รู้ทันร่างกายด้วยการตรวจ“Skin Prick Test” ทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง
การ Skin Prick Test ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้รู้ทันร่างกายตัวเองโดยไม่ต้องคอยลุ้นว่าแพ้อะไรหรือไม่ ไม่เคยมีประวัติแพ้ก็สามารถตรวจได้
นอกจากจากโควิด19 ที่ยังต้องระมัดระวังตัวเองขั้นสูงสุดทั้งมลพิษ ฝุ่นละอองยังเป็นตัวเสริมให้เกิดภูมิแพ้ผิวหนังสูงขึ้น การตรวจ Skin Prick Test หรือ การทดสอบทางผิวหนังแบบสะกิด ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้รู้ทันร่างกายตัวเองโดยไม่ต้องคอยลุ้น เพราะการวินิจฉัยโรคภูมิแพ้นั้นต้องอาศัยทั้งประวัติการเจ็บป่วยในอดีตและปัจจุบันและประวัติครอบครัว แต่ในบางครั้ง ประวัติและการตรวจร่างกายไม่ชัดเจน ต้องอาศัยผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ และการทดสอบพิเศษสำหรับโรคภูมิแพ้โดยตรง
โดยปัจจุบันมีการตรวจภูมิแพ้โดย
- ตรวจภูมิแพ้ ด้วยวิธีการทดสอบทางผิวหนัง มีหลายวิธี เช่น การสะกิดผิวหนัง การฉีดยาเข้าในชั้นผิวหนัง การแปะสารก่อภูมิแพ้ที่ผิวหนัง
- การเจาะเลือดเพื่อหาสารก่อภูมิแพ้ ชนิด Immunoglobulin E (IgE)
- บางโรคต้องอาศัยการทดสอบกับสารก่อภูมิแพ้ของผู้ป่วยแต่ละรายโดยตรง เช่น ผู้ป่วยที่เกิดอาการแพ้หลังรับประทานอาหาร การให้รับประทานอาหารที่คิดว่าแพ้ทีละน้อยอย่างเป็นขั้นตอนจะเป็นวิธีมาตรฐาน (gold standard) ในการวินิจฉัย
อย่างไรก็ตาม การทดสอบทางผิวหนังแบบสะกิด (Skin prick Test) เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ได้ผลรวดเร็ว แม่นยำ อันตรายน้อย และที่สำคัญเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าวิธีอื่นๆ มาก
การทดสอบทางผิวหนังแบบสะกิด (Skin prick Test) คือ การหยดน้ำยาที่สกัดจากสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ไรฝุ่น เกสรหญ้า เชื้อรา นมวัว ไข่ หรืออาหารทะเล ลงไปบนผิวหนังบริเวณที่ต้องการทดสอบ เพื่อดูว่าแพ้สารใด หากเกิดอาการแพ้จะมีตุ่มนูนแดงและเกิดอาการคันขึ้น
ประโยชน์ของการตรวจภูมิแพ้ ด้วยการทดสอบทางผิวหนัง
- เพื่อวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ร่วมกับอาการทางคลินิก
- เพื่อใช้ศึกษาทางระบาดวิทยาของการเกิดโรคภูมิแพ้ในประชากรกลุ่มต่างๆ
- เพื่อใช้ในการติดตามผลของการรักษาโดยการฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าใต้ผิวหนัง
การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังแบบสะกิดเหมาะกับใคร?
- ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นภูมิแพ้
- ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคหืดตั้งแต่เด็ก
- สามารถทำได้ในทุกเพศทุกวัย แต่ผลการทดสอบจะแม่นยำมากในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป
- กรณีทดสอบในผู้สูงอายุ อาจพบผลลบลวงได้มาก เพราะความไวของผิวหนังน้อยลง นอกจากนี้อาจมีโรคประจำตัว หรือยาที่รับประทานเป็นประจำ ซึ่งรบกวนการเกิดปฏิกิริยาของผิวหนังต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ ดังนั้น อาจต้องใช้การเจาะเลือดร่วมพิจารณาด้วย
เช็กอาการ"โควิด-ภูมิแพ้-ไข้หวัด-ไข้หวัดใหญ่" แยกความต่าง รักษาถูกวิธี
ประเภทของการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังแบบสะกิด
การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังแบ่งเป็น 2 ประเภท แตกต่างกันไปตามแหล่งของสารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยได้รับ ได้แก่
- การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังเพื่อทดสอบสารก่อภูมิแพ้ทางอาหาร ที่เกิดจากอาหารซึ่งอยู่ในอาหารไทย/ต่างชาติที่รับประทานกันเป็นประจำ เช่น นมวัว ไข่ขาว ไข่แดง ถั่วลิสง แป้งสาลี แป้งข้างโพด แป้งถั่วเหลือง ช๊อคโกแลต กีวี เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ และอาหารทะเลหลากหลายชนิด เป็นต้น
- การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังเพื่อทดสอบสารก่อภูมิแพ้ทางอากาศ ที่พบบ่อยในประเทศไทย เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ ขนแมว ขนสุนัข ขนเป็ด ขนนก มดคันไฟ ยุง เกสรหญ้า และเชื้อรา 3 สายพันธุ์ เป็นต้น
วิธีการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังแบบสะกิด?
เริ่มโดยการทำความสะอาดผิวหนังที่จะทดสอบ (ท้องแขน/ หลัง) แล้วหยดน้ำยาซึ่งสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ชนิดต่างๆ ลงไป จากนั้นใช้ปลายเข็มที่ Sterile สะกิดเบาๆ ที่ชั้นหนังกำพร้า แล้วรอผลเพียง 15-20 นาที หากผู้ป่วยแพ้สารใด ผิวหนังตรงตำแหน่งที่หยดสารทดสอบนั้นๆ จะเกิดปฏิกิริยาเป็นตุ่มนูนแดงขึ้นมา
การเตรียมตัวก่อนการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังแบบสะกิด
การเตรียมตัวที่ดีของผู้ป่วยเป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อให้ได้มาซึ่งผลการทดสอบที่เที่ยงตรงและแม่นยำ ดังนั้น ก่อนการทดสอบทางผิวหนังแบบสะกิด ควรปรึกษาอายุรแพทย์เฉพาะโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิกทุกครั้ง เนื่องจากมีขั้นตอนในการเตรียมตัวและปัจจัยรบกวนผลในการทดสอบหลายอย่างที่อาจทำให้เกิดผลบวกลวง หรือผลลบลวงได้ทั้ง 2 กรณี ทั้งนี้ การเตรียมตัวก่อนการทดสอบควรปฏิบัติดังนี้
- งดยาทุกชนิดโดยเฉพาะยาแก้แพ้ ยานอนหลับ ยาแก้เมารถเมาเรือ ยาลดความซึมเศร้าบางประเภท ยาแก้หวัดบรรจุเสร็จ วิตามิน อาหารเสริม สมุนไพร ยาหยอดตาแก้แพ้ อย่างน้อย 7 วันก่อนการทดสอบ แต่มีข้อยกเว้นในกรณีที่ต้องใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยาเบาหวาน ยาโรคหัวใจ ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยาพ่นสเตอรอยด์ทางปาก-จมูกในโรคภูมิแพ้ และโรคหอบหืด อาจพิจารณาใช้ได้ หากไม่แน่ใจควรปรึกษาอายุรแพทย์เฉพาะโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันคลินิก หรือแพทย์ที่จะทำการทดสอบก่อนเสมอ
- ไม่ควรทาโลชั่นบำรุงผิวบริเวณแขนทั้ง 2 ข้างในวันที่จะทำการทดสอบ เพราะจะทำให้น้ำยาทดสอบไม่เกาะติดที่ผิวหนัง และเสียเวลาในการล้างออกก่อนทำ
- ควรงดยาทาผิวหนังประเภทสเตียรอยด์ก่อนเช่นกัน เนื่องจากหากทายามาเป็นระยะเวลานาน อาจรบกวนปฏิกิริยาของการทดสอบ ส่งผลถึงความแม่นยำของการทดสอบได้
- ไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหารก่อนมาทดสอบ
ทั้งนี้ไม่แนะนำ Skin Prick Test ให้ผู้ป่วยที่เป็นผื่นผิวหนังอักเสบทั่วตัว ในเด็กเล็กมากๆ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีผิวหนังอ่อนบางจนเกิดปฏิกิริยาได้ง่ายกว่าปกติ โดยการทดสอบในโรคภูมิแพ้เป็นการทดสอบที่ทำให้รู้ถึงสิ่งที่เราแพ้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สัมผัสสิ่งเหล่านั้น ทั้งจากการตั้งใจหรือจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สามารถป้องกันตัวเองให้ห่างจากความเสี่ยงที่เกิดจากการแพ้ได้ ฉะนั้นไม่เคยมีประวัติอะไรก็สามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ควรทดสอบในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์เฉพาะทางทดสอบ อ่านผลและให้การรักษา เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้ารับการทดสอบ และได้ผลการทดสอบที่มีความเที่ยงตรงและแม่นยำมากที่สุด
ข้อมูลสุขภาพจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช
ภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลัน รักษาไม่ทันอันตรายถึงชีวิต
ภูมิแพ้ โรคยอดฮิตคนไทย รู้เท่าทันหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นอาการ