เทียบอาการป่วย "โควิด-19" ไขข้อสงสัยกลุ่มเสี่ยงทำไมควรฉีดวัคซีน
เปรียบเทียบอาการป่วยโควิด-19 ไขข้อสงสัยทำไมกลุ่มเสี่ยงถึงควรรับวัคซีน แม้ยกเลิกโควิดเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขแล้ว
แม้ว่าองค์การอนามัยโลก รวมถึงประเทศไทยจะประกาศยกเลิก "โควิด-19" เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขแล้ว แต่โควิด-19 ยังไม่ได้มีทีท่าว่าจะหายไปไหน
ด้วยการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลและมาตรการต่างๆ ที่ผ่อนคลายมากขึ้น ทำให้บุคลากรการแพทย์เริ่มออกมาเตือนให้ระมัดระวังตัวกัน หลังตัวเลขผู้ป่วยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพุ่งสูงขึ้น
ทั้งผู้ป่วยหนักที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นถึง 200% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง จนตัวเลขใกล้ถึงแนวรับศักยภาพของบุคลากรการแพทย์แล้ว
สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า โควิดกำลังจะกลับมาระบาดหนักอีกครั้ง!
ปัจจัยหลักโควิด-19 กลับมาระบาด
สาเหตุหลักที่โควิด-19 กลับมาระบาดอีกครั้ง รศ.นพ. นิธิพัฒน์ เจียรกุล หรือ "หมอนิธิพัฒน์" หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า อาจมาจากผู้คนมีกิจกรรมนอกบ้านแบบไม่ระมัดระวังกันมากขึ้น
รองลงมาอาจมาจาก สายพันธุ์ย่อยทั้งหลายที่สืบตระกูลของโอมิครอน XBB ซึ่งถือโอกาสรุกคืบเข้ายึดครองตลาดในช่วงที่ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติและจากวัคซีนของคนไทยเราเริ่มตกลง
โดยสายพันธุ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในปัจจุบัน จากข้อมูลของกรมการแพทย์ ระหว่างวันที่ 1-7 พฤษภาคม 2566 พบสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดมากที่สุดคือสายพันธุ์ลูกผสมโอมิครอน XBB.1.16 คิดเป็น 27.7% รองลงมาคือ สายพันธุ์ XBB.1.5 คิดเป็น 22.0 % ในขณะที่ BN.1 ซึ่งเคยเป็นสายพันธุ์หลักในไทยตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2565 มีสัดส่วนลดลง
ฤดูฝนมาไว ! ชวน 7 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี เริ่ม 1 พ.ค. นี้
WHO ปรับคำแนะนำฉีดวัคซีนโควิด-19 ใครยังควรฉีดเข็มกระตุ้นอยู่?
คนฉีดวัคซีนกับคนไม่ฉีด ป่วยรุนแรงต่างกัน
สายพันธุ์ XBB เป็นสายพันธุ์ที่อาจจะระบาดเพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทยในปี 2566 นี้ และอาจเกิดเป็นสายพันธุ์ย่อยต่อไปได้อีกอย่างรวดเร็ว โดยไวรัสดังกล่าว เป็นลูกผสมสายพันธุ์ย่อยที่มีต้นตระกูลมาจากโอมิครอน BA.2
ข้อมูลจาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระบุว่า ไวรัส XBB มีความน่ากลัวตรงที่ คนที่ไม่เคยติดโควิดมาก่อน จะมีความรุนแรงของโรคหนักกว่าคนที่เคยเป็นโควิดมาแล้ว โดยอาการของโควิด-19 สายพันธุ์ XBB 1.16 มีดังนี้
- มีไข้สูง
- ไอ
- จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส
- เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง ลักษณะคล้ายตาแดง มีผื่นคัน (ผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่น เยื่อบุตาอักเสบ ภูมิแพ้ ควรระมัดระวัง)
ทั้งนี้ จากรายงานการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนลูกผสมดังกล่าว “ยังไม่พบว่ามีความรุนแรง” และ เสียชีวิตสูงเหมือนสายพันธุ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในผู้ที่ได้รับวัคซีน mRNA เช่น วัคซีนไฟเซอร์ หรือ วัคซีนโมเดอร์นา และวัคซีนชนิดอื่นเป็นเข็มกระตุ้นแล้ว จะช่วยลดโอกาสเกิดโรครุนแรงได้มาก
