระจายเต็มพื้นถนน ทั้งของใช้ส่วนตัวและที่สร้างความตกตะลึงที่สุดคือ iPad ที่พกมาด้วยร่วงลงกับพื้นอย่างแรง แต่เจ้าตัวกลับทำได้เพียงรีบคว้าของทั้งหมดอย่างลนลานแล้วออกตัววิ่งต่อทันที โดยไม่หยุดเช็กความเสียหาย เพราะเป้าหมายเดียวคือการเข้าไปให้ทันก่อนที่ประตูจะปิดลง
.
ไม่เพียงแค่การวิ่งด้วยเท้าเท่านั้น บนท้องถนนหน้าศูนย์เยาวชนฯ ยังปรากฏภาพความร่วมใจแบบเฉพาะหน้า เมื่อผู้ใช้สิทธิบางส่วนตัดสินใจเรียกใช้บริการ "ไรเดอร์" ให้บึ่งรถจักรยานยนต์ฝ่าการจราจรมาจอดส่งถึงหน้าประตูอาคารในวินาทีสุดท้าย หลายคนกระโดดลงจากรถโดยแทบไม่ได้รอนเงินทอน ก่อนจะวิ่งกระหืดกระหอบเข้าสู่คูหาท่ามกลางเสียงเชียร์ลุ้นระทึกจากผู้ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่โดยรอบว่า "จะทันหรือไม่ทัน?"
.
เหตุการณ์ความวุ่นวายเล็กๆ ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของความลนลาน แต่มันคือภาพสะท้อนว่า "ทุกเสียงคือความหมาย" การยอมวิ่งจนของหล่น หรือการซิ่งมอเตอร์ไซค์มาเพื่อลงคะแนนเพียงใบเดียว แสดงให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการกำหนดอนาคตของประเทศผ่านการทำประชามติในครั้งนี้อย่างยิ่ง
เมื่อสิ้นเสียงประกาศปิดหีบและประตูอาคารปิดลงอย่างเป็นทางการ ความตึงเครียดจึงแปรเปลี่ยนเป็นความโล่งใจของผู้ที่เข้าคูหาได้สำเร็จ และเริ่มต้นเข้าสู่โหมดการลุ้นผลคะแนนที่จะตามมาหลังจากนี้