“โรคติกส์”อาการยุกยิกแบบฝืนไม่ได้อาจสะท้อนความเครียดในเด็ก
“โรคติกส์” ภาวะกล้ามเนื้อกระตุกที่มักเกิดขึ้นในเด็ก ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวซ้ำของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นเองหรือเผลอ กระแอม,อุทาน อย่างไม่ได้ตั้งใจ และอาจทำให้เกิดความผิดปกติอื่นตามมาได้ ควรได้รับการตรวจเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
“โรคติกส์” (Tic disorder) เป็นโรคในกลุ่ม การเคลื่อนไหวผิดปกติ(movement disorders) มักพบในเด็กวัยเรียน ประมาณ 3-7ปี โดยมาในรูปแบบของการเคลื่อนไหวซ้ำรูปแบบเดิมที่ไม่มีจุดประสงค์ กระพริบตา,ยักคิ้ว,แสยะยิ้ม,พยักหน้า,ยักไหล่,กระโดดหรือมีอาการกระตุกตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ควบคุมไม่ได้ ส่วนมากผู้ป่วยมักมีความรู้สึกภายในบางอย่างนำมาก่อนที่จะเกิดอาการเคลื่อนไหว และเมื่อเคลื่อนไหวแล้วจะทำให้ความรู้สึกนั้นหายไปเหมือนได้รับการปลดปล่อย
หากผู้ป่วยพยายามบังคับไม่เคลื่อนไหวจะทำให้รู้สึกอัดอั้นไม่สบายใจ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยสามารถที่จะอดกลั้นต่อความต้องการที่จะเคลื่อนไหวผิดปกติได้ในระยะเวลาสั้นๆ (temporary suppression) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคติกส์ โรคนี้อาจทำให้ผู้ป่วยเสียบุคลิก ขาดความมั่นใจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจเกิดความผิดปกติอื่นตามมาขณะที่ในผู้ป่วยบางรายอาจมา ในรูปแบบการส่งเสียงที่ผิดปกติ เช่น กระแอม ไอ ส่งเสียงเหมือนอึกอักในคอ สะอึก มีอาการแบบสูดน้ำมูก บางคนอาจส่งเสียงมาเป็นคำ ทั้งคำที่มีความหมาย หรือกรณีที่มีอาการมากอาจเป็นลักษณะการพูดซ้ำ พูดเลียนแบบ หรือพูดคำหยาบคาย เป็นต้น แต่ถ้าหากผู้ป่วยมีอาการแสดงทั้งการเคลื่อนไหว และการส่งสียงผิดปกติจะเรียกว่าโรคทูเร็ตต์ ในโรคกลุ่มนี้อาจมีอาการของกลุ่มโรคจิตเวชนำมาก่อน เช่น โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคสมาธิสั้น เป็นต้น ส่วนสาเหตุของการเกิดโรคติกส์ยังไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน แต่คาดว่าอาจเกิดจากการ
- ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
- โรคเฉพาะตัวบุคคลที่เกิดภายหลัง เช่น เกิดจากการติดเชื้อในสมองตอนเด็กหรือเป็นโรคออทิสติก เป็นต้น
- เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย หรือ สารสื่อประสาทในสมอง
โรคติกส์ที่เกิดในผู้ใหญ่ มักมีสาเหตุมาจากการ เป็นโรคติกส์ตอนเด็ก หรือผู้ป่วยบางคนมีรายงานว่าเกิดจากรอยโรค หรือเนื้องอกบางตำแหน่งในสมองได้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างถูกต้อง
การรักษาโรคในเด็ก
- ปรับพฤติกรรม
การรักษานี้ถือว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีในเด็กโต ที่มีอาการนำ แต่ต้องใช้เวลาและอาศัยความร่วมมือของผู้ปกครองและตัวเด็กเอง- การทำความเข้าใจกับผู้ปกครองและบุคคลรอบข้าง ที่ต้องเข้าใจก่อนว่าอาการดังกล่างคือโรคไม่ใช่การแกล้งทำ ต้องเปิดใจกว้างไม่ตำหนิ หรือล้อเลียน ไม่ทักหรือห้ามเพื่อไม่ให้เด็กเครียด เพราะหากยิ่งเครียดอาการจะยิ่งชัดมากยิ่งขึ้น ควรหาทางให้เด็กได้พักผ่อนหรือเบี่ยงเบนให้น้องทำกิจกรรมผ่อนคลาย ที่สำคัญควรปรึกษากุมารแพทย์ เช่นเดียวกับครูอาจารย์ ที่ต้องเข้าใจโรคและจัดการไม่ให้เด็กรู้สึกแปลกแยกหรือถูกกลั่นแกล้ง
- พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ให้เด็กทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายหนักและเหนื่อยเกินไป อย่างไรก็ตามให้พาเด็กปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อหาแนวทางการรักษาอย่างถูกต้อง
ทำความรู้จัก "โรคเฮอร์แปงไจนา" ไวรัสที่เป็นอันตรายกับ "เด็ก" ช่วงฤดูฝน
การรักษาด้วยยา
โดยปกติแล้วตัวโรคกล้ามเนื้อกระตุกจะมีอาการแบบเป็นๆ หายๆ อาการจะมาเป็นระยะ อาจไม่ต้องรักษาโดยใช้ยา แต่อาจส่งผลต่อจิตใจและบุคลิกรบกวนชีวิตประจำวัน การกินยาจะเป็นการช่วยลดอาการกระตุกหรือส่งเสียงได้ โดยกินเป็นช่วงๆ ตามความรุนแรงของอาการตามแพทย์พิจารณา ไม่ต้องกินไปตลอด หากมีโรคหรืออาการอื่นเช่น โรคสมาธิสั้น,โรควิตกกังวล,โรคบกพร่องทักษะการเรียนเฉพาะด้าน แพทย์จะรักษาร่วม เพื่อช่วยบรรเทาและลดความเครียดไม่ให้โรคติกส์หนักขึ้นด้วยและหากยังไม่สามารถควบคุมอาการได้ การใช้ยากลุ่มจิตเวช (anti-psychotics) เพื่อช่วยระงับการเคลื่อนไหวผิดปกติ เป็นทางเลือกที่มีประโยชน์ แต่ต้องติดตามผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยากลุ่มนี้ด้วย เช่น กลุ่มอาการพาร์กินสันเทียม กลุ่มอาการบิดเกร็ง เป็นต้น และควรรักษากลุ่มโรคจิตเวช (OCD,ADHA) ที่มาพร้อมโรคติกส์ด้วย เพื่อคุณภาพชีวิต ที่ดีของผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ : กระทรวงสาธารณสุข,โรงพยาบาลสมิติเวช
หมอโพสต์อุทาหรณ์ เด็กเผลอกลืน "ลวดมัดไก่ย่าง" รีบผ่าตัดช่วยชีวิตด่วน
“7 สุดยอดอาหาร” กินแล้วอารมณ์ดี-ห่างไกลซึมเศร้า ตามหลักวิทยาศาสตร์