ส่วน คนที่ยังไม่เคยรับวัคซีน มีผลสำรวจจากการเฝ้าติดตามเก็บข้อมูลผู้ป่วยโควิดในสหราชอาณาจักรเป็นเวลากว่า 2 ปี ผ่านแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทเทคโนโลยีที่ชื่อว่า "โซอี" (Zoe) พบว่า คนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันกลุ่มนี้ เมื่อติดเชื้อจะมีอาการป่วยที่พบได้บ่อย คือ
- ปวดศีรษะ
- เจ็บคอ
- น้ำมูกไหล
- มีไข้
- ไอต่อเนื่อง
แต่จะมีความแตกต่างจากลุ่มที่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างชัดเจน คือ ความรุนแรงของอาการไข้ ปวดหัว และเจ็บคอที่มากกว่า
ไขสาเหตุกลุ่มเสี่ยง ทำไมเสี่ยงป่วยหนัก-ต้องฉีดวัคซีน
เรื่องภูมิคุ้มกันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ใครที่มีภูมิคุ้มกันดี ย่อมเสี่ยงโรคโควิด-19 ได้น้อยกว่า หรือถ้าหากป่วย ก็จะมีอาการเบากว่า ในขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ที่มีโรคประจำตัว หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะในร่างกายเสื่อมลง จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโควิด-19 และถ้าหากป่วย อาจมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไปและถึงขั้นเสียชีวิตได้
ด้วยเหตุนี้ กลุ่มเสี่ยง จึงควรเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่มเติม โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดสูง ซึ่งควรเข้ารับวัคซีน หรือเข็มกระตุ้นโดยทิ้งช่วงห่างจากเข็มก่อนหน้าอย่างน้อย 6-12 เดือน ส่วนผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง แนะนำให้เข้ารับ LAAB ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป
โดยกลุ่มเสี่ยง ที่ควรเข้ารับวัคซีนต้านโควิด-19 หรือภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป LAAB ได้แก่
- หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป
- เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี
- ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค คือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน
- บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
- โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- โรคอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือ BMI มากกว่า 35 กิลโลกรัมต่อตารางเมตร)
- ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ทำไมฉีดวัคซีนโควิดแล้วยังติดเชื้อได้
ระบบภูมิคุ้มกันของคนเรามีความซับซ้อนมาก จึงทำให้มีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อโรคภัยไข้เจ็บที่แตกต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ชนิดของเชื้อไวรัส ความสามารถในการกลายพันธุ์ของเชื้อ วิธีการพัฒนาวัคซีน สุขภาพของแต่ละคน และปัจจัยอื่น ๆ
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะพัฒนาสารก่อภูมิคุ้มกันที่สามารถป้องกันการติดเชื้อ หรือป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่เซลล์คนเราได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ วัคซีนต้านโควิด-19 ครั้งนี้ จึงถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยจุดประสงค์หลัก คือ ลดความรุนแรงของโรคเมื่อติดเชื้อ ทำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนไปแล้วสามารถติดเชื้อได้ นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่แพทย์มักแนะนำให้ต้องรู้จักป้องกันตัวเองและฉีดวัคซีน
ขอบคุณข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณสุข, เฟซบุ๊ก นิธิพัฒน์ เจียรกุล และ CNBC
สธ. ทำหนังสือถึงสำนักงบฯ สนับสนุนงบกลางจ่ายค่าเสี่ยงภัยโควิด 3 พันล้านบาท
โควิด-19 รอบสัปดาห์ ป่วยหนัก-เสียชีวิตสูงขึ้น 2 เท่า ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